ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เสนอญัตติด่วนเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง โดยเปิดคลิปภาพเหตุการณ์ตึกถล่มเพื่อเป็นบทเรียน ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ชี้ปัญหาอุบัติเหตุจากการก่อสร้างที่รุนแรงและบ่อยครั้ง พร้อมเสนอญัตติด่วนเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาและแก้ไข ๕ ประเด็นหลัก ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ วิพากษ์มาตรฐานการก่อสร้างที่ล้มเหลวจากเหตุตึกถล่ม จตุจักร โดยชี้ว่าปัญหาเกิดจากการควบคุมงาน วัสดุ และงบประมาณที่ไม่เหมาะสม แทนที่จะอ้างแผ่นดินไหว พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขตามหลักการบริหารโครงการเพื่อสร้างอาคารที่ปลอดภัยและคุ้มค่า
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรค ประชาชน ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาด้วยการขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างความปลอดภัย และการเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความ เสียใจกับครอบครัวของผู้ประสบภัยจากเหตุตึกถล่มเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย เหตุการณ์ตึกถล่มนี้ ได้สร้างความมั่นใจกับโครงการของภาครัฐเป็นอย่างมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปี ที่ผ่านมามีอุบัติเหตุใหญ่ ๆ เกิดขึ้นหลายครั้ง และเป็นโครงการของภาครัฐเกือบทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเปิดสไลด์เพื่อฉายภาพให้เห็นเหตุการณ์ให้เพื่อนสมาชิก ได้ระลึกถึงสักเล็กน้อยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เป็นเหตการณ์อุบัติเหตุต่าง ๆ อย่างเช่น ที่ One Bangkok ทีนี้นั่งร้านถล่ม หรือแม้กระทั่งเรื่องของตึกพระราม ๙ ที่ทรุด ตัวลง มีเรื่องของคานปูนของพระราม ๒ รวมถึงเรื่องของคานทางด่วนที่ถล่มก็พระราม ๒ เช่นเดียวกัน รวมไปถึงสะพานถล่มของลาดกระบังครับท่านประธาน เหตุการณ์เหล่านี้ ตอกย้ำว่าที่ผ่านมามีอุบัติเหตุจากการก่อสร้างเกิดขึ้นบ่อยมาก ๆ เลย แต่สิ่งที่เรายังไม่ได้ ทำเลยก็คือการถอดบทเรียนและหาทางแก้ไขอุบัติเหตุจากการก่อสร้างเหล่านั้นอย่าง จริงจังครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่า อย่างเช่น ในปี ๒๕๖๒ นั้นมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กรณี โดยมี ๑๒ เปอร์เซ็นต์ด้วยกันที่เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการ ก่อสร้าง ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งเยอะที่สุดในบรรดาอุบัติเหตุทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันถ้าดูจาก ความเสียหายกว่า ๖๐๐ เคสที่มีการเสียชีวิตนั้น ต้องบอกว่า ๒๙ เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นเคสที่เกิด จากการก่อสร้างเช่นเดียวกัน นั่นหมายความว่าการก่อสร้างเป็นเหตุที่ทำให้มีการเกิดอุบัติเหตุ ได้บ่อย ในขณะเดียวกันก็มีความรุนแรงในระดับการทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตได้สูงที่สุดมากกว่า อุบัติเหตุจากสาเหตุอื่น ๆ ก็ตาม นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมได้มีการยื่นญัตตินี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ เพื่อขอตั้งกรรมาธิการ ซึ่งผ่านมาปีกว่าแล้วก็ยังไม่สามารถที่จะหาคิวเข้ามาได้นะครับ แต่ก็โชคดี ที่ว่าสภาแห่งนี้ได้เห็นถึงความสำคัญกับการก่อสร้างอีกครั้งหนึ่ง และให้โอกาสผมได้เสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจา โดยญัตติด่วนของผมนี้ขออนุญาตแบ่งปัญหาของการก่อสร้างออกเป็น ๕ ประเด็นใหญ่ ๆ ครับท่านประธาน
ประเด็นที่ ๑ คือเรื่องของการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง คือการกำกับ กระบวนการการก่อสร้างให้มันถูกต้องเพื่อให้ได้งานที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ เดี๋ยวขอ อนุญาตเปิดสไลด์สักเล็กน้อยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
อีกภาพหนึ่งครับ ภาพเหตุการณ์ครับ อยากเห็นว่านี่เป็นเหตุการณ์อย่างเช่นล่าสุดที่ถนนวิภาวดีที่มีประชาชน เดินตกลงไป รวมถึงอีกภาพหนึ่งครับ เหตุการณ์ถนนยุบที่นนทบุรี และรวมไปถึงเหตุการณ์ ล่าสุดอย่างตึกถล่มที่จตุจักรครับ ตัวกรณีตึกถล่มที่จตุจักรนี้มันสะท้อนถึงมาตรฐาน การก่อสร้าง เพราะต้องไม่ลืมว่าตึก ๆ นี้เป็นตึกเดียวในประเทศไทยที่มีการถล่มจากเหตุ แผ่นดินไหว การที่จะอ้างว่าเป็นเพราะแผ่นดินไหวทำให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุนี้ผมจึงมองว่า อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องที่ยอมรับได้มากขนาดนั้นกับโครงการใหม่ของภาครัฐที่มีการก่อสร้าง ทั้งที่จริง ๆ แล้วควรมีการก่อสร้างให้มีความแข็งแรงมากกว่านี้แต่กลับปล่อยให้มีเหตุการณ์ เช่นนี้เกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่ามันเป็นเรื่องของมาตรฐานการกำกับ เรื่องของ มาตรฐานความปลอดภัย และรวมถึงกระทั่งเรื่องของมาตรฐานการก่อสร้าง ซึ่งปัจจัย ที่มีผลกระทบต่อมาตรฐานการก่อสร้างก็มีหลายสาเหตุด้วยกันครับท่านประธาน มีทั้งเรื่อง ของปัญหาวัสดุการก่อสร้าง มีเรื่องของปัญหาวิธีการสร้างที่อาจจะผิดพลาด ทำให้เกิดการ เสี่ยงในเรื่องของการที่พังตัวไวขึ้น เรื่องของการกำกับ การควบคุมงานที่อาจจะไม่ต่อเนื่อง เรื่องของการตรวจคุณภาพงานที่อาจจะไม่ได้มีประสิทธิภาพ เรื่องของปัญหาองค์ความรู้ ปัญหาเรื่องของประสบการณ์ของบุคลากรหน้างาน การขาดการอบรม แม้กระทั่งการจัดทำ งบประมาณของหน่วยงานภาครัฐเองก็ดีในโครงการก่อสร้างหลาย ๆ อันก็มีการจัดทำ งบประมาณที่ซ้ำซ้อนเกินไปทำให้เกิดปัญหาเดี๋ยวสร้างแล้วเดี๋ยวทุบ เดี๋ยวเจาะอีกครั้งหนึ่ง นะครับท่านประธาน รวมไปถึงกระทั่งปัญหาเรื่องของราคากลางที่อาจจะไม่ได้แปรผันตรง กับเรื่องของความซับซ้อน ความยาก