นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ หารือปัญหาทักษะแรงงานไทยที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการขาดทักษะพื้นฐานด้านดิจิทัล อารมณ์ และการอ่าน พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งดำเนินโครงการอัปสกิลและรีสกิลอย่างจริงจังเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ขณะเดียวกันวิพากษ์แผนพัฒนาแรงงานของรัฐที่ขาดยุทธศาสตร์ชัดเจน โดยเฉพาะในสาขาซีเมนต์ ยานยนต์ไฟฟ้า และปัญญาประดิษฐ์ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องระหว่างเป้าหมาย งบประมาณ และแนวทางการปรับทักษะที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการจริงของภาคอุตสาหกรรม
กราบสวัสดีครับท่านประธาน ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชนครับ วันนี้ก็มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมอภิปรายรายงานฉบับนี้ ของคณะกรรมาธิการ การแรงงานก็คือรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษา และแนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงาน แล้วก็ผมเป่ดมาที่หน้า ๘๒ ก็มีการพูดถึงในเรื่องของ ปลูกฝังทักษะพื้นฐานให้กับประเทศไทย ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่ที่ทำงานในประเทศไทย เรื่องนี้ ยังไม่มีพื้นฐานที่ดีเรื่องของ Upskill และ Reskill พูดถึงก็คือกลายเปึนคำพูดที่ Hit ไปทั่ว ทุกวงการนะครับและไม่ว่าจะเปึน Social Media หรือแม้แต่ในรัฐสภาของเราเองว่า นี่คือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดในยุคที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง แต่หากลองนึกดูสิครับว่า เคยได้ยินเกี่ยวกับโครงการพวก Upskill และ Reskill ของรัฐบาลหรือไม่ ถ้าวันนี้อยากพัฒนา ทางด้าน AI คุณรู้ไหมว่าหน่วยงานไหนของรัฐที่มี Course สอนเรื่องนี้ ความจริงจัง ของรัฐบาลได้มีการทุ่มเท แล้วก็พัฒนาทักษะพวกนี้ไปกับโครงการ แต่เปึนที่น่าแปลกใจว่า ประชาชนอย่างผมแทบจะไม่รู้อะไรเลยว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ งบจำนวนมหาศาล จะถูกนำไปใช้กับอะไร โลกเปลี่ยนแปลงแรงงานไทย ในช่วงไม่กี่ป้ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมหลัก ของโลก คือเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิกฤตการณ์ เปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ ตลอดจนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ปัจจุบัน รถ EV แล้วก็เทคโนโลยี AI แล้วก็เทคโนโลยีเกี่ยวกับ Semiconductor เปึนอุตสาหกรรมใหม่ ๓ อุตสาหกรรมที่ประเทศไหนเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานได้แล้ว ก็ย่อมมีอนาคตทางเศรษฐกิจ ที่สดใส แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างแรงสะเทือนให้กับสังคมไทยอย่างหนัก เพราะอุตสาหกรรมที่เคยเปึนพระเอกของเศรษฐกิจไทยอย่างยานยนต์สันดาป การผลิต Hard Disk หรือ Drive และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับพลาสติก ต่างก็เปึนอุตสาหกรรมที่เก่า ที่โลกมีความต้องการน้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งไทยเราก็อยากจะไล่ตามการเปลี่ยนแปลงนี้ให้ทัน จึงได้เห็นการขยับของรัฐบาลที่พยายามดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรม EV แล้วก็ Semiconductor ให้เข้ามาตั้งฐานผลิตในประเทศไทย และอีกฟันเฟ๋องหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ก็คือ แรงงาน อย่างที่รู้กันดีว่าแรงงานเปึนปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการขับเคลื่อน เศรษฐกิจ แต่ว่าปัจจุบันแรงงานไทยนั้น ก็กำลังเผชิญกับความท้าทายและข้อจำกัดที่อาจจะ เปึนอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว จากสถิติของประเทศไทยก็พบว่า แรงงาน ในภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนถึง ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ของแรงงานทั้งหมดและแรงงานกลุ่มนี้ ก็เสี่ยงที่จะตกงานจากการผลิตที่ลดลง และการเข้ามาแทนที่ของระบบอัตโนมัติ Automation ขณะเดียวกันแรงงานที่มีทักษะสูง เช่น ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน AI และวิศวกรรม สาขาต่าง ๆ ก็ต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไทยยังขาดแคลนแรงงานกลุ่มนี้ จึงเกิดปัญหา ที่เรียกว่า Skill Gap หรือช่องว่างระหว่างทักษะที่แรงงานมีกับทักษะที่ตลาดต้องการ ไม่ตรงกัน นำไปสู่การต้องการนำเข้าแรงงานต่างประเทศเข้ามาแทน โดยในรอบ ๑๐ ป้ที่ผ่านมา การนำเข้าแรงงานต่างชาติทักษะสูงนั้นขยายตัว ๓ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ และคาดว่าจะมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้นอีกตามความต้องการมากขึ้น แต่ที่น่าเปึนห่วงมากกว่านั้น ก็คือแม้กระทั่ง ทักษะพื้นฐานการดำรงชีวิต Foundation Skill แรงงาน ส่วนใหญ่ถูกจัดอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งในรายงานฉบับนี้ก็มีด้วย จากรายงานของธนาคารโลกที่ร่วมมือกับหน่วยงาน หลายหน่วยงานสำรวจแรงงานไทยที่อยู่ช่วงอายุ ๑๕-๖๔ ป้ จำนวน ๗,๓๐๐ คนทั่วประเทศ เพื่อวัดทักษะ ๓ ด้าน ได้แก่ ทักษะทางด้านดิจิทัล ทักษะทางด้านอารมณ์และสังคม และทักษะทางด้านการอ่าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเปึนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ถือเปึนทักษะพื้นฐาน ๆ สำหรับการทำงานทุกสาขา ส่วนทักษะดิจิทัล ก็คือ ความสามารถในการจัดข้อมูลและให้งาน เทคโนโลยีเข้าถึงข้อมูล รวมถึงการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเรื่องของ ทักษะทางอารมณ์และสังคม ก็คือความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น การจัดอารมณ์ตัวเอง และการปรับตัวในสังคมที่มีความหลากหลาย ปรากฏว่า ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ของแรงงานไทย ขาดทักษะการอ่าน และ ๗๔ เปอร์เซ็นต์ เยอะกว่า ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คือขาดทักษะทางด้าน การใช้อุปกรณ์ดิจิทัลทุกชนิด และ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คือขาดทักษะทางอารมณ์ นอกจากนี้ ยังมีคนวัยทำงานเกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ขาดทุกทักษะทั้ง ๓ ด้านที่กล่าวมาเบื้องต้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดความเสียหายต่อมูลค่าเศรษฐกิจถึง ๓.๓ ล้านล้านบาท หรือคิดเปึน ๒๑.๑ ของ GDP ประเทศไทย การยกระดับทักษะแรงงาน ถือว่าเปึนเรื่องใหญ่และหนทางเดียว ที่เศรษฐกิจไทยจะอยู่รอดได้ เพราะว่าอุตสาหกรรมใหม่จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไทยไม่กลับไปทำ เรื่องพื้นฐานที่ผมกล่าวมาเมื่อสักครู่ อย่างการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ไม่เช่นนั้นจะกลายเปึน ลักษณะที่มีแค่นักลงทุนชาวต่างชาติ แล้วก็แรงงานจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ผู้ประกอบการไทยและแรงงานไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานใหม่ไม่ได้เลย ความสำคัญ ของการ Upskill และ Reskill ในแรงงาน มี ๒ มุม มุมแรก ก็คือเพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ ให้กับประเทศไทย และอีกมุม ๑ คือการสร้างงานให้กับประชาชน ซึ่งงานที่ดีก็นำไปสู่ คุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
ทีนี้มาดูกันว่าประเทศไทยจะพัฒนาทักษะแรงงานลักษณะใด มันสะท้อนได้ ถึงเรื่องของงบประมาณ จะเห็นได้อย่างดีว่าถ้ารัฐบาลมีแนวโน้มในการพัฒนาแรงงานอย่างไร ลองไปดูใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา พวกโครงการยกระดับแรงงาน ของไทยนั้นมีปัญหาหลายจุด จุดแรกก็คือรัฐบาลไทยขาดแผนแม่บท คือ Master Plan ในด้านการพัฒนาแรงงานทำให้แผนโครงการต่าง ๆ ที่ออกมาขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และเปึนไปอย่างสะเปะสะปะ อย่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ตั้งเปัาว่าจะพัฒนากำลังคนทุกระดับ ตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัย นักวิจัย บุคลากรในภาคอุตสาหกรรมโดยตั้งเปัาว่าภายใน ๕ ป้นี้จะผลิตแรงงานทางด้าน Semiconductor ให้ได้ ๘๐,๐๐๐ คน ด้าน EV ให้ได้ ๑๕๐,๐๐๐ คน และพัฒนาแรงงาน ด้าน AI อีก ๕๐,๐๐๐ คน นอกจากผมเห็นจำนวนตัวเลขด้านของคนแล้วกลับไม่มีการ ลงรายละเอียดชัดเจนว่า จะพัฒนาทักษะอย่างไร และพัฒนาสาขาใดในแต่ละอุตสาหกรรมบ้าง ประเทศไทยมีแรงงานยานยนต์สันดาปอยู่ ๖๐๐,๐๐๐ คน แต่แค่ Upskill และ Reskill เพียง ๑ ใน ๔ อันนี้เปึนความเข้าใจของรัฐมนตรี อว. ที่พูดมา ก็คือบอกว่าแค่ Upskill และ Reskill เพียง ๑ ใน ๔ ของ ๖๐๐,๐๐๐ คน ก็จะทำให้มีแรงงานเปลี่ยนมาทำอุตสาหกรรม EV ได้ถึง ๑๕๐,๐๐๐ คน แค่นี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงการขาดความเข้าใจในบริบทของแต่ละอุตสาหกรรม แล้วนะครับ
สุดท้าย ก็คือเปัาหมายการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ชัดเจนจึงไม่คุ้มค่า และการ Upskill และ Reskill มันจะต้องเปึนมากกว่าแค่วาระชั่วคราว แต่รากฐานสำคัญสำหรับ อนาคตประเทศไทยหากไม่ Reskill หรือปรับแผนดำเนินการอย่างจริงจัง ไทยเราจะ ไม่เพียงแต่เสียโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่เสี่ยงจะถูกประเทศอื่นแซงหน้าไปเรื่อย ๆ ขอบคุณท่านประธานครับ