เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้แทนราษฎรเขต ๓ จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ผมขอ อนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนอื่นผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ผมมีความคาดหวังว่าการอภิปราย ของผมในวันนี้จะมีประโยชน์กับบุคคลในลักษณะกว้าง ๆ ประมาณ ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกคือ ประชาชนทั่วไป กลุ่มที่ ๒ คือเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรของเราแห่งนี้ เดี๋ยวรายละเอียดผมจะนำเรียนท่านประธานว่า ทำไมผมถึงโฟกัสมาที่ ๒ กลุ่มนี้ ผมเรียน ท่านประธานก่อนอย่างนี้ว่า ที่ไปที่มาของร่างฉบับนี้เหมือนที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงเมื่อสักครู่ เกิดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน ๓ ฉบับ มีฉบับที่ ๑๓/๒๕๖๓ ฉบับที่ ๗-๘/๒๕๖๕ แล้วก็ฉบับที่ ๕/๒๕๖๗ ที่ไปที่มาคืออย่างนี้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่มีบทบัญญัติบางประการที่ขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญ สิ่งที่น่าดีใจอีกอย่างหนึ่งของที่ไปที่มาของกฎหมายฉบับนี้นะครับท่านประธาน คือกรณีที่ประชาชนนำประเด็นเรื่องการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญขึ้นสู่ศาลปกครอง และศาลปกครองส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ผมอยากนำเรียนพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่า ถ้าท่านได้รับผลกระทบจากกฎหมายที่ออกจากสภา ท่านสามารถโต้แย้งว่ากฎหมายนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งในทางวิชาการเราเรียกว่าหลักความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ กฎหมาย ซึ่งในส่วนตรงนี้บัญญัติไว้ในมาตรา ๕ ของรัฐธรรมนูญว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมาย สูงสุดของประเทศ บทบัญญัติของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใดขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ อันนี้คือสรุปหลักสั้น ๆ เลยว่าหลักความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายคือกฎหมาย จะต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญนะครับ และที่ไปที่มาของกฎหมายฉบับนี้มีประชาชนยื่นวินิจฉัย ไปที่ศาลรัฐธรรมนูญนะครับว่าบทบัญญัติของพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ ขัดหรือ แย้งต่อรัฐธรรมนูญนะครับ
ประเด็นถัดไปของผมนะครับท่านประธาน ลงมาดูในรายละเอียดของ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ในมาตรา ๑๒ นะครับ ในมาตรา ๑๒ จะกำหนด คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านไว้นะครับ เรามาดูที่ มาตรา ๑๒ (๑๑) เขาบัญญัติไว้ว่าไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิด แล้วระบุ ชื่อกฎหมายไว้จำนวนมาก ผมขออนุญาตพูดถึง ๓ กฎหมายหลักในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ นะครับ คือระบุไว้ว่ากฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมายว่าด้วยยาเสพติด กฎหมายว่าด้วย การเลือกตั้ง ระบุไว้กว้าง ๆ แบบนี้นะครับว่าถ้าใครมีเคยมีคำพิพากษาถึงที่สุดในกฎหมาย ที่ผมอภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ จะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการเป็นผู้ใหญ่บ้าน นะครับ ผมขออนุญาตไล่มาที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนะครับ คำวินิจฉัยแรกคือ คำวินิจฉัยที่ ๑๓/๒๕๖๓ มีผู้ยกประเด็นขึ้นมาว่า คำวินิจฉัยว่า คำพิพากษาถึงที่สุดเกี่ยวกับ การกระทำผิดในกฎหมายเลือกตั้งขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตไปเร็ว ๆ นะครับ ท่านประธาน ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนี้ระบุว่าบทบัญญัติในมาตรา ๑๒ (๑๑) ของพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ในส่วนที่บัญญัติให้ส่วนการกระทำความผิด เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง โดยไม่ระบุฐานความผิดและไม่กำหนดระยะเวลาของ การลงโทษ ทำให้ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งในทุกกรณีถูกจำกัดสิทธิ ในการได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านตลอดชีวิต เป็นการเพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิของบุคคล เกินสมควรแก่เหตุซึ่งไม่ได้สัดส่วนกัน อันนี้เป็นประเด็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในกฎหมายการเลือกตั้งนะครับ