ความเสี่ยงของงานที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งปัญหาเรื่องของ การฟันราคากลางเกิดขึ้น ที่มีการฟันราคาทำราคาต่ำเกินไป ก็อาจจะทำให้โครงการเหล่านั้น มีปัญหาได้ ท่านประธานครับ ถ้าเกิดใครที่เรียนหลักสูตรเรื่องของการบริหารโครงการ ด้านการก่อสร้างมาก็จะพอเข้าใจ หรือรู้จักเรื่องของ Project Management Triangle หรือว่าสามเหลี่ยม Time Cost Quality ซึ่งเป็นการแสดงเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่าง เวลา ค่าใช้จ่าย และเรื่องของคุณภาพ คุณไม่มีทางที่จะสร้างอาคารที่ราคาถูก เร็ว แล้วก็ดีได้ ในเวลาเดียวกัน ทุกอย่างมันต้องมีการแลกกันครับ ถ้าคุณต้องการทำให้ราคาถูกลง แน่นอน ครับคุณก็ต้องแลกกับระยะเวลาในการทำงานที่มันยาวนานขึ้นหรือคุณภาพของงานที่แย่ลง นั่นล่ะครับจึงเป็นปัญหา ถ้าภาครัฐยังมีมุมมองในการที่จะสร้างโครงการโดยเน้นเพียงแค่การ แข่งขันด้านของราคาเพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่ได้ดูในเรื่องของศักยภาพของผู้รับจ้างมาก เพียงพอ สุดท้ายปัญหาก็จะกลับมากระทบในเรื่องของเวลา แล้วก็คุณภาพของงานได้อยู่ดีครับ
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยใน Site งาน แล้วก็การ จัดการของความเสี่ยง ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุถ้ามองง่าย ๆ มี ๕ อย่างด้วยกันครับ คน ของ งาน สถานที่ แล้วก็ปัจจัยภายนอกครับ คน อาจจะเกิดจากความประมาท ของ จากวัสดุที่ ไม่มีคุณภาพ งาน งานที่มีความซับซ้อน สถานที่ เช่น ทำงานในที่สูงเกินไป ที่แคบ ที่มืด เกินไป หรืออันสุดท้ายก็คือปัจจัยภายนอกซึ่งก็คือภัยธรรมชาตินั่นเอง ผมอยากยกตัวอย่าง อีกสักสไลด์หนึ่งครับท่านประธาน ก็คือ Site งาน สภาพ Site งานก่อสร้าง Style การทำงาน แบบไทย ๆ เราเมื่อเทียบกับของต่างประเทศ อีกภาพหนึ่งไปต่อได้เลยครับ มีหลายภาพที่ทำ ให้เห็นว่าการก่อสร้างของประเทศไทยนั้นยังมีระบบมาตรฐานความปลอดภัยที่เรียกได้ว่า ต่ำกว่าต่างประเทศอยู่เยอะมากครับ เพราะที่ผ่านมาเราแทบจะไม่เคยมีการกำกับเรื่องของ ความปลอดภัยนี้เลยครับ ที่สำคัญหลายครั้งเมื่อมีการเกิดอุบัติเหตุแล้วมุมมองของไทยเรา คือการพยายามที่จะหาคนผิด หรือกระทั่งการปิดข่าวเพื่อให้เรื่องมันจบแล้วก็ปล่อยให้มัน ผ่านไป แต่ไม่ได้มีการตรวจสอบอย่างจริงจังและถอดบทเรียนว่าแท้ที่จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้น แล้วนำปัญหาเหล่านั้นมาจัดการความเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อที่จะลดการเกิดอุบัติเหตุในอนาคต การจัดการความเสี่ยง หรือว่า Risk Management ก็มีด้วยกันหลายวิธีครับ ๑. ก็คือ Risk Avoidance คือการเลี่ยงความเสี่ยงต่าง ๆ หรือ ๒. คือการ Risk Mitigation คือการลด ความเสี่ยง อย่างเช่น การใส่อุปกรณ์ PPE การติดป้ายเตือน การอบรมต่าง ๆ หรือแม้กระทั่ง อย่างในประเทศอังกฤษเองเขาจะมีเรียกว่า HSE Inspector หรือว่า Health and Safety Executive Inspector