รังสิมันต์ โรม อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยชี้ว่ากฎหมายฉบับใหม่มีช่องโหว่สำคัญที่ลดประสิทธิภาพในการปราบปรามอาชญากรรม เนื่องจากต้องพิสูจน์ว่าเป็นเครือข่ายที่มีสมาชิก 3 คนขึ้นไป จึงทำให้มาตรการต่อต้านการฟอกเงินใช้ไม่ได้ผลในกรณีคดีอั้งยี่ รังสิมันต์ โรม วิจารณ์ความล่าช้าและช่องโหว่ของกฎหมายป้องกันฟอกเงิน โดยเฉพาะการไม่ครอบคลุมเทคโนโลยีใหม่อย่างคริปโทเคอร์เรนซี แพลตฟอร์มออนไลน์ และไฟฟ้า รวมถึงขั้นตอนที่ยุ่งยากซึ่งขัดขวางการทำงานของ ปปง. พร้อมทั้งแสดงความผิดหวังที่ไม่มีมาตรการรองรับธุรกิจ Entertainment Complex
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ขออนุญาตอภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะครับ เบื้องต้นผมคิดว่าเราต้องยอมรับกันตรงไปตรงมาว่าปัญหาการฟอกเงินเป็นปัญหาที่มี ความร้ายแรงต่อประเทศของเราอย่างรุนแรง แล้วเราต้องการเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ในการที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งวันนี้การฟอกเงินมันมีหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด การพนันออนไลน์ แก๊ง Call Center ทั้งหมดทั้งมวลมันก็ต้องใช้กลไกของการจัดการ เรื่องของการฟอกเงินในการปราบปรามเรื่องพวกนี้ แล้วผมก็มีความเชื่อครับ ผมมีความเชื่อว่า ถ้าเราจัดการการฟอกเงินอย่างมีประสิทธิภาพมันจะทำลายบรรดาเครือข่ายองค์กร อาชญากรรมเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน เพราะว่าทั้งหมดนี้เราจะพบว่าบรรดา อาชญากรทั้งหลายเขากระทำความผิดกฎหมาย เหตุผลเดียวคือเขาต้องการเงิน ดังนั้นถ้าเกิด เราปราบปรามในเรื่องของการที่จะจัดการกับกลไกการฟอกเงินได้ โอกาสที่เราจะลดความ รุนแรงของเครือข่ายอาชญากรรมของอาชญากรทั้งหลายมันก็จะมีความเป็นไปได้มากขึ้น แต่แม้ว่าผมเห็นด้วยในวาระนี้ซึ่งเป็นวาระในเรื่องของการรับหลักการ แต่ผมก็มีความจำเป็น ที่จะต้องลงรายละเอียดครับท่านประธาน ลงรายละเอียดในเนื้อหาสาระของตัวร่างกฎหมาย เพราะผมเห็นว่าตัวร่างกฎหมายฉบับนี้เอาเข้าจริงยังมีปัญหาอีกหลายส่วน โดยภาพรวม ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ทำให้ตัวในเรื่องของมาตรการที่จะนำไปสู่การป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเลย หลายส่วนอาจจะมีคำถามด้วยซ้ำไปว่า หรือกฎหมายฉบับนี้อาจจะทำให้มาตรการในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอ่อนแอลง ด้วยซ้ำ ผมขออนุญาตท่านประธานในการที่จะยกตัวอย่าง อย่างเช่น ในมาตรา ๗ (๑๐) มาตรา ๗ (๑๐) ได้มีความแตกต่างไปจากสาระสำคัญเดิมของฉบับก่อนหน้านี้ นั่นก็คือ ฉบับเดิมได้มีการกำหนดในลักษณะที่ว่าความผิดที่เกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอั้งยี่ตามประมวล กฎหมายอาญา หรือการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมที่กฎหมายกำหนดเป็นความผิด