ถัดไปนะครับ เป็นคำวินิจฉัยที่ ๗-๘ ในปี ๒๕๖๕ นะครับ เป็นกฎหมาย เกี่ยวด้วยยาเสพติด ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า กรณีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าด้วยการกระทำ ความผิดในกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดทุกกรณีเป็นลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะได้รับเลือกเป็น ผู้ใหญ่บ้านโดยไม่มีการจำแนกประเภทการกระทำความผิดและความหนักเบาแห่งสภาพ บังคับ ให้เหมาะสมกับลักษณะและพฤติการณ์แห่งการกระทำ และไม่ได้กำหนดระยะเวลา ในกรณีที่ผู้นั้นถูกต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านไว้ เป็นการเพิ่มภาระหรือจำกัด สิทธิเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุไม่ได้สัดส่วนกัน อันนี้เป็นคำวินิจฉัยที่ ๒ เกี่ยวกับ กฎหมายยาเสพติดนะครับท่านประธาน
คำวินิจฉัยสุดท้ายครับท่านประธาน คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๕/๒๕๖๗ เป็นกรณีของกฎหมายว่าด้วยป่าไม้นะครับ ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่ากฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กำหนดให้เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน ตลอดชีวิต โดยไม่คำนึงถึงความรุนแรงของการกระทำความผิดและความรุนแรงของโทษ เมื่อพิจารณาชั่งน้ำหนักระหว่างผลกระทบต่อสิทธิของบุคคลในการมีส่วนร่วมทาง การปกครองในระดับท้องที่กับประโยชน์สาธารณะที่ได้รับตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ที่ต้องการป้องกันไม่ให้ผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียไม่เหมาะสมดำรงตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน แล้วนั้นไม่ได้สัดส่วนกัน
ผมขออนุญาตสรุปสั้น ๆ ง่าย ๆ เลยครับท่านประธาน ในคำวินิจฉัยทั้ง ๓ คำ วินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนี้ เป็นไปตามหลักวิชาการที่เราเรียกว่าหลักความได้สัดส่วนครับ ในกรณีนี้ในรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ นะครับ มีเนื้อหาใจความว่าการตรากฎหมาย ที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคล จะต้องไม่เป็นการขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่เพิ่มภาระ หรือจำกัดสิทธิ หรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และจะกระทบต่อ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มิได้นะครับ อันนี้ผมมองว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสภาผู้แทนราษฎร ของเราแห่งนี้นะครับ การกำหนดกฎหมายที่ไปจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลโดยไม่ได้สัดส่วน กับความรุนแรงและอัตราโทษ สิ่งนี้คือคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานว่า ในส่วนนี้อาจจะเป็นประโยชน์ต่อสภาผู้แทนราษฎรของเราในการบัญญัติ กฎหมายในลักษณะที่เทียบเคียงกันหรือใกล้เคียงกันในลักษณะแบบนี้นะครับ สุดท้ายครับ ท่านประธาน ผมขอเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าประชาชนตั้งความหวังกับสภาผู้แทนราษฎร ของเรา มีกฎหมายหลายฉบับ กฎหมายหลายเรื่องที่เราผ่านในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นบรรทัดฐานในเรื่องของหลักความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ กฎหมาย หลักความได้สัดส่วน ผมอยากให้สภาแห่งนี้เป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน ไม่ต้องรอครับ ไม่ต้องรอให้ประชาชน ไปใช้สิทธิในการฟ้องคดีต่อศาล เราเริ่มต้นหลักนิติธรรม หลักนิติรัฐได้ที่สภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ของเราครับ ขอบคุณครับท่านประธาน