ดนุพร เสนอญัตติศึกษาป้องกันแผ่นดินไหว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๓ เมษายน ๒๕๖๘

ดนุพร ปุณณกันต์ เสนอญัตติด่วนเพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการภัยพิบัติแผ่นดินไหว โดยอ้างอิงเหตุการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านและภายในประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย มาตรฐานการก่อสร้าง และเทคโนโลยีป้องกันภัย พร้อมเสนอแนวทางป้องกันโดยเน้นระบบเตือนภัยล่วงหน้าและการเตรียมความพร้อมของประชาชน

นายดนุพร ปุณณกันต์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ดนุพร ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ ขออนุญาตเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎรนั้นได้พิจารณาศึกษา แนวทางการบริหารจัดการเรื่องภัยพิบัติแผ่นดินไหว เพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณสักบ่ายโมงยี่สิบนาที ได้เกิด แผ่นดินไหวขนาด ๘.๒ Magnitude ที่ประเทศเมียนมาหรือประเทศเพื่อนบ้านเรา ซึ่งเรา ทราบกันดีครับว่าเกิดเหตุแผ่นดินไหวนั้นก็มาจากรอยเลื่อนที่มีชื่อว่า สะกาย ซึ่งมีความยาว ประมาณ ๑,๒๐๐ กิโลเมตร อยู่ทางภาคเหนือทอดยาวมายังภาคใต้ของประเทศเมียนมา ถ้าดูในแผนที่ก็จะเห็นว่าจะพาดผ่านเมืองมิตจีนา มัณฑะเลย์ ตองจี เนปิดอว์ พะโค ย่างกุ้ง แล้วก็เลยไปถึงในมหาสมุทรด้วย ซึ่งแน่นอนครับผลของการทำให้เกิดแผ่นดินไหวนั้น โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครมีอาคารสูงหลายแห่งเกิดการสั่นไหว ทำให้ประชาชนนั้น ตื่นตระหนก อพยพจากอาคารที่ทำงานบ้านเรือนที่อยู่ตามบ้านและคอนโดต่าง ๆ แต่เหตุการณ์ที่แรงที่สุดครับก็คืออาคารของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือว่า สตง. ที่อยู่ ระหว่างการก่อสร้าง ยังก่อสร้างไม่เสร็จอยู่ที่เขตจตุจักรได้พังแล้วก็ถล่มลงมา ทำให้ มีผู้เสียชีวิต แล้วก็มีผู้ที่ยังติดอยู่ และผู้สูญหายจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้หน่วยราชการทุกภาคส่วน กำลังระดมพลังต่าง ๆ เพื่อที่จะไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหล่านี้ ผมเรียนท่านประธานครับว่า เรื่องของแผ่นดินไหวกับประเทศไทย จริง ๆ ก็ไม่ใช่ว่าแผ่นดินไหวนั้นจะเลือกไหวเฉพาะ นายกรัฐมนตรีท่านปัจจุบัน แต่ถ้าย้อนไป ๑๐ ปีที่ผ่านมาครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ จนถึงปี ๒๕๖๘ ประเทศไทยนั้นได้รับรู้ถึงความสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวมาหลายครั้งแล้ว ยกตัวอย่างครับ วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เกิดแผ่นดินไหวขนาด ๖.๓ Magnitude ที่อำเภอพาน จังหวัด เชียงราย เหตุการณ์นั้นก็มีผู้เสียชีวิตด้วย เหตุการณ์ต่อไปก็มาถึงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๙ เกิดแผ่นดินไหวขนาด ๖.๘ Magnitude ที่ประเทศเมียนมา แรงสั่นสะเทือนนั้นก็ได้รับรู้ถึง ทางภาคเหนือ แล้วก็ทางกรุงเทพมหานครเองก็ได้รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนนี้ด้วย มาวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ครับ ก็เกิดแผ่นดินไหวขนาด ๖.๑ Magnitude ที่ประเทศลาวครับ อีกฟากฝั่งหนึ่งของประเทศไทย ก็แน่นอนครับแรงสั่นสะเทือนก็ยังรับรู้ไปถึงทาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และครั้งล่าสุดครับก็คือวันที่ ๒๘ มีนาคม นอกจากนี้ครับนอกจากที่เราเคยมีประสบการณ์ว่าได้รับแรงสั่นสะเทือนจากต่างประเทศแล้ว และในประเทศแล้ว ยังมีแผ่นดินไหวขนาดเล็ก ๆ ภายในประเทศที่ประชาชนนั้นก็สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน นี้ได้ ผมเรียนว่านอกจากรอยเลื่อนที่ชื่อว่าสะกายแล้ว ในประเทศไทยเอง ท่านประธานครับ ก็ยังมีรอยเลื่อนที่อาจจะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงได้ นักวิชาการก็ได้ศึกษามาอย่างยาวนาน รอยเลื่อนที่ผมจะพูดถึงนั้นคือรอยเลื่อนของจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งนักวิชาการก็บอกว่า มีศักยภาพอาจจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด ๐-๗.๕ Magnitude และส่งผลต่อพื้นที่ ใกล้เคียงรวมถึงกรุงเทพมหานครได้ ก่อนที่เราจะพูดถึงว่ากรุงเทพมหานครนั้นหรือประเทศไทย ของเรานั้นควรจะเตรียมการอะไรเพื่อเป็นการป้องกันบ้าง ทางผมเองก็ได้ไปศึกษาค้นคว้า แล้วก็ไปหาข้อมูลต่าง ๆ ว่าในต่างประเทศครับ ในต่างประเทศที่มีตั้งอยู่บนรอยเลื่อน แผ่นเปลือกโลก แล้วก็มีแผ่นดินไหวบ่อย ๆ ผมก็ไปหาข้อมูลมา ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา แล้วก็นิวซีแลนด์ ถามว่าทำไมถึงเลือก ๓ ประเทศนี้ เนื่องจากว่า ๓ ประเทศนี้ อยู่คนละทวีปในโลกแห่งนี้ครับ แต่ปรากฏว่าทั้ง ๓ ประเทศนี้มีมาตรการในการรับมือ แผ่นดินไหวค่อนข้างใกล้เคียงกัน ผมขอยกตัวอย่างไปเร็ว ๆ นะครับ ทั้ง ๓ ประเทศนี้เขามี กฎหมายแล้วก็มาตรฐานการก่อสร้างที่ถือว่าอยู่ในระดับต้น ๆ ของโลกใบนี้ แน่นอน มาตรฐานเรื่องการก่อสร้างอาคารทำให้อาคารนั้นมีแรงทนต่อแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว มีการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อที่จะป้องกันแผ่นดินไหว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฐานราก ยืดหยุ่น รวมทั้งโครงสร้างต่าง ๆ ที่สามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือนได้ ผมขออนุญาตไม่ได้ลง รายละเอียดมากเพราะว่าเดี๋ยวจะมีญัตติในเรื่องของตึกถล่มด้วย

ประการที่ ๒ เรื่องของการเตือนภัยล่วงหน้า เรื่องนี้หลังจากที่มีแผ่นดินไหว แล้วสะเทือนถึงกรุงเทพมหานคร มีการถกเถียงกันว่าหลายประเทศเขามีวิธีแจ้งเตือน เช่นเดียวกัน ผมก็เลยไปหาข้อมูลมาครับ ญี่ปุ่นเขามีระบบเตือนภัยล่วงหน้ามีจริงครับ ระบบ ของเขาได้ชื่อว่า Earthquake Early Warning หรือว่า EEW ถามว่าเขาใช้วิธีอย่างไรในการ ที่จะมีการเตือนภัยล่วงหน้า ผมเรียนครับว่าเมื่อการเกิดแผ่นดินไหวเกิดขึ้นรอยเลื่อนนั้น ที่แตกออกมาจะปล่อยคลื่นออกมาอยู่ ๒ ประเภทหลัก ๆ คลื่นแรกเขาเรียกว่า P Wave หรือว่า Primary Wave หรือคลื่นปฐมภูมิครับ อันนี้เป็นคลื่นที่มีความเร็วแต่ว่าไม่มีแรง ทำลายล้าง ส่วนคลื่นแบบที่ ๒ เขาเรียกว่าคลื่น S Wave หรือ Secondary Wave หรือว่า ทุติยภูมินั่นเอง คลื่นนี้เป็นคลื่นที่เคลื่อนที่ช้ากว่า แต่ว่ามีพลังในการทำลายนั้นสูงกว่า ผม เรียนว่าเมื่อทางสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น มีเครื่องมือเรียกว่าเป็นตัว Censor กว่าพันจุดติดไว้ อยู่ในแนวที่ใกล้กับรอยเลื่อนของแผ่นดินไหว เมื่อระบบมีการจับ Sensor ได้ก็จะมีการ ประมวลส่งข้อมูลนี้ไปยังคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ก็จะส่งผลทันที ระบบนี้จะสามารถบอก ได้เลยว่าจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ที่ไหน ความแรงของการสั่นไหวอยู่ที่ไหน แล้วมันจะ กระทบในพื้นที่ใกล้เคียงโดยระยะเวลาเท่าไร จากนั้นเมื่อประมวลเสร็จแล้วก็จะมีการ ส่งไปเรียกว่าการเตือนภัยต่อพี่น้องประชาชน แน่นอนครับ ไปทางวิทยุ ทางโทรทัศน์ ทางโทรศัพท์มือถือ Cell Broadcast ที่รัฐบาลพยายามจะพัฒนาให้เรื่องนี้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด ผมเรียนนอกจากนั้นแล้วทั้ง ๓ ประเทศยังมีมาตรการในเรื่องของการฝึกซ้อมต่าง ๆ ให้ความรู้แก่พี่น้องประชาชน นักศึกษา เด็กนักเรียนต่าง ๆ มีการซ้อมว่าจะอพยพกันอย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ สหรัฐอเมริกาเองก็มีระบบแจ้งเตือน เขาใช้ชื่อว่า Check Alert ก็มีระบบใกล้เคียงกัน ผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียด แต่ประเด็นหนึ่งที่ ๓ ประเทศนี้มีแล้ว ผมคิดว่าพวกเราน่าจะเอามาปรับใช้ นั่นคือผมเข้าใจดีครับ หลังจากปี ๒๕๕๐ มี พ.ร.บ. เรื่องเกี่ยวกับอาคารต่าง ๆ แต่ผมเรียนว่าการปรับปรุงอาคารเก่าก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะมีตึก มากมายที่สร้างก่อนปี ๒๕๕๐ เราควรจะไปดูว่าอาคารเก่า ๆ เหล่านั้นควรจะเสริม ความแข็งแกร่งให้กับอาคารเพื่อที่จะรองรับเรื่องของแผ่นดินไหวได้อย่างไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่ผมได้ไปหาข้อมูลมา ระบบที่เขามีการแจ้งเตือนก่อนไม่ว่าจะเป็นหลาย ๆ ประเทศ ที่ผมพูดถึงครับ ปรากฏว่าเรารู้ก่อนเพียงแค่หลักวินาทีถึง ๓๐ วินาทีเท่านั้นครับว่าจะเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากว่าคลื่นสั้น ๆ ที่ผมได้ชี้แจงไปนะครับ ดังนั้นแปลว่าอะไรครับ แปลว่าแผ่นดินไหวนั้น ยังไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำว่าจะเกิดเมื่อไรและที่ไหน คราวนี้ประเทศ ของเราควรจะทำอย่างไรในเมื่อเราไม่ได้อยู่บนรอยเลื่อนหลักนะครับ เพียงแต่ว่าแน่นอนครับ เรามีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง มีรอยเลื่อนที่มีพลังพาดผ่านในประเทศไทยนั้น ๑๕ แห่ง ดังนั้น ผมเรียนครับว่าประเทศไทยนั้นถึงแม้ที่ผมบอกไปแล้วว่าไม่ได้อยู่บนรอยเลื่อน แต่พวกเราควร จะมีวิธีที่จะป้องกันเตรียมตัวอย่างไรให้กับพี่น้องประชาชน สิ่งหนึ่งครับที่ถกเถียงกันมากใน โลกสังคมออนไลน์ก็ดี ในโลกของสื่อมวลชนก็ดี นั่นคือการแจ้งเตือนครับ ประเทศไทยนั้นมี ระบบการตรวจจับแผ่นดินไหว ผู้ที่เป็นเจ้าภาพก็แน่นอนครับกรมอุตุนิยมวิทยา มีเครือข่าย มี ตัวเครื่องมือตรวจจับอยู่กว่า ๑๒๐ แห่งทั่วประเทศครับ แต่ปัญหาคือว่าเมื่อตรวจจับ เจอแล้วเราจะแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบได้อย่างไร แล้วแน่นอนครับตอนนี้รัฐบาลเอง กำลังพัฒนาระบบแจ้งเตือนที่ชื่อว่า Cell Broadcast นะครับ ซึ่งเป็นการส่งข้อความทาง โทรศัพท์มือถือ แต่ผมเรียนว่าระบบ Cell Broadcast เพียงพอในระดับเบื้องต้น แต่ใน ระยะยาวผมเรียนว่าเขามีระบบอีกระบบหนึ่งที่ชื่อว่า Visual Cell Broadcast ครับ ระบบนี้ ครับจะเป็นการแจ้งเตือนภัยบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะปิดเสียงไว้ เปิดเสียง ไว้ หรือเปิดแบบระบบสั่นไว้จะ Popup ขึ้นมาทันทีครับ และจะมีเสียงเตือน ที่ไม่เหมือนกับเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าระบบนี้ถ้าเราพัฒนาไปถึง จุดนั้นได้จะช่วยเหลือชีวิตของพี่น้องประชาชนได้มากทีเดียว แล้วระบบนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะ เกี่ยวกับแผ่นดินไหวครับ ผมเรียนว่าไม่ว่าจะเป็นสึนามิ มีไฟป่า ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน ระบบนี้สามารถใช้ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนครับว่าวันนี้รัฐบาลเองควรให้ความสำคัญ นะครับ อาจจะต้องจัดทำคู่มือต่าง ๆ เพื่อที่จะแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อเตรียม ความพร้อม แล้วผมเรียนนะครับว่าการปกป้องชีวิตของประชาชนเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และนายกทุกคนครับตั้งแต่ในอดีตจนปัจจุบัน แล้วผมเรียนว่าการปกป้องชีวิตของพี่น้อง ประชาชนจากแผ่นดินไหวนั้นไม่ใช่ว่าจะใช้แต่เครื่องมือหรือว่าเทคโนโลยีเท่านั้นครับ แต่การ เตรียมความพร้อมรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนโยบาย โครงสร้างต่าง ๆ ความรู้ จิตสำนึก และที่สำคัญครับก็คงจะต้องมีการเตรียมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน เพราะสังเกตได้เลยครับว่าเรา ไม่มีแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน เราไม่ทราบเลยครับว่าหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ควรจะทำอะไรบ้าง ตำรวจควรจะทำอะไรทหารควรจะทำอะไร เจ้าหน้าที่มหาดไทยหรือกรุงเทพมหานครควรจะ ทำอะไร อย่างแรกเลยใครจะเป็นคนบัญชาการในเหตุการณ์ฉุกเฉินนั้น ควรจะมีเป็นคัมภีร์ไว้ ให้ทุกหน่วยงาน เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานครับ และผ่านไปยังรัฐบาลนะครับว่าวันนี้ไม่ว่า รัฐบาลนี้จะอยู่ถึงเมื่อไร จะอยู่ครบวาระหรือจะไปก่อนวาระ แต่ผมเรียนว่าระบบต่าง ๆ วันนี้ ถึงเวลาแล้วครับที่รัฐบาลนั้นจะต้องให้ความสำคัญ ให้ความจำเป็นกับระบบที่จะแจ้งเตือนภัย เพื่อช่วยชีวิตของพี่น้องประชาชนในระยะยาว ขอบคุณท่านประธานครับ