ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ หารือประเด็นการบริหารจัดการแรงงานในทุกมิติ ทั้งแรงงานในประเทศ แรงงานต่างด้าว และการส่งออกแรงงาน โดยเสนอแนวทางรองรับแรงงานข้ามชาติในภาคเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการพัฒนาทักษะแรงงานผ่านการอัพสกิลและรีสกิล เรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับแรงงานอย่างรอบด้าน รวมถึงการจัดตั้งระบบลงทะเบียนดิจิทัล การตรวจลงตรา ณ สนามบิน และการศึกษาผลกระทบจากเทคโนโลยีและภัยคุกคามต่อแรงงานในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอ นาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพล ของอำเภอเทพา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ เนื่องจากญัตติว่าด้วยเรื่องแรงงาน ๓ ฉบับ เข้ามาสู่การพิจารณา สภาแห่งนี้ก็ได้มอบหมาย ให้กับคณะกรรมาธิการการแรงงานไปศึกษาตามห้วงเวลาที่กำหนด สรุป ๓ ประเด็น เมื่อสักครู่ได้ฟังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ประธานอนุกรรมาธิการ แล้วก็ตัวแทน ๓ ท่าน
ประเด็นที่ ๑ คือการแก้ไขปัญหาการจ้างงาน
ประเด็นที่ ๒ คือการเพิ่มทักษะแรงงาน
ประเด็นที่ ๓ คือการจัดตั้งสภาแรงงานจังหวัดสำหรับลูกจ้างและนายจ้าง ภายในจังหวัด
ซึ่งอนุกรรมาธิการคณะนี้ ท่านเซีย จำปาทอง เปึนประธาน ท่านประธานครับ บทสรุปง่าย ๆ เอกสารฉบับนี้ ๓ ข้อ ท่านก็ตอบไม่ตรงคำถามว่า เรื่องปัญหาการจ้างแรงงาน มีทางแก้อย่างไร การเพิ่มทักษะ Reskill Upskill ทำอย่างไร และการที่จะไปเป่ดสภาแรงงาน ต่างจังหวัด ผลปรากฏว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย สหภาพแรงงานใหญ่เห็นด้วยหรือเปล่า นี่ก็คือสิ่งที่ผมจะฝากในการตอบในลำดับต่อไป ท่านประธานครับ แต่อนุกรรมาธิการชุดนี้ ได้ศึกษาในการจ้างงานและเพิ่มทักษะสำหรับแรงงานภายในประเทศเปึนหลัก คือพูดเรื่อง ภายในประเทศเปึนหลัก แต่ภาพรวมแรงงานในขณะนี้ท่านประธาน มันมีอยู่ ๔ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ แรงงานคนไทยภายในประเทศ พูดง่าย ๆ ก็คือแรงงานคนไทย ที่ใช้แรงงานอยู่ในประเทศไทย
ประเด็นที่ ๒ แรงงานคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ พูดง่าย ๆ คือแรงงาน ส่งออก
ประเด็นที่ ๓ แรงงานข้ามชาติถูกกฎหมาย (ต่างด้าว) ๓.๓ ล้านคน
ประเด็นที่ ๔ แรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย
เมื่อสักครู่แรงงานข้ามชาติถูกนะครับ อันที่ ๔ แรงงานข้ามชาติผิด ก็คือ ต่างด้าวประมาณ ๓ ล้านคน เห็นไหม ภาพรวมทั้งหมดมันยังไม่ครบถ้วนที่ท่านไปศึกษามา แต่ผมเข้าใจด้วยอะไรครับ ด้วยเงื่อนไขของญัตติ ๓ ญัตติ และเงื่อนไขในเรื่องของเวลา ผมเองได้ติดตามท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไปประชุม เขาเรียกว่าคณะกรรมการ คบต. ไม่ใช่คนแรงงานจะไม่ทราบ ก็คือคณะกรรมการนโยบาย การบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว ที่พูดถึงแรงงานพม่า ๔ ข้อครับ ข้อที่ ๑ เห็นชอบ ให้แรงงานเปึนผลผลิต เก็บผลผลิตทางการเกษตรตามมาตรา ๖๔ ทำงานช่วงผลผลิต ทางการเกษตรไปเก็บได้ทั่วประเทศ มันมีข้อกำหนดท่านประธาน แต่กฎหมายที่ท่านรัฐมนตรี กำลังจะทำ หมายถึงในช่วงผลผลิตเกษตรออกสวนยางบ้านผม สวนปาล์ม ทุเรียนออก ไม่มีแรงงาน ข้ามพื้นที่ไม่ได้ต้องใช้กฎหมายตัวนี้
ข้อที่ ๒ แรงงานต่างด้าวสามารถเดินทางไปเที่ยวได้ท่านประธาน เพราะอะไร แรงงานต่างด้าวเมื่อเดินไปเที่ยวก็จะเพิ่มรายได้ในเรื่องของการท่องเที่ยว
ข้อที่ ๓ เห็นชอบให้สามารถตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว และประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ชั่วคราว ให้แรงงานที่ทำ MOU ณ สนามบิน ดอนเมืองเหมือนแรงงานผ่าน ตม. ชายแดน บินมาจากพม่ามาที่ดอนเมือง ผ่านกระบวนการ ตรวจโรค แล้วก็เหมือนกับแรงงานที่เข้าสู่ ตม. ชายแดน
ข้อที่ ๔ การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลแรงงานต่างด้าว คุณอยู่ต่างประเทศ เราพัฒนาคุณลงทะเบียนมาก่อนก่อนเดินทางมา นี่ก็คือสิ่งที่กระทรวงแรงงานกำลัง ดำเนินการเข้าสู่คณะรัฐมนตรี
ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ โดยภาพรวมวันนี้ผมอยากให้ กรรมาธิการที่ไปศึกษาว่า วันนี้การค้ามนุษย์และแรงงานทาสในอดีตเปึนเรื่องเลวร้าย ท่านประธาน สำหรับมนุษยชาติมาเปึนร้อยป้แล้วครับท่านประธาน วันนี้ปัญหาแรงงานคือ ปัญหาใหญ่ สำหรับการขับเคลื่อนทุกประเทศ ประเทศไหนมีปัญหาเรื่องแรงงานครับ ขับเคลื่อนยากมาก สิ่งที่สำคัญเศรษฐกิจของโลกมันต้องขับเคลื่อนด้วยแรงงาน ท่านประธานครับ วันนี้ประเทศของเราต้องดูในภาพรวมว่ามันเกิดปัญหาสงครามระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเปึน ยูเครนกับรัสเซีย ๒. ปัญหาระหว่างอิสราเอล-ตะวันออกกลาง นี่ก็คือหลัก ๆ ที่เราต้องมอง ภาพไปถึงแรงงานที่จะได้รับผลกระทบ ๓. ปัญหาสงครามทางการค้า พูดแล้วมันกว้าง ท่านประธาน สงครามทางการค้านี้มันรุนแรงมาก วันนี้ไทยก็ได้รับผลกระทบจากข้อตกลง หลายประเด็น ๔. ปัญหาสงคราม ผมใช้คำว่า สงครามแรงงาน เหมือนท่านสฤษฏ์พงษ์ได้คุย กับผม ทำไมใช้คำนี้ครับ มันเปึนสงครามซึ่งซ่อนรูปครับท่านประธาน มองด้วยตาเปล่า มันมองไม่เห็นเพราะมันเปึนเรื่องของมนุษย์ โดยเฉพาะประเทศไทยวันนี้เราอยู่ในฐานะอะไร ในฐานะส่งออกแรงงานไปต่างประเทศ ไปเอาเงินเข้ามาในประเทศไทย และรับแรงงานต่างด้าวรอบประเทศ โดยเฉพาะประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา จะจัดการอย่างไร ท่านประธานครับ วันนี้ฝากไปยังรัฐบาล ไม่ใช่ท่านกรรมาธิการ ท่านลงในรายละเอียดด้วยว่า ผมฝากประเด็นว่ารัฐบาลอย่ามอง แต่เรื่องรายได้ ๑. อย่ามองแต่ GDP อย่างเดียว ๒. อย่ามองในเรื่องการจัดเก็บภาษีอย่างเดียว ๓. อย่ามองแต่รายได้การท่องเที่ยวและภาคบริการ ๔. อย่ามองรายได้สินค้าเกษตรส่งออก ๕. อย่ามองรายได้อุตสาหกรรม ให้มองตรงไหนครับท่านประธาน สุดท้ายรายได้เหล่านี้ กลไกทั้งหมดมันเกิดมาจากภาคแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานไทยภายในประเทศและแรงงานที่ ไปทำงานต่างประเทศ วันนี้เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีปัญหากับประเทศเกาหลี ในการส่งออก เขาป่ดตาข้างหนึ่งครับ แต่ถ้าประเทศเกาหลีเป่ดตา ๒ ข้างเหมือนประเทศไทย กับประเทศพม่าในขณะนี้ท่านประธาน สรุปแล้วรัฐบาลและกระทรวงแรงงานเดินมาถูกทาง แล้วครับ ตามที่อนุกรรมาธิการเสนอ ๑. Upskill ๒. Reskill แม้ความท้าทายในเรื่องแรงงาน จากมนุษย์ เรื่องอะไรครับท่านประธาน เขาบอกว่า หุ่นยนต์ เมื่อสักครู่กรรมาธิการบอกว่า หุ่นยนต์เปึนเรื่องท้าทายกับเรื่องแรงงานเครื่องจักร เปึนเรื่องที่น่ากังวลมาก แต่ผมเชื่อมั่นครับ ทักษะของมนุษย์เครื่องจักรไม่สามารถมาแทนได้แน่นอน ผมขอฝากคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ และคณะกรรมาธิการการแรงงานสามัญว่า ถ้ามีโอกาสศึกษาเรื่องแรงงานกว้างกว่านี้ ผมอยากจะให้นำเสนอ ๔ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ แรงงานระหว่างประเทศในอนาคต
ประเด็นที่ ๒ แรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศที่ถูกกฎหมายและหลบหนี เข้าเมือง
ประเด็นที่ ๓ แรงงานไทยภายในประเทศที่กำลังตกงาน
ประเด็นที่ ๔ แรงงานต่างด้าวที่มาแย่งงานอาชีพคนไทยในปัจจุบัน รัฐบาล ต้องดูแล ควบคุม สนับสนุนแรงงานให้ครบวงจร รายได้ประเทศเพิ่มขึ้นแน่นอน ผมเห็นด้วย กับผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาแรงงาน ฉบับนี้ ขอบคุณครับ