ซึ่งในมาตรานี้ได้ระบุว่า โดยพระราชบัญญัตินี้ถ้ามีความผิดมูลฐานดังกล่าวก็สามารถที่จะ นำไปสู่การใช้มาตรการในการต่อต้านการฟอกเงินได้ทันที แต่เมื่อเรามาดูในฉบับใหม่เรากลับ พบว่าข้อหาฐานอั้งยี่อย่างเดียวมันไม่พอครับ มันต้องเป็นฐานอั้งยี่ที่มีลักษณะเป็นเครือข่าย อาชญากรรม หมายความว่าอะไรครับ หมายความว่า ถ้าลำพังการกระทำความผิดของบุคคล บุคคลหนึ่งปรากฏว่าบุคคลนั้นอาจจะเรียกว่าถูกกล่าวหา ถูกตัดสิน อะไรก็แล้วแต่ เฉพาะในเรื่องของฐานอั้งยี่ แต่ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ว่าอั้งยี่ดังกล่าวที่มีความผิด มันมีลักษณะของการเป็นเครือข่ายอาชญากรรมตามบทนิยาม หมายความว่ามาตรการ ในเรื่องของการต่อต้านการฟอกเงินของเรื่องนี้มันก็จะอ่อนแอลง แล้วการที่จะเป็นเครือข่าย อาชญากรรมมันต้องการบุคคล ๓ คนขึ้นไป ในขณะที่ถ้าเป็นอั้งยี่ ๒ คนขึ้นไป เราก็จะเห็นว่าเอาเข้าจริงกฎหมายฉบับนี้อาจจะทำให้ หน่วยงานอย่าง ปปง. ทำงานยากขึ้น และต้องพิสูจน์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น แล้วผมก็เลยต้อง มีข้อสังเกตครับท่านประธานว่าอย่างเคสของกรณี สว. ร้อยกว่าคนที่จะมีการดำเนินคดีฐาน อั้งยี่ หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ในเรื่องของการเป็นเครือข่ายอาชญากรรม คำถามสำคัญก็คือ ไอ้มาตรการต่อต้านการฟอกเงินเหล่านี้ก็จะไม่สามารถใช้กับกรณีเคสของ สว. ได้ ผมเลย ค่อนข้างแปลกใจว่าทำไมกฎหมายฉบับใหม่ที่จะเข้ามาแก้ไขในเรื่องของการฟอกเงินนี่ ทำไมดูเหมือนว่ามันจะทำให้หน่วยงานของรัฐทำงานยากยิ่งขึ้น
ประเด็นที่ ๒ ที่อยู่ในมาตรา ๑๖ เมื่อเราไปดูในมาตรา ๑๖ เราพบว่าบุคคล ที่จะต้องมีการรายงานในเรื่องของที่เป็นภาคธุรกิจที่จะต้องมีการรายงานเกี่ยวกับว่า มันอาจจะมีธุรกรรมอะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ปรากฏว่าจำนวนสัดส่วนมันลดลง แล้วถ้าเราไปดู มันไม่มีการปรับปรุงให้หน่วยงานที่อาจจะเกี่ยวข้อง หมายถึงภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการ ฟอกเงินให้มันมีความทันสมัยเลย อย่างวันนี้เราพบว่าการฟอกเงินนี่มันมีมิติหลากหลาย รูปแบบ มันไม่ใช่เป็นแค่การฟอกเงินผ่านรถยนต์มือสอง รถมอเตอร์ไซค์มือสองเท่านั้น หรือการค้าของเก่าเท่านั้น แต่ในปัจจุบันเราพบว่าการฟอกเงินยังสามารถใช้ไฟฟ้า ใช้น้ำมัน รวมไปถึงการใช้ Cryptocurrency ซึ่งน่าแปลกมากว่ากฎหมายฉบับนี้ที่ออกมาในเวลานี้ ผมเข้าใจดีว่ากระบวนการขั้นตอนของท่านในการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้มันทำมา เนิ่นนานแล้ว แต่เมื่อมันออกมาในวันนี้สิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้และพี่น้องประชาชน คาดหวัง เขาก็คาดหวังความเท่าทันต่อสถานการณ์ ทำไมถึงไม่มีการกำหนดลงไปนะครับ ยกตัวอย่างที่ผมคิดว่าเป็นรูปธรรมและเท่าทันสถานการณ์มาก คือบรรดาแพลตฟอร์ม ออนไลน์ต่าง ๆ พวกกระดาน Trade Crypto ต่าง ๆ ที่จะต้องมีการรายงาน ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้มีความจำเป็นครับ แล้วมันจะเป็นหนึ่งในมาตรการที่มีความสำคัญในการที่จะ แก้ปัญหาบรรดาแก๊ง Call Center ที่ถึงแม้วันนี้จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่มันอาจจะเป็น แนวโน้มที่ดีขึ้นแค่เพียงชั่วคราว ไม่ยั่งยืน เพราะตราบใดที่เราไม่สามารถทลายวิธีการในการ ที่จะทำให้พวกเหล่านี้ฟอกเงินได้ ผมคิดว่ามีความจำเป็น หรือแม้กระทั่งการไฟฟ้าเราก็ยัง พบว่าไฟฟ้ามีการจำหน่ายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงครับที่อาจจะ นำไปสู่การใช้ไฟฟ้าเพื่อการฟอกเงินและรวมไปถึงเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับบรรดา Call Center ต่าง ๆ ผมคิดว่ามันมีความจำเป็นครับที่จะทำให้หน่วยงานอย่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่าง ๆ สามารถที่จะต้องรายงานเรื่องนี้ด้วยแล้วอยู่ในการ Monitor เรื่องนี้ด้วย ที่ผ่านมา เราประจักษ์ด้วยข้อมูลพยานหลักฐานมากมายว่าการไฟฟ้าเขาไม่ได้รู้หรือไม่ได้สนใจในเรื่อง ของลูกค้าของตัวเอง ดังนั้นผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ก็ควรจะเท่าทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในเวลานี้ ดังนั้นครับท่านประธาน ผมคิดว่ามันมีความไม่เท่าทันของกฎหมายหลาย ๆ ส่วน ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ครับท่านประธาน ถ้าเราไปดูต่อมันยังมีบางมาตรา ที่มีการเพิ่มขั้นตอนที่มันยุ่งยากตามมา ไม่ว่าจะเป็นการให้อธิบดีกรมศุลกากร หรือเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรืออธิบดีกรมสรรพากรจะต้อง มีการแจ้งเสียก่อนถึงจะมีการดำเนินข้อหาต่าง ๆ ได้ ผมคิดว่าขั้นตอนแบบนี้จะทำให้ ปปง. ทำงานยากขึ้น หน่วยงานของท่านที่จะต้องมีความรับผิดชอบในเรื่องของกฎหมายเหล่านี้ มันจะต้องมีลักษณะของการที่ว่าท่านจะทำอะไรได้มันจะต้องมีเงื่อนไขก่อน ผมคิดว่ามันจะ ไม่เท่าทันสถานการณ์เลย จริง ๆ ณ วันนี้ผมคิดว่าเราควรที่จะทำให้กฎหมายฉบับนี้สามารถ ใช้บังคับที่มันรวดเร็วและเท่าทันต่อสถานการณ์ การที่ท่านมีการปรับปรุงแก้ไขซึ่งสุดท้าย ไม่ได้ทำให้การทำงานของท่านง่ายขึ้น ผมก็ไม่รู้ว่าท่านจะทำแบบนี้ไปทำไม แต่ผมก็มี ความหวังครับท่านประธานว่า อย่างน้อยที่สุดในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการซึ่งผม เชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้จะผ่านในวาระที่หนึ่งเราก็คงจะได้มีการปรับปรุงแก้ไขต่อไป อนึ่งครับ ท่านประธาน ผมเองต้องมีข้อสังเกตครับ ตอนแรกผมก็มีความหวังตอนที่ผมทราบว่าจะมีการ เสนอโดย ครม. ว่าจะมีการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ในเรื่องของการป้องกันการฟอกเงิน เพราะผมเองก็ทราบนะครับว่าหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลนี้ นั่นก็คือเรื่องของ Entertainment Complex ผมเองก็คาดหวังครับว่ากฎหมายฉบับนี้จะมารองรับกับนโยบาย