สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง หารือปัญหาการจ้างงานและทักษะแรงงานที่ไม่สอดรับกับเทคโนโลยีและบริบทโลกาภิวัตน์ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ ได้แก่ การอัพสกิลและรีสกิลแรงงาน การจัดตั้งสภาแรงงานจังหวัดเพื่อเป็นกลไกกลางในการเจรจาและขับเคลื่อนนโยบายแรงงานอย่างยั่งยืน รวมถึงการพิจารณาให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศและการปรับปรุงกฎหมายแรงงานให้สอดคล้อง เพื่อส่งเสริมสิทธิแรงงาน ความเป็นธรรม และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนยกระดับภาพลักษณ์ประเทศในเวทีสากล
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพยิ่ง เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ป้ที่ ๑ ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญประจำป้ครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๖ ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติ จำนวน ๓ เรื่อง ได้แก่
๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการแก้ไขปัญหาการจ้างงานและเพิ่มทักษะแรงงาน (นายวิทยา แก้วภราดัย กับคณะ เปึนผู้เสนอ)
๒. ญัตติ เรื่อง ขอให้คณะกรรมาธิการการแรงงานพิจารณาการจัดตั้งสภา แรงงานจังหวัดสำหรับลูกจ้างและนายจ้างภายในจังหวัด (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เปึนผู้เสนอ)
๓. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา แก้ไขปัญหาการจ้างงานและเพิ่มทักษะแรงงาน (นายเซีย จำปาทอง เปึนผู้เสนอ)
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ที่ประชุมได้พิจารณา และมีมติให้คณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เปึนผู้พิจารณาศึกษา โดยคณะกรรมาธิการได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาแก้ไขปัญหาการจ้างงานและเพิ่มทักษะ แรงงาน และการจัดตั้งสภาแรงงานจังหวัดสำหรับลูกจ้างและนายจ้างภายในจังหวัด เพื่อทำ การพิจารณาศึกษาทั้ง ๓ ญัตติดังกล่าวเปึนการเฉพาะ ประกอบด้วย นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านแรงงานและอนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อร่วมกันศึกษาปัญหา และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน โดยเชิญผู้แทนจากส่วนราชการในสังกัด กระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาแรงงานที่มีความเหมาะสม และนำมากำหนดเปึน แนวนโยบายการแก้ไขปัญหาแรงงานต่อไป คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาปัญหา การจ้างงานในตลาดแรงงานของประเทศไทยในปัจจุบัน ทั้งแรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ แนวทางการแก้ไขปัญหาการจ้างแรงงาน แนวทางการเพิ่มทักษะแรงงานให้สอดรับกับ สถานการณ์ด้านแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไป อันเนื่องมาจากกระแสโลกาภิวัตน์และเทคโนโลยี ที่มีความทันสมัยขึ้น ส่งผลให้แรงงานจำเปึนต้องมีการพัฒนาทักษะฝ้มือแรงงาน โดยการเพิ่ม และพัฒนาเพื่อยกระดับทักษะแรงงานใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีการ Upskill หรือการพัฒนาการ ยกระดับฝ้มือแรงงาน และเปลี่ยนหรือเพิ่มทักษะแรงงานใหม่ ๆ เพื่อยกระดับบุคลากร ในองค์กรให้สามารถทำงานกับการเปลี่ยนแปลง รวมถึงมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ Reskill เนื่องจากเทคโนโลยีอาจเข้ามาแทนที่งาน ทำให้เกิดปัญหาการว่างงานสูงขึ้น โดยไม่มีการ Reskill และ Upskill เพื่อเพิ่มพูนทักษะใหม่ ๆ ให้เท่าทัน อาจทำให้กลายเปึน บุคคลที่ว่างงาน เพราะไม่เปึนที่ต้องการของตลาดแรงงานได้ การจ้างงานบนแพลตฟอร์ม ซึ่งเปึนรูปแบบการจ้างงานแบบใหม่ที่ขยายตัวเติบโตอย่างรวดเร็ว มีความสลับซับซ้อน แรงงานแพลตฟอร์มเหล่านี้จะต้องได้รับการคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการด้านแรงงาน ตามกฎหมายอย่างไม่เลือกปฏิบัติ คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่า การศึกษา ในประเด็นด้านแรงงานดังกล่าวเกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้แรงงานโดยตรง กล่าวคือ ทำให้สามารถ รวบรวมปัญหาด้านแรงงานที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป เช่น ปัญหาด้านคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการแรงงานตามกฎหมายแรงงาน ปัญหาค่าจ้าง แรงงานขั้นต่ำที่ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพในปัจจุบัน ความไม่เท่าเทียมกันทางเพศ ในสถานประกอบการ ปัญหาแรงงานนอกระบบที่ยังไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย แรงงานเท่าที่ควร เพราะกฎหมายมองว่าแรงงานเหล่านี้ไม่ได้มีลักษณะเปึนสัญญาจ้าง แรงงาน แต่มองในลักษณะของสัญญาจ้างทำของ เปึนต้น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี Disruptive Technology เทคโนโลยีส่งผลให้ตลาดแรงงาน ต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับ สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น สถานประกอบการต่าง ๆ มีการนำหุ่นยนต์ หรือ Robot เข้ามาใช้ในการทำงาน อาจทำให้ตำแหน่งงานบางประเภทว่างลงได้ การผลิต และนำเข้ารถยนต์ไฟฟัา EV ส่งผลให้แรงงานบางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรม รถยนต์เดือดร้อนมาก ต้องเร่งพัฒนาทักษะแรงงานใหม่ ๆ เพื่อรองรับตำแหน่งงาน ที่จะมุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ปัญหาการขาดแรงงานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน แรงงานไทยกำลังเผชิญปัญหาภาวะการจ้างงานที่ไม่เปึนธรรม เช่น ค่าแรงไม่สอดคล้องกับ หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ค่าแรงที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน การคุ้มครองแรงงาน ที่ไม่สอดรับกับความเปราะบางและอันตรายจากการทำงาน กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน นอกจากนี้การใช้ระบบ Automation หรืออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเริ่มทำงานได้ด้วยตัวเองส่งผลให้แรงงานถูกเลิกจ้างและมี ความต้องการแรงงานลดลง คำนึงถึงผลกำไรมากกว่าชีวิตของแรงงาน เช่น ระบบ Call Center อัตโนมัติ ระบบ Automation ในโรงงานเปึนต้น ทั้งยังต้องเพิ่มทักษะให้กับ แรงงานให้สอดรับกับการพัฒนา อันจะเปึนการเพิ่มความมั่นคงในชีวิตด้วยการปรับตัวต่อการ เปลี่ยนแปลง
ด้วยสภาพปัญหาที่เกี่ยวกับการใช้แรงงานทั่วประเทศ เปึนสภาพปัญหา ที่เกิดขึ้นอย่างมากมายและมีความหลากหลาย ควบคุมสภาพการจ้างและการทำงานทั้งหมด ซึ่งเกิดขึ้นทั้งฝ์ายนายจ้าง ฝ์ายลูกจ้าง รวมถึงผู้ทำงานในทุกกลุ่มอาชีพและทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม การบริการและการ คมนาคม การประกอบอาชีพอื่น ๆ และเปึนปัญหาที่เกิดขึ้นกับการใช้แรงงานในทุกจังหวัด โดยจะมีสภาพปัญหาต่าง ๆ มากมาย เช่น ปัญหาเกี่ยวกับการผิดสัญญาแรงงาน การเอารัด เอาเปรียบการใช้แรงงาน การเลิกจ้างที่ไม่เปึนธรรม การขาดการรวมกลุ่มเพื่อสร้างอำนาจ ต่อรองและการไม่มีตัวแทน หรือองค์กรฝ์ายนายจ้างและฝ์ายลูกจ้างที่ชัดเจน การเปึนตัวแทน ในการเรียกร้องเจรจาต่อรองและแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน รวมทั้งการเรียกร้องสิทธิ ประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทำงานที่ควบคุมทุกกลุ่มอาชีพ นอกจากนี้ปัญหาแรงงาน