ก็คือบุคคลภายนอกจะเป็นเจ้าหน้าที่เข้ามาในการตรวจสอบเรื่องของ ความปลอดภัยต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการทำ Risk Acceptance คือการยอมรับความเสี่ยงนั้น แล้วก็พยายามที่จะตระหนักรู้ถึงปัญหาความเสี่ยงนั้น รวมถึงกระทั่งการทำ Risk Transfer หรือการถ่ายโอนความเสี่ยง เช่น การทำประกัน หรือการจ้างผู้เชี่ยวชาญมาทำแทนในบางกรณี ที่ผ่านมามีการเสนอ ในการใช้ Blacklist เพื่อที่จะ Ban ผู้รับจ้างเพื่อให้ออกจากระบบไป เพื่อที่เราจะได้เหลือ คนอื่นแทน ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็น Idea ที่น่าสนใจอยู่ ซึ่งต่างประเทศก็มีการทำอยู่แล้วนะครับ แต่ต้องบอกว่าปัญหาอาจจะแก้ไม่ได้หมดนักถ้าเรายังมีมุมมองแค่ว่าเราจะ Ban แค่ผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมาเพียงแค่อย่างเดียว เพราะการก่อสร้างต้องบอกว่ามีหลาย Stakeholder ครับ มีตั้งแต่คนออกแบบ คนคุมงาน บริษัทที่ปรึกษา บริษัท Supplier Stakeholder เหล่านี้เป็น กลุ่มคนที่ต้องมีการได้รับการถูกประเมินด้วยเช่นเดียวกัน และต้องมีการทำ Blacklist ด้วย เช่นเดียวกันครับท่านประธาน อย่างเหตุการณ์ตึกถล่มที่ผ่านมามีแต่คนตั้งคำถามถึงผู้รับเหมา แต่ผมถามกลับกันว่าเราได้ถามหรือเปล่าว่าคนคุมงานที่เราจ่ายเงินไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ ในการจ้างเขาคุมงานนั้น เขาอยู่ไหนใน Site งานนี้ เขาได้มีการกำกับควบคุมมากน้อยหรือยัง สิ่งเหล่านี้เราไม่เคยมีการถามนะครับ แล้วที่ผ่านมาการ Scan นิ้วต่าง ๆ ของผู้คุมงานก็ไม่เคยมี เหตุการณ์ถล่มที่ลาดกระบังเองก็ไม่มีนะครับ เราแทบไม่เจอตัวคนคุมงานเลยแม้แต่น้อย แต่คำถามก็คือเขาถูกจ้างให้มาควบคุมงานไม่ใช่หรือครับ
อีกอันหนึ่งท่านประธานครับ ที่เราต้องให้ความสำคัญก็คือเรื่องของการทำ Accident Investigation โดย Third Party ให้เข้ามาในการที่จะมาดูว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น จากอะไรแล้วก็ถอดบทเรียน เพราะมันจะทำให้เกิดกลไกในการที่จะทำให้เรานำไปพัฒนา วิธีการต่าง ๆ ได้ในอนาคตในการที่จะเสริมสร้างความปลอดภัยให้เราได้ในอนาคตครับ
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ คือเรื่องของมาตรการการเยียวยาผู้ที่ได้รับ บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการก่อสร้าง ต้องบอกว่าถึงแม้ว่าการเยียวยาอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับ ในเรื่องของการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างโดยตรงหรือความปลอดภัยโดยตรง แต่ผม ก็ต้องบอกว่านี่เป็นประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ เพราะว่า ผู้เสียชีวิตจากการก่อสร้างหลาย ๆ ครั้งไม่ใช่เป็นแค่แรงงานผู้ที่ก่อสร้างเท่านั้น แต่ยังเป็น พี่น้องประชาชนที่อาจจะเดินผ่านทางด้วย ในส่วนของประชาชนนั้นยังมีปัญหาอยู่ครับ เนื่องจากว่ากฎหมายก็ปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้องไปเดินหน้าสู้ฟ้องร้องกับผู้รับจ้างต่าง ๆ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายเอง แต่เนื่องจากกระบวนการที่มีความยืดยาวทำให้หลาย ๆ ครั้งนั้น พี่น้องประชาชนหลาย ๆ คนเรียกได้ว่าถูกบีบให้ต้องยอมรับกับเงินชดเชยเงินเยียวยา จากผู้ประกอบการเหล่านี้แทน จึงต้องมีความจำเป็นที่ว่าในกรรมาธิการในญัตติของเราถึงต้องมี การศึกษาเรื่องของการชดเชยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบด้วยเช่นเดียวกัน
ประเด็นที่ ๔ คือเรื่องของกระบวนการการคัดเลือกผู้รับจ้าง การจะได้ ผู้รับจ้างที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ก็ขึ้นอยู่ที่การคัดเลือกผู้รับจ้างครับ และนี่คือสารตั้งต้นหลัก ที่ทำให้เราจะได้มาตรฐานและได้ความปลอดภัยที่เหมาะสม ต้องบอกว่าธุรกิจการก่อสร้าง ในเมืองไทยใครก็เป็นได้ครับ ใครก็มีธุรกิจบริษัทรับเหมาก่อสร้างได้ เรียกได้ว่าไม่มี Barriers to Entry ครับ ณ วันนี้คุณเดินไปที่กรมพัฒน์ฯ ขอจดจัดตั้งบริษัทรับเหมาคุณเป็นได้แล้วครับ จากข้อมูลของกรมพัฒน์ฯ มีบริษัทรับเหมากว่า ๑๐๐,๐๐๐ รายในเมืองไทย ซึ่งคุณไม่ต้องใช้ License คุณไม่จำเป็นต้องมีวิศวะ ไม่จำเป็นต้องมีสถาปัตย์ ไม่จำเป็นต้องมีคนงานอะไรเลย ในการที่จะ Register ในการที่จะบอกว่าคุณเป็นเจ้าของบริษัทก่อสร้างครับท่านประธาน ใครอยากลองทำทำได้หมด วันนี้อายุ ๑๘ ปีมาไปเปิดบริษัทปุ๊บ เสร็จปุ๊บก็ไปประมูลงาน ภาครัฐก็ทำได้ครับ เพราะบาง TOR ของภาครัฐก็เปิดกว้างมากพอให้สามารถเข้ามาประมูล งานของภาครัฐได้ในโครงการที่อาจจะไม่มีมูลค่าเยอะเกินไป แต่คุณก็ต้องมองว่า ในขณะเดียวกันคุณกำลังสร้างสาธารณูปโภคที่มีความสำคัญของประเทศอยู่ แต่ใน ขณะเดียวกันคุณกำลังเอาผู้รับเหมาที่ไม่มีศักยภาพเลยเข้ามาประมูลงานเหล่านี้ บางคน ถึงขนาดว่าฟันงาน ๓๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อที่จะได้งานก่อนแล้วค่อยไปตายกันเอาดาบหน้า ไปหวังว่าจะมีคนมารับงานต่อ ไปตัดงานต่อ ไปขายงานต่อ เต็มไปหมดครับ ซึ่งก็ไม่แปลก ที่โครงการก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการก่อสร้างในส่วนของท้องถิ่นจะมีปัญหา ได้ถึงขนาดนี้ ในขณะเดียวกันโครงการขนาดกลางก็แทบไม่ต่างกันครับ เดี๋ยวนี้มีการปั้น บริษัทมาเยอะ ๆ ปั้นบริษัทมาก่อนได้ระดับหนึ่งปุ๊บก็ไปไล่ฟันงานทั่วครับ ท่านประธาน เดี๋ยวขออนุญาตอีกนิดหนึ่งครับท่านประธานครับ หรือบางทีมีเรื่องของ Nominee ต่างชาติ ที่มีการใช้ทางลัดไล่ซื้อบริษัทผู้รับเหมาของเมืองไทยเพื่อที่จะได้สิทธิในเรื่องของผลงานต่าง ๆ แล้วก็เข้าไปไล่ฟันโครงการของภาครัฐ และสุดท้ายแล้วก็ใช้วิธีการไปขายต่อ หรือแม้กระทั่ง เอาช่องทางบริษัทของเราบริษัทก่อสร้างในการระบายสินค้าอย่างเช่นอุปกรณ์เหล็กต่าง ๆ ผ่านช่องทางเรื่องของการประมูลอาคารต่าง ๆ เราถึงเห็นได้ว่าหลัง ๆ นี้บริษัทจีนจะโฟกัส ที่เรื่องของงานอาคารเป็นงานสำคัญ เพราะเนื่องจากว่าเป็นโครงการที่มีการใช้เหล็กใน ปริมาณมาก ซึ่งผมก็ต้องบอกว่าวิธีการมองที่เราไปมองว่าการประมูลงานแล้วต่ำกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นเรื่องที่ดี จริง ๆ แล้วเราควรต้อง Flag ไว้ครับว่าโครงการเหล่านี้ มีความเสี่ยงที่จะคุณภาพมีปัญหา หรือมีความเสี่ยงที่อาจจะทำได้ไม่ตรงตามเป้าจนกระทั่ง มีเรื่องของการทิ้งงานหรือการบริหารการเงินที่มีความผิดพลาดได้ครับท่านประธาน
ประเด็นที่ ๕ ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน คือเรื่องของการผลักดัน อุตสาหกรรมการก่อสร้างและการยกระดับศักยภาพผู้รับจ้างครับ ซึ่งต้องบอกว่าประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่ใหญ่ที่สุดแล้วก็ขาดการโฟกัสของรัฐบาลมากที่สุด ต้องบอกว่าภาครัฐเองเป็น ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับหรือขีดความสามารถของอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เพราะว่าภาครัฐเองเป็นผู้ที่ลงทุนด้านการก่อสร้างที่เป็น Stakeholder ที่ใหญ่ที่สุดใน ประเทศ สามารถกำหนดทิศทาง Direction ของอุตสาหกรรมการก่อสร้างได้เลยเพราะงบประมาณ มหาศาลของภาครัฐพุ่งเป้าไปที่เรื่องของการลงทุนด้านการก่อสร้างมหาศาล ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่นหลาย ๆ คนอาจจะรู้จัก BIM ครับ หรือว่า Building Information Modeling ที่เป็นเทคโนโลยี 3D ใช้ในการให้ข้อมูลต่าง ๆ ของอาคารที่สามารถที่จะลดเรื่องของความ สูญเสียทางด้านของวัสดุต่าง ๆ ระหว่างการก่อสร้างได้ ซึ่งในประเทศอังกฤษพูดกันตั้งแต่ ๒๐ ปีที่แล้วครับ ตอนผมไปเรียนเกือบ ๒๐ ปีที่แล้วก็พูดกันเรื่องนี้ครับ แล้วเขาก็มีเป้าหมาย ชัดเจนว่าต้องการให้ผู้ประกอบการอังกฤษใช้ BIM ภายในกี่เปอร์เซ็นต์ ภายในปีไหน อะไร อย่างไร แล้วก็มีเรื่องของการจูงใจการผลักดันผ่านงบประมาณต่าง ๆ ของภาครัฐเกิดขึ้น ในขณะที่ไทยเพิ่งจะพูดถึง BIM ไม่กี่ปี ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้มีนโยบายหรือมีเป้าหมายอะไร ใด ๆ ที่ชัดเจนเกิดขึ้นเลย ยังไม่รวมถึงเรื่องของนวัตกรรมการก่อสร้างต่าง ๆ อย่างเครื่องจักร วัสดุต่าง ๆ หรืออาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการก่อสร้างที่สามารถผลักดัน ผ่านเรื่องของการผลักดันงบประมาณของภาครัฐได้หรือการกำหนดใน TOR ต่าง ๆ ได้ เช่นเดียวกันนะครับท่านประธาน รวมแม้กระทั่งถึงเรื่องของการรับฟังผู้ประกอบการครับ ที่ผ่านมาเราไม่เคยเห็นรัฐบาลที่จะรับฟังผู้ประกอบการเลยว่าผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ใน Stakeholder ของอุตสาหกรรมมีความคิดเห็นอย่างไรที่อยากจะพัฒนาตัวเองอย่างไร ด้วยสาเหตุนี้ครับ ผมจึงขอเสนอญัตติด้วยวาจาในการขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการ ในการศึกษามาตรฐานการก่อสร้างความปลอดภัยและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่าง เป็นระบบครับ ขอบคุณครับท่านประธาน