จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เสนอตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากจังหวัดศรีสะเกษ และให้ความเห็นเรื่องแผ่นดินไหวในประเทศไทย โดยชี้ว่าต้องเตรียมตัวรับมือเนื่องจากมีรอยเลื่อนในหลายพื้นที่ จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เสนอให้เร่งตรวจสอบอาคารที่มีความเสี่ยง เสริมความแข็งแรง รวมถึงควบคุมการออกแบบและการก่อสร้างอย่างใกล้ชิดพร้อมระบบเตือนภัยที่รวดเร็ว โดยอ้างอิงกรณีศึกษาของญี่ปุ่นเพื่อเน้นย้ำถึงความสามารถในการคาดการณ์ล่วงหน้าเพื่อลดความสูญเสีย
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ
ท่านประธานครับ ประเด็นแรกที่ผมจะขออนุญาตให้ความเห็นนะครับ ก็คือประเด็นที่ว่าประเทศของเราปัจจุบันนี้ต้องทำใจและต้องเตรียมใจรับมือว่าเรื่องแผ่นดินไหว อาจจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวของประเทศไทยอีกต่อไป ที่ผมกล่าวเช่นนั้นก็เนื่องจากว่าในรอบ ๆ ประเทศไทยนั้นมีแหล่งเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ๆ หลายแห่งครับ ไม่ว่าจะเป็นในพม่าก็ดี ในลาวก็ดี หรือในทะเลอันดามันก็ดี หรือแม้แต่ในประเทศไทยทางตอนเหนือ ทางตะวันตกแถวกาญจนบุรี หรือทางระนองก็ดีต่างก็มีรอยเลื่อนทั้งสิ้น แต่โชคดีครับที่รอยเลื่อนที่เป็นแหล่งกำเนิด แผ่นดินไหวในประเทศไทยนั้นไม่ค่อยรุนแรงครับ ที่ผ่านมาไม่ค่อยรุนแรง ที่รุนแรงส่วนใหญ่ ก็จะอยู่ในต่างประเทศอย่างเช่นที่พม่าที่เกิดเหตุการณ์รุนแรง ๗.๗ ริกเตอร์นะครับ หรือก่อน หน้านี้ก็ในทะเลอันดามันนะครับที่ทำให้เกิดสึนามิเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นเราคงต้อง เตรียมตัวเตรียมใจรับว่า แผ่นดินไหวคงจะอยู่กับไทยแล้วเราคงต้องเจอกับแผ่นดินไหวเรื่อย ๆ ซึ่งปัจจุบันนี้เราก็เจออยู่นะครับ สถิติที่หน่วยงานรัฐของไทยเก็บสถิติไว้ก็คือประมาณ ๒๐๐ กว่าครั้งต่อปีนะครับ แต่เนื่องจากแผ่นดินไหวส่วนใหญ่ไม่รุนแรงเราก็เลยไม่ค่อยรู้สึกกัน แต่ถ้าจะประเมินแผ่นดินไหวที่รุนแรงก็อาจจะประเมินได้จากสถิติที่เกิดขึ้น ถ้าในพม่าในรอบ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมามีการเกิดแผ่นดินไหวที่สูงกว่า ๖ ริกเตอร์ ๑๔ ครั้ง หรือเฉลี่ย ๗ ปีต่อครั้ง หรือถ้าดูจากรอบ ๆ ประเทศไทยในช่วงเวลาประมาณ ๓๗ ปี เกิดแผ่นดินไหวที่เกินกว่า ๗ ริกเตอร์ ประมาณ ๕ หรือ ๖ ครั้ง ก็ตกเฉลี่ยประมาณ ๗ ปีต่อครั้งเช่นเดียวกัน ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดแผ่นดินไหวสูง ๆ รอบบ้านเรานี้ก็คงจะเกิดขึ้นประมาณนั้นละครับ ประมาณ ๗ ปีครั้งหนึ่ง แต่โชคดีระยะทางที่เกิดขึ้นมันห่างจากกรุงเทพมหานครไกลพอสมควร ระยะทางจะช่วยลดความแรงของแผ่นดินไหวลงได้ อย่างแผ่นดินไหวที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ ที่ผ่านมาเกิด ๗.๗ ที่พม่าแต่มาถึงกรุงเทพมหานครก็ประมาณ ๔-๕ ริกเตอร์เท่านั้นเอง นะครับ แต่สาเหตุที่ตึกมีการล้มลงที่จตุจักรผมก็เชื่อว่าเป็น Isolated Case คือไม่ใช่ เคสทั่วไป แต่เป็นเคสที่เป็นลักษณะพิเศษซึ่งยังไม่อยากจะสรุปนะครับ แต่โดยทั่วไปก็พอ จะบอกได้ว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องของการออกแบบ เรื่องของการคุมการก่อสร้าง เพราะว่า อาคารนี้ไม่ว่าจะเป็นวัสดุก็ดีหรือการควบคุมอาคารก็ดีก่อนที่อาคารจะเสร็จนี่ความแข็งแรง อาจจะไม่ได้แข็งแรงเท่ากับที่ออกแบบไว้ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังตั้งแต่การออกแบบ แล้วก็ ในช่วงของการคุมการก่อสร้างด้วยนะครับ ซึ่งในระยะสั้นเพื่อป้องกันปัญหาผมก็มีข้อเสนอ นะครับว่าให้เร่งตรวจสอบอาคารโดยเร็ว โดยการเลือกนะครับว่าอาคารไหนมีความเสี่ยงมาก ก็ตรวจสอบก่อนนะครับ และอาคารไหนความเสี่ยงน้อยก็ตรวจสอบในภายหลัง ถ้าพบว่า มีข้อบกพร่องก็รีบเสริมความแข็งแรงเราก็คงจะอยู่กับมันได้ ส่วนในระยะยาวครับ ท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตว่า ๑. ก็คงจะต้องมีการควบคุมการออกแบบและการก่อสร้าง อย่างใกล้ชิด ก็คือจะต้องแข็งแรงตั้งแต่การออกแบบและระหว่างที่ก่อสร้างตึกยังไม่เสร็จ ก็ต้องมีการควบคุมและมีการย้ำเตือนว่าเราอาจจะเจอกับแผ่นดินไหวได้ เพราะฉะนั้นอาคาร ต้องแข็งแรงตลอดเวลาที่มีการก่อสร้าง รวมทั้งเรื่องของการเตือนภัย ซึ่งแม้ปัจจุบันเราจะ ไม่สามารถเตือนภัยล่วงหน้าได้ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์การแจ้งเตือนต้องรวดเร็วและทันที ทราบว่ารัฐบาลได้เร่งดำเนินการแล้วในเดือนมิถุนายนหรือเดือนกรกฎาคมนี้ ก็จะมี Cell Broadcast ที่สมบูรณ์นะครับ ก็ขออนุญาตชื่นชมที่รัฐบาลทำงานอย่างรวดเร็วนะครับ
ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง ที่ผมอยากจะขอเสนอก็คือเรื่องของการเตรียมพร้อม ของประเทศไทยครับ เมื่อเราทราบว่า ๗ ๘ ปีก็คงจะเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้หรือ ๗ หรือ ๑๐ ปีก็เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้เราก็ต้องเตรียมตัวไว้ให้พร้อม ประชาชนต้องทราบว่าถ้าเกิด เหตุการณ์แผ่นดินไหวจะต้องป้องกันตัวเองอย่างไร ต้องมีมาตรการอย่างไร รวมทั้งอีกสิ่งหนึ่ง ที่ผมเห็นว่าประเทศญี่ปุ่นทำได้ค่อนข้างดีนะครับ ก็คือแม้ว่าเราจะไม่สามารถเตือนภัยล่วงหน้าได้แต่การคาดการณ์ล่วงหน้าเป็นสิ่งที่สามารถ ทำได้ อย่างเช่น ญี่ปุ่นก็จะมีการคาดการณ์ไว้นะครับว่ารอยเลื่อนนันไกหรือว่าจุดเกิด แผ่นดินไหวนันไกที่อยู่ทางทะเลตอนใต้ของญี่ปุ่นทางญี่ปุ่นจะมีการ Forecast ไว้ว่ามีโอกาส ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดแผ่นดินไหวระดับ ๘-๙ ในระยะเวลา ๓๐ ปี การพยากรณ์ทำนองนี้ จะทำให้ประชาชนสามารถที่จะเตรียมพร้อมแล้วก็เตรียมใจเตรียมรับมือได้ ประเทศไทยเรา ก็เช่นเดียวกันครับ แม้จะไม่สามารถเตือนล่วงหน้าได้แต่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่า จะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อไร ด้วยความน่าจะเป็นเท่าไร และมีความรุนแรงเท่าใด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะช่วยทำให้การป้องกันแผ่นดินไหวของประเทศไทยเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