จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ หารือปัญหาความไม่ยั่งยืนของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบที่ได้รับผลกระทบจากโครงสร้างภาษีสรรพสามิตที่ทำให้ยอดขายและราคารับซื้อลดลง กระทบต่อรายได้อย่างรุนแรง แม้จะมีความคืบหน้าจากการปรับขึ้นราคารับซื้อและการเพิ่มโควต้ารับซื้อโดยการยาสูบแห่งประเทศไทย แต่ยังคงมีปัญหาเรื่องการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนที่เพิ่มสูงขึ้นและต้องการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขอย่างจริงจังเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาวให้กับเกษตรกรและอุตสาหกรรมยาสูบของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เปึนที่ทราบ กันดีว่าชาวไร่ยาสูบของเราประสบปัญหาในเรื่องของการผลิตสินค้าที่มีต้นทุนสูงขึ้น ในขณะที่ การรับซื้อของการยาสูบแห่งประเทศไทยก็ลดลงต่อเนื่องจากป้ ๒๕๖๐ ถึงป้ ๒๕๖๖ ปัจจุบัน ทำให้ประชาชนพี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนมาก เปึนเหตุที่ทำให้สภาแห่งนี้ต้องได้พิจารณาญัตติ แล้วก็มีการตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาหาทางแก้ไข เพื่อจะให้เห็นขอบเขตของปัญหา ผมขออนุญาตเท้าความสั้น ๆ ไม่ยาวครับ ในป้ ๒๕๖๐ ทาง ครม. ทางรัฐบาลได้มีการ ปรับปรุงภาษีสรรพสามิต หลังจากที่มีการปรับปรุงภาษีสรรพสามิตในครั้งแรกนั้น ผลที่เกิดขึ้นข้ามป้เลยนะครับก็คือ จากเดิมการยาสูบแห่งประเทศไทยเคยมียอดขายประมาณ ๖๘,๐๐๐ ล้านบาท พอข้ามป้ยอดขายเหลือแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วในป้ ๒๕๖๔ ทางรัฐบาลก็มีการแก้ไขภาษีสรรพสามิตอีก เพื่อหวังว่ามันจะดีขึ้น แต่ปรากฏว่าการแก้ไข กลับทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น ยอดขายของการยาสูบแห่งประเทศไทยจากเดิมได้ ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ลดลงเหลือแค่ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง นอกจากนี้ครับท่านประธาน ถ้าดูจากยอดผลกำไร ในป้ ๒๕๖๐ เคยมีกำไร ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท หลังจากที่มีการเปลี่ยนภาษีในครั้งแรก กำไรเหลือไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมีการเปลี่ยนภาษีอีกครั้งหนึ่งในป้ ๒๕๖๔ ก็ปรากฏว่ายอดกำไร เหลือเพียง ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาทเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าการปรับภาษีสรรพสามิต มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการยาสูบ ผลที่ได้ทำให้ยอดขายบุหรี่ของการยาสูบ แห่งประเทศไทยจากเดิม ๒๘,๐๐๐ ล้านมวน ก็เหลือแค่ประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านมวน เท่านั้นเอง ผลก็คือเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาอาศัยการขายใบยาให้กับการยาสูบแห่งประเทศไทย ต้องมียอดขายลดลง และจำนวนเกษตรกรที่ทนไม่ได้ อยู่ไม่ได้ก็ลดลงมาตามลำดับ จากเดิม เคยมีประมาณ ๒๐,๐๐๐ ครอบครัวที่ปลูกยาสูบ ตอนนี้ก็เหลือประมาณ ๑๐,๐๐๐ เศษ ๆ เท่านั้นเอง ลงเกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งก็เปึนเรื่องที่น่าเสียดายมาก แล้วคนที่อยู่ก็ไม่ใช่ว่าอยู่แล้ว สบายนะครับท่านประธาน ก็ปรากฏว่าราคา ๑๐ กว่าป้มาแล้วใบยาสูบที่ทางการยาสูบ แห่งประเทศไทยซื้อจากเกษตรกรไม่เคยขึ้นราคาเลยครับ ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมาไม่เคยขึ้นราคา แถมยังมีลดโควตาการรับซื้ออีกด้วย อาจจะกล่าวได้ว่าหลังจากที่มีการเปลี่ยนระบบ ภาษีสรรพสามิต ๒ ครั้ง ป้ ๒๕๖๑ ป้ ๒๕๖๔ จนถึงปัจจุบัน ยอดรับซื้อใบยาสูบลดลง ประมาณครึ่งหนึ่งโดยที่ราคาไม่เพิ่มขึ้น ทำให้เกษตรกรลำบากมาก เปึนสาเหตุที่ทำให้ พวกเราต้องพยายามเจรจากับการยาสูบ เจรจากับกรมสรรพสามิต ในที่สุดก็ได้ผลตอบรับ เปึนที่น่าพอใจพอสมควรนะครับท่านประธาน กล่าวคือในที่สุดการยาสูบแห่งประเทศไทย ได้เห็นความจำเปึนของเกษตรกรที่ลำบากมานาน ๑๐ กว่าป้ราคาไม่เคยเพิ่มขึ้น ถ้าคิดอัตราค่าเงินเฟัอ ก็แสดงว่าราคาผลรายได้ที่เกษตรกร ได้รับลดลงมาก แต่ว่าในป้นี้ทางการยาสูบแห่งประเทศไทยก็ได้ปรับราคารับซื้อสายพันธุ์ต่าง ๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันบ้าง แต่โดยเฉลี่ยก็ขึ้น ราคาก็ปรับเพิ่มขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนครั้งแรกในประวัติการณ์ ๑๐ กว่าป้ ซึ่งก็ถือว่าขออนุญาตแสดงความยินดีกับพี่น้อง เกษตรกรทุกท่าน
แล้วอีกส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้น ก็คือปริมาณการรับซื้อ จากเดิมที่มีปริมาณการรับซื้อ ประมาณ ๑๑-๑๒ ล้านกิโลกรัม ป้นี้หลังจากที่เราได้พยายามทำความเข้าใจกับการยาสูบ แห่งประเทศไทย ในที่สุดการยาสูบแห่งประเทศไทยก็ตัดสินใจรับซื้อเพิ่มขึ้นอีกประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ รวมแล้วประมาณ ๑๓ ล้านกิโลกรัม ซึ่งก็ถือว่าเปึนเรื่องที่น่ายินดีสำหรับ พี่น้องที่ปลูกยาสูบ นอกจากนี้ทางการยาสูบแห่งประเทศไทยก็ยังทำเรื่องขออนุมัติ ครม. ให้มีการช่วยปัจจัยการผลิตอีก ๘๙ ล้านบาท ซึ่งทราบว่าปัจจุบันนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ของคณะรัฐมนตรี ซึ่งก็คงต้องติดตามกันต่อไปครับว่า ผลสุดท้ายจะเปึนอย่างไร โดยสรุปจาก การที่คณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการได้ร่วมกันศึกษาไม่ว่าจะเปึนท่านจักรัตน์ พั้วช่วย ก็ดี ท่านประธานณัฐพงษ์ก็ดี ซึ่งท่านก็เปึน สส. ที่อยู่ในเขตจังหวัดที่มีการปลูกยาสูบ เราก็ช่วยกันผลักดัน ก็ทำให้พี่น้องชาวยาสูบมีชีวิตความเปึนอยู่ดีขึ้น สามารถขายผลผลิต ได้มากขึ้น ได้รับโควตามากขึ้น ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แล้วก็ขายได้ราคาดีขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ได้ช่วยเรื่องปัจจัยการผลิตด้วย แต่การช่วยเหลือในส่วนนี้ยังไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถาวร การแก้ไขปัญหาที่ถาวรนั้นมีความจำเปึนที่จะต้องแก้ไข ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของภาษีสรรพสามิต ซึ่งเปึนปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ การตลาดใบยาสูบในประเทศมีปัญหา เพราะว่าทั้ง ๒ ครั้งที่มีการปรับภาษีสรรพสามิต ผลประกอบการของการยาสูบแห่งประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ชาวไร่ขายของ ได้น้อยลง ราคาก็ไม่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นอัตราภาษีสรรพสามิต ซึ่งผมทราบว่า ทางคณะรัฐมนตรีทางกระทรวงการคลังกำลังพยายามที่จะปรับภาษีสรรพสามิตอีก ก็ขออนุญาตฝากความกังวลไปว่า ในการปรับครั้งนี้ขอให้เปึนการปรับแก้ไขการปรับ ภาษีสรรพสามิตที่เคยทำให้เกิดปัญหา กับการยาสูบกับอุตสาหกรรมยาสูบให้กระเตื้องให้ดีขึ้น ทำให้การยาสูบแห่งประเทศไทย สามารถมีผลประกอบการที่ดีขึ้น จะได้ไปรับซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ได้ปริมาณมากขึ้น ได้ในราคาดีขึ้น
อีกส่วนหนึ่ง ที่เปึนปัญหาสำคัญที่ทำให้เรื่องของอุตสาหกรรมยาสูบ มีปัญหาก็คือเรื่องการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อน ซึ่งเปึนที่น่าเสียดายแม้แต่ทางราชการ จะบอกว่าจับกุมได้มากขึ้น พยายามจับกุมอย่างจริงจัง แต่ผลของการจับได้เท่าที่ดูตัวเลข ประมาณแค่ ๑๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง แต่ขณะที่ปริมาณนำเข้าบุหรี่เถื่อน หรือบุหรี่ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล ดังนั้นจึงเปึนอีกสิ่งหนึ่งที่ทางรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึนกรมศุลกากรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันหาวิธีดำเนินการอย่างไร ที่จะทำให้การปัองกันบุหรี่เถื่อน บุหรี่ผิดกฎหมายสามารถที่จะแก้ไขได้
ก็เปึนปัญหาหลัก ๆ ประมาณ ๒ เรื่อง ในชั้นนี้ผมก็ขออนุญาตสรุปประเด็น การศึกษาของเราไว้ในเบื้องต้นแต่เพียงเท่านี้ ถ้าหากว่าท่านเพื่อนสมาชิกมีประเด็นใด ที่ประสงค์ที่จะสอบถามทางคณะกรรมาธิการ ท่านจักรัตน์ ท่านกิตติทัศน์ ผาทอง ท่านประธานณัฐพงษ์นะครับ ก็ยินดีที่จะให้ความกระจ่างกับเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ขอบพระคุณครับ