ของรัฐบาลที่อยากจะผลักดันในเรื่องของ Entertainment Complex มันเป็นเรื่องที่รู้กัน ทั่วโลกครับ รู้กันในทุกประเทศที่มีการทำในเรื่องของธุรกิจกาสิโนในประเทศ เพราะเขารู้กัน ครับว่าทันทีที่มีกาสิโน ทันทีที่มี Entertainment Complex หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญ ก็คือปัญหาเรื่องของการฟอกเงิน ปัญหาที่มันจะเชื่อมโยงต่อเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ผมเองตอนแรกที่เห็นก็เรียนท่านประธานตามตรงครับ ผมนึกว่ารัฐบาลจะอาศัยจังหวะนี้ ในการที่จะปรับปรุงกฎหมายการฟอกเงินให้มันพร้อมกับในเรื่องของ Entertainment Complex ที่อาจจะมีขึ้นจากการผลักดันของรัฐบาล แต่ก็กลายเป็นว่าเราไม่เห็นส่วนอะไร เลยครับ เราไม่เห็นส่วนใดส่วนหนึ่งของกฎหมายฉบับนี้ที่จะทำให้ประเทศไทยของเรามีความพร้อม หรือมีมาตรการที่เข้มแข็งในการป้องกันการฟอกเงินจากธุรกิจกาสิโน หรือธุรกิจ Entertainment Complex เลย ยิ่งไม่นับนะครับว่ามีความพยายามในการผลักดันเรื่องของ การพนันออนไลน์ด้วย ผมคิดว่าการฟอกเงินมันก็ยิ่งทำกันได้ง่ายขึ้น แทนที่กฎหมายฉบับนี้ จะออกมารองรับให้มันมีประสิทธิภาพให้การฟอกเงินมันไม่สามารถกระทำได้โดยง่าย มันก็ ไม่มีส่วนอะไรเลย กลายเป็นว่าสิ่งที่เราเห็นผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้คือความอ่อนแอของ การฟอกเงิน คือขั้นตอนที่เพิ่มมากขึ้นในการป้องกันการฟอกเงิน และทำให้การจัดการ กับการฟอกเงินกระทำได้ยากอย่างแน่นอน มีขั้นตอนยุบยับที่เพิ่มเข้ามาโดยที่ไม่มีความจำเป็น ไม่มีความจำเป็นที่จะให้อธิบดีกรมศุลกากรเข้ามา ไม่มีความจำเป็นที่จะให้อธิบดี กรมสรรพากรเข้ามา ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านสามารถทำได้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ คือการทำให้เกิด การต่อต้านการฟอกเงินอย่างคล่องตัว ซึ่งน่าเสียดายไม่ได้เห็น ดังนั้นครับท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเองก็เป็นห่วงว่าในเมื่อเรายังไม่มี ความพร้อมของกฎหมาย โดยเฉพาะการต่อต้านการฟอกเงินเลย นโยบายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Entertainment Complex หรือการผลักดันต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดความคล่องตัวในเรื่องของ ภาคธุรกิจ ถ้ายังไม่มีความพร้อมแบบนี้มันอาจจะทำให้ประเทศไทยของเราเป็นศูนย์รวม หรือศูนย์กลางของธุรกิจการฟอกเงิน เป็นศูนย์กลางของธุรกิจที่ดำมืด เป็นศูนย์กลางของ ปัญหาหลาย ๆ ปัญหาที่ทุกวันนี้ยังแก้ไม่จบ ก็มองเรื่องนี้ด้วยความเป็นห่วง และคงต้องฝาก ทาง ปปง. แล้วก็ฝากไปทางท่านกรรมาธิการหลังจากนี้ที่จะได้นั่งอยู่ในชั้นของกรรมาธิการ ที่จะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ผมเองก็อยากให้มีมาตรการต่าง ๆ ที่รองรับกับความเปลี่ยนแปลง ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ขอบคุณครับท่านประธานครับ