ธีระชัย แสนแก้ว อภิปรายสนับสนุนวาระรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามจากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ซับซ้อน และเสนอให้เพิ่มเติมบทนิยามคำว่า เครือข่าย อาชญากรรม ในมาตรา ๑๑ เพื่อแก้ปัญหาความไม่ชัดเจนของระบบบังคับใช้กฎหมาย ธีระชัย แสนแก้ว ยังสนับสนุนร่างกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจ ปปง. กำหนดให้สหกรณ์ขนาดใหญ่รายงานธุรกรรม พร้อมยกตัวอย่างกรณีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น เพื่อป้องกันฟอกเงิน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนในวาระรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงินฉบับนี้ ซึ่งเสนอโดยคณะรัฐมนตรี
ประการแรกท่านประธานครับ เหตุผลในการแก้ไขกฎหมาย ปปง. ฉบับนี้ ก็คือศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย การกำหนดความผิดขั้นมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในกฎหมายอื่นทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่มีความ ชัดเจนและไม่เป็นระบบ ท่านประธานครับ ประกอบกับพระราชบัญญัติฉบับนี้มีบทบัญญัติ บางประการที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะทุกวันนี้การกระทำความผิดเกี่ยวกับ การฟอกเงินมันทันสมัยขึ้น มันมีความสลับซับซ้อน ในบ้านเรามีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีกลุ่มจีนเทา มีขบวนการยาเสพติด การค้ายาเสพติดอีกมากมายครับท่านประธาน มีการเปิด บัญชีม้าเพื่อยักยอกถ่ายเทที่ได้มาจากการกระทำความผิด มีความซับซ้อนหลายขั้นตอน แล้วอาชญากรรมพวกนี้ครับเขาใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีเราก็ทันครับ แต่เขาทันสมัยมากกว่า เพราะฉะนั้นมันจะต้องถูกหลอก ถูกต้มไปจนขณะนี้หรือครับ ยังมีอยู่นะครับ ตักเตือนกันแค่ไหน อะไรอย่างไรก็แล้วแต่มันยังฉลาดกว่าพวกเราอีกเยอะ เราต้องตามมันให้ทันครับ เจ้าหน้าที่ของรัฐตรวจสอบได้ยากมากขึ้นนะครับท่านประธาน บางทีกว่าจะตรวจสอบได้ จะอายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ได้ จะดำเนินคดีได้ พวกอาชญากรรม พวกนี้ยักยอกถ่ายเทเงินออกจากบัญชีไปหมดแล้ว จะสาวไปตัวการใหญ่ก็ไม่ได้ ท่านประธานครับ แล้วตอนนี้ครับท่านประธาน องค์กรระหว่างประเทศได้ทำการประเมินศักยภาพการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินของทุกประเทศ เพราะนานาชาติมองว่าการฟอกเงินคือธุรกิจ ผิดกฎหมาย ฟอกเงินจากการกระทำความผิดกฎหมายให้มาเป็นเงินสะอาด มันเป็นเรื่อง ที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศและความมั่นคงของโลกครับท่านประธานครับ และทุกวันนี้นานาชาติยังประกาศความผิดมูลฐานเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นตลอดเวลา เพราะสิ่งที่ อาชญากรต้องการมากที่สุดคือเงินและทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ ถ้าประเทศไทยเราไม่ดำเนินการใด ๆ แล้วนี่ เพื่อแก้ กฎหมายข้อบกพร่องในปัจจุบันแล้วจะส่งผลกระทบต่อประเทศ อาจจะเผชิญกับการตอบโต้ ทางการเงินของประเทศสมาชิก FATF ทั่วโลก แล้วมันจะกระทบต่อภาคธุรกิจ ภาคการ ส่งออก และจะทำให้พี่น้องประชาชนมีปัญหากับการทำธุรกรรมในระหว่างประเทศ กระผม เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ โดยเฉพาะการเพิ่มเติมบทนิยาม คำว่า เครือข่าย อาชญากรรม ในมาตรา ๑๑ เพื่อทำให้การพิจารณาลักษณะเงื่อนไขความร้ายแรงของ ความผิดมูลฐานในลักษณะเครือข่ายอาชญากรรมให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ถ้าเราพิจารณาสถิติอาชญากรรมในไทย ปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับว่าสถานการณ์เครือข่าย อาชญากรรมข้ามชาติมีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครับท่านประธานครับ ได้วิเคราะห์ข้อมูลในเชิงสถิติว่า ในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมานั้นอาชญากรรม ที่กระทำโดยคนต่างชาติมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกประเภทเลยครับท่านประธานครับ ทั้งการค้ามนุษย์ การฉ้อโกงข้ามชาติ Call Center อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ การฟอกเงิน และอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม เป็นต้น แต่คดียาเสพติด คดีค้ามนุษย์และลักลอบหนีเข้าเมือง ที่ถูกเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนพบว่ามีลักษณะขบวนการข้ามชาติ มีเครือข่ายอาชญากรรม เชื่อมโยงในหลายประเทศครับ ตั้งแต่ต้นทาง แล้วก็ทางผ่าน แล้วก็ปลายทาง ดังนั้น การจัดการปัญหาการฟอกเงินจะต้องเป็นทั้งตัวการ ทั้งเครือข่าย ต้องจัดการทั้งตัวการ ทั้งเครือข่ายอาชญากรรมทั้งหมดให้สิ้นซากไปครับท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๒ อยากจะขอเรียนท่านประธานก็คือร่างกฎหมายฉบับนี้มีการ เพิ่มมาตรา ๑๔/๑ คือให้อำนาจ ปปง. กำหนดให้สหกรณ์การเกษตรที่มีทุนมีมูลค่าหุ้นรวม ตั้งแต่ ๑๐๐ ล้านบาทขึ้นไป มีหน้าที่ดำเนินการรายงานต่อ ปปง. ตามหมวดนี้เช่นเดียวกับ สถาบันการเงินทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญครับท่านประธาน ปัจจุบันพบว่าสหกรณ์ออมทรัพย์หลาย ๆ สหกรณ์ออมทรัพย์ ทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ราชการ ทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ และสหกรณ์เครดิตยูเนียนมีจำนวน ทุนดำเนินการค่อนข้างสูงมากครับ แล้วยังมีความเสี่ยงในการที่จะใช้ช่องทางในการฟอกเงินด้วย ท่านประธานจำได้ไหมครับ ประมาณหลายสิบปีมาแล้วนั้นสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น ซึ่งเป็นคดีหลักในกรณีโกงสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น ที่ปรากฏว่ามีการถ่ายเทเงินออกไป จากสหกรณ์นับหมื่นล้านครับ จนกระทั่งสหกรณ์ขาดทุนย่อยยับ ล่มจม ประสบปัญหา ทางการเงิน สมาชิกหลายหมื่นคนเดือดร้อนแสนสาหัส กระทบต่อเนื่องไปยังสหกรณ์เจ้าหนี้ อีกมากมาย ต้องเข้าแผนฟื้นฟูเป็นจำนวนตั้ง ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน คนที่ทำ ก็เข้าคุก ซึ่งทุกวันนี้เจ้าหนี้รายย่อยหลายพันคนยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว ซึ่งเป็นเงิน ที่เขาสะสมมาทั้งชีวิตแต่ถูกโกงครับท่านครับ บางคนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ทั้ง ๆ ที่เงินของเขา ฝากไว้ในสหกรณ์ นี่คือความเสียหายในการฉ้อโกงการฟอกเงิน ซึ่งเป็นที่สหกรณ์ หน่วยงานของพวกนี้ละครับ บางสหกรณ์ครับ แล้วทุกวันนี้ครับท่านประธาน พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศเป็นสมาชิกสหกรณ์ ๒๐ ล้านคน มีหนี้ในระบบสหกรณ์กว่า ๒ ล้านล้านบาท ในปี ๒๕๖๖ สหกรณ์มีอยู่ประมาณ ๗,๒๐๐ แห่ง แต่มากกว่า ๑,๐๐๐ แห่งอยู่ในระหว่าง การปรับปรุงบัญชี คือพะงาบ ๆ อยู่นะครับ ถ้าจะพูดตรง ๆ คือใกล้จะล้มละลาย ดังนั้นทั้งหลักการและเหตุผลของการแก้ไข พระราชบัญญัติฉบับนี้มีการเพิ่มเติมบทนิยามเครือข่ายอาชญากรรม และให้สหกรณ์ มีการรายงานต่อ ปปง. ซึ่งผมคิดว่าเป็นการช่วยให้การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ทุเลาเบาบางลงได้บ้าง ดังนั้นกระผมขอสนับสนุนรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ของคณะรัฐมนตรีที่ได้เสนอมาในวันนี้ กระผมขอขอบพระคุณครับท่านประธาน