แนน เสนอญัตติภัยพิบัติ เน้นฝึกซ้อมรับมือทุกพื้นที่

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๓ เมษายน ๒๕๖๘

แนน บุณย์ธิดา สมชัย เสนอญัตติเพื่อทบทวนระบบการจัดการภัยพิบัติทั้งแผ่นดินไหวและรูปแบบอื่น ๆ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการเตรียมความพร้อม การฝึกซ้อม และการสร้างศูนย์กู้ภัยกลางที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อลดความสับสนและเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชน

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันขอเสนอญัตติในประเด็นเรื่องการจัดการเหตุแผ่นดินไหว และดิฉัน ขออนุญาตเพิ่มเรื่องภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยค่ะ เพราะว่าสิ่งที่จะพูดในญัตติต่อไปนี้ ค่ะท่านประธาน ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคมที่ผ่านมานั้นจะเป็นเหตุของ แผ่นดินไหว แต่ถ้าเรามองในรายละเอียดลึกลงไปกว่านั้น แน่นอนค่ะความเสียหายที่เกิดขึ้น ชัดเจนอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพื่อนสมาชิกที่เสนอญัตติหลายท่านก็ได้พูดไปแล้วว่า มีเหตุการณ์อะไรบ้าง แต่สิ่งที่ดิฉันจะต้องพูดถึงอย่างหนึ่งค่ะ ถึงแม้ว่าวันที่ ๒๘ นั้น ถ้าเรา ย้อนกลับไป ต่อให้ประเทศไทยของเรามีระบบ Cell Broadcast แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่เกิด วันนั้นค่ะคือความสับสน ความอลหม่านที่เกิดขึ้น ดิฉันจึงเสนอญัตติในวันนี้เพื่ออะไรบ้าง ๑. เราจะต้องกลับมาทบทวน ทบทวนในสิ่งไหน ทบทวนในสิ่งที่ว่าขั้นตอนเมื่อประเทศของ เราเกิดเหตุภัยพิบัติค่ะท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว อุทกภัย วาตภัย ไฟไหม้ หรือแม้กระทั่ง ๒๐ กว่าปีที่แล้วเรื่องสึนามิ หรือแม้กระทั่งในอนาคตเหตุก่อการร้ายก็อาจจะ เกิดขึ้นได้ ซึ่งเหตุทั้งหมดนี้ก็ถือเป็นเหตุภัยพิบัติในรูปแบบใดแบบหนึ่งทางธรรมชาติ หรือคนทำ แต่สิ่งที่ดิฉันจะพูดค่ะท่านประธาน ขั้นตอนความรับรู้ความเข้าใจของพี่น้อง ประชาชนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ของส่วนที่เกี่ยวข้องในการเตรียมรับมือต่อไปในอนาคต เราเห็นกันค่ะ ความสับสน ความอลหม่าน แต่ในความสับสนอลหม่านนั้นเราเห็นการมีน้ำใจ ของคนไทย เราจะเห็นค่ะ เราแชร์กันเต็มใน Social Media เลยว่าถนนเส้นนั้นเส้นนี้มีการ ช่วยเหลือเพื่อนคนไทย เพื่อนที่อยู่ในตรงนี้เราช่วยกันอย่างไรบ้าง แต่ท่านประธานคะ เราจะต้องกลับมาดูว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่เริ่มต้นอันดับแรกค่ะ เราพร้อมขนาดไหน พร้อมใน ขั้นไหน คือ ๑. เรื่องการเตรียมตัว การฝึกสอน การฝึกซ้อม เริ่มตั้งแต่นักเรียน ถ้าเราไป ชอบเทียบค่ะ พูดง่าย ๆ ว่าพวกเราเวลามีเหตุการณ์อะไรแบบนี้เราชอบเทียบกับประเทศ ญี่ปุ่น เพราะประเทศญี่ปุ่นก็จะบอกว่าเขาสอนตั้งแต่เด็กนักเรียนขึ้นมา ก็ต้องมองย้อน กลับมาค่ะ แน่นอนหลักสูตรเรื่องสึนามิ เด็กนักเรียนในภาคใต้ พี่น้องประชาชนในภาคใต้รับรู้ ในประเด็นเรื่องนี้มีการฝึกซ้อมอยู่ตลอดเวลา แต่ถามว่าในภาคอื่น ๆ เราก็มีภัยพิบัติอื่น ๆ เช่นเดียวกัน เด็กนักเรียนของเราได้เรียนเรื่องเหล่านี้ วิธีการหลบภัย วิธีการหนี ขั้นตอน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ หลังจากเกิดเหตุเกิดภัยต่าง ๆ นี้ควรต้องทำอย่างไร ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้นำ ในส่วนของผู้นำไม่ว่าจะเป็นระดับเล็กที่สุดค่ะ ผู้นำหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ขั้นตอนในการ เตรียมตัว ศูนย์กลาง ของในแต่ละหมู่บ้านนั้น ในแต่ละพื้นที่ตรงนั้นควรจะเป็นตรงไหน ถ้าเกิดต้องมีการอพยพ เกิดต้องมีการติดต่อ คือวิธีการใด นี่ประเด็นคือ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ของเรานี่ยังไม่มีและไม่พร้อม เราก็จะใช้เหตุการณ์ ในแต่ละครั้งเพื่อมาทบทวนกันว่าเราขาดอะไร แต่มีแต่การบอกว่าเราขาดอะไร แต่เรายัง ไม่ได้ทันจะเติมอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว ถามว่าในทุกวันนี้เราเห็นเหตุการณ์แม้กระทั่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเขตจตุจักร มีทั้งทีมอาสาสมัคร มีทหาร มีทีมกู้ภัย มีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าไป สุดท้ายแล้วเข้าไปแล้วก็มีปัญหาตามข่าวที่เราเห็นนี่ละคะ ทีมนั้นเข้า ทีมนั้นออก มีปัญหาเรื่องเล็กน้อยกัน ถามว่า ณ ตอนนั้นทุกคนอยากช่วย เราต้องขอบคุณทุกทีมที่เข้าไป ทุกคนอยากช่วย แต่ไม่มีขั้นตอนที่ชัดเจนว่าทีมไหนควรอยู่ขั้น ๑ ทีมไหนขั้น ๒ ขั้น ๓ ขั้น ๔ ทีมไหนเชี่ยวชาญเรื่องอะไร ทีมไหนพร้อมสนับสนุนด้านไหน เราไม่ได้แยก เพราะอะไรคะ เมื่อไรที่เราพร้อมจะมีเป็นศูนย์สำหรับหน่วยกู้ภัยกลางของประเทศนี้มาฝึกซ้อมกันเลย ในแต่ละปี เรื่องกู้ภัยก็เรื่องหนึ่ง เป็นหลักสูตรกลางไม่ใช่หลักสูตรของหน่วยงานของใคร ของมัน แบบนี้เราก็จะไม่ทราบว่า ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ นี่คืออะไร และประเด็นต่อมาท่านประธาน เมื่อเราพูดถึงนักเรียนแล้ว พูดถึงฝ่ายกู้ภัย กู้ชีพต่าง ๆ แล้ว พี่น้องประชาชนเราพร้อมไหม เราได้เตือนเขาไหม เราได้บอกหลักสูตรเขาไหมว่าสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเหตุการณ์อะไร ก็ตามแต่ ภัยพิบัติอะไรก็ตามแต่เราพร้อมเราบอกเขาได้ไหมว่าคุณต้องเตรียมน้ำ เตรียมอาหารให้พอกี่วัน ๑ วัน ๓ วัน ๕ วัน หรือ ๑ อาทิตย์เพื่อรับเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างตอนเมื่อน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้วเราสามารถบอกพี่น้องประชาชนได้ว่าเดี๋ยวน้ำ จะมานะ แต่เราก็บอกอยู่แค่นั้นว่าน้ำจะมา แต่มันไม่รู้ว่าน้ำจะมาอย่างไร มาแบบไหน เพราะพี่น้องประชาชนบอกว่าเราก็ห่วงบ้าน บอกว่าน้ำจะมาแล้วจะให้เราทำอย่างไรต่อ ให้เราย้ายหนีอย่างเดียวหรือของก็หวง อะไรก็เป็นห่วง มันก็ต้องมีวิธีการค่ะท่านประธาน แบบที่เราเห็น อย่างที่บอกตอนแรกเราชอบเทียบกับประเทศที่มีภัยพิบัติบ่อย ๆ ก็คือ ประเทศญี่ปุ่น เราบอกว่าเขาชอบเตรียมนะ เราต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง ถามว่าทุกวันนี้ เราเดินไปถามพี่น้องของพวกเรานี่ละ ถามกันเลยว่า ๑ คนนั่งอยู่นี่ก็ได้ ถามเลยว่าถ้าเกิดเหตุ จริง ๆ สิ่งสาธารณูปโภคที่สำคัญที่สุดที่เราควรจะมีใส่ไว้ในเป้ของเราในแต่ละคนในแต่ละบ้าน ควรมีอะไรในถุงใบนั้นดิฉันเชื่อว่าหลายคนก็ตอบไม่ได้ เต็มที่ก็อาจจะบอกว่าต้องมีน้ำ หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงว่าต้องมีไฟฉาย อาจจะมีไฟแช็ก หรือแม้กระทั่งนกหวีดซึ่งนกหวีด นี่สำคัญเพื่อให้สัญญาณให้ทราบว่าเราอยู่ตรงไหน นี่คือการเตรียมตัว เพราะฉะนั้น อย่างที่บอกว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ หลายท่านบอกแล้วว่า เช่นเมื่อวันที่ ๒๘ เหตุการณ์ แผ่นดินไหวเป็นเหตุการณ์ที่ทำนายล่วงหน้าไม่ได้ บอกล่วงหน้าไม่ได้ แต่สิ่งที่เกิดหลังจากนั้น ต่างหากคือการเตรียมตัวของพวกเราทุกคน เราไม่ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวบ่อย ๆ ค่ะ แต่ภัยพิบัติอื่น ๆ ในประเทศของเราเราเกิดทุกปี น้ำท่วมเรามีทุกปี เหตุวาตภัยพัดบ้าน เรามีทุกปี เรามีทุกอย่างทุกปีค่ะท่านประธาน เหตุไฟไหม้เราก็มีเรื่อย แล้ววันนี้อย่างที่บอก สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณหมอทศพรก็บอกแล้วว่าพวกเราตามข่าวที่ส่ง จากไลน์อย่างเดียว แล้วเรามั่นใจได้อย่างไรครับว่าไลน์เป็นข้อมูลที่แท้จริง อันนี้เป็นหนึ่งสิ่ง ที่นอกเหนือจากรัฐบาลจะพูดถึงเรื่องการเตือนข้อความที่ชัดเจนตรงไปตรงมา บอกพี่น้องว่า หลังจากนั้น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ทำอะไรแล้วนั้น เรื่องการจัดการของข่าวลวงที่เกิดขึ้น ตรงนี้ มีปัญหา ตรงนั้นมีปัญหา ซึ่งเอาเข้าจริงอาจจะไม่มีก็ได้ เพราะฉะนั้นในสิ่งหนึ่งที่เพิ่ง เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกของพี่น้อง และประเด็นอีกประเด็นหนึ่งเรื่องมาตรฐาน ความปลอดภัยของอาคาร หลายท่านพูดเชื่อมโยงในเรื่องของแผ่นดินไหว แต่จริง ๆ แล้ว มันทุกภัยละค่ะ ถามว่าถ้าเราไปอ่านในทั้งหมดที่หลาย ๆ คนโพสต์ เขาบอกว่าสิ่งที่เขาห่วง ทุกคนบอกแล้วว่าช่องหนีไฟ ช่องปล่องนี้ปลอดภัยที่สุด แต่กลายเป็นว่าเขาบอกว่านี่คือ ที่ที่มืดที่สุด แล้วมีอากาศน้อยที่สุด และถามว่าทุกอาคารหลายคนบอกว่าคอนโดมิเนียมสูง ๆ แน่นอนคอนโดมิเนียมสูง ๆ กว่าเขาจะสร้างให้ผ่านได้มาตรฐานเขาก็ต้องมีชัดเจนอยู่แล้ว แต่อย่าลืมอาคาร ๔-๕ ชั้นก็มีปัญหาถ้าเกิดเหตุไฟไหม้ เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าทางเขตนี้ อาจจะต้องมีข้อมูลที่แน่ชัด เพื่อให้การเตรียมตัวว่าอาคารของคุณพร้อมรับไหมในเหตุต่าง ๆ ในหน่วยงานของรัฐก็ต้องประสานค่ะ ไม่ต้องเอาอะไรมากมายแค่สภาของเราซ้อมหนีไฟซ้อมกันไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เลยค่ะ ถามว่าทุกวันนี้ถ้าเดินถามเพื่อนสมาชิกกัน ทางหนีไฟสภาเราเดินลงไปแล้วจะไปโผล่ตรงไหน เพื่อนสมาชิกอาจจะต้องถามกันก่อนว่า ประตูนี้โผล่ไปตรงไหนเพราะเรายังไม่ทราบ สัญญาณ ที่ชัดเจนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นอย่างที่บอกว่าสุดท้ายแล้วปัญหาภัยพิบัติ ทางธรรมชาติหลายอย่างทำนายล่วงหน้าได้ หลายอย่างไม่สามารถคาดการณ์และ บอกล่วงหน้าได้ แต่สิ่งที่รัฐบาลควรจะเตรียมพร้อมให้กับพี่น้องประชาชนคือหลังเหตุการณ์ เพื่อให้เขามั่นใจว่าเขาจะต้องทำอย่างไร หรือการเตรียมตัวในข้างหน้าจะต้องทำอย่างไร เพื่อให้เขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ในช่วงที่เกิดเหตุได้ อย่างที่บอกทุกวันนี้เมื่อเกิดเหตุปุ๊บ กรุงเทพมหานครเป็นอัมพาตไม่ใช่แค่ ๓-๔ ชั่วโมงค่ะ ทั้งคืนจนถึงตอนเช้า เราได้เห็นข่าว บางคนต้องถึงขั้นซื้อมอเตอร์ไซค์เพื่อจะกลับบ้านได้ บางคนเดินเป็น ๑๐ กิโลเมตรเพื่อจะ กลับบ้านได้ นี่ก็คือการจัดการของปัญหาที่ต้องบอกว่าพวกเราไม่ได้เตรียมตัว เราในที่นี้หวังค่ะ หวังว่าเหตุการณ์นี้ละควรจะเป็นตัวอย่างเสียที เราไม่อยากได้บทเรียนแล้วค่ะ เราอยากได้สิ่งที่ เราจะต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อเตรียมให้ทุกคนได้เตรียมพร้อมและเตรียมตัว วันนี้เพื่อนสมาชิก อีกหลายท่านจะต้องมาอภิปรายในประเด็นเรื่องนี้อีก ดิฉันมั่นใจว่าเรื่องเหตุภัยพิบัติหลายท่าน ไม่อยากให้เกิด หลายท่านและดิฉันด้วยก็เสียใจ เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เสียใจกับครอบครัว ที่สูญเสีย แต่ในอนาคตถ้าสิ่งใดจะต้องป้องกันได้อยากให้ทำให้ครอบคลุมทั้งหมด ความรู้ ความเข้าใจ การฝึกซ้อมและการฝึกสอนให้ทุกคนได้รับรู้ว่าหลังจากนั้นแล้วเราควรจะ ทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุต่อไปในอนาคตข้างหน้า ขอบพระคุณค่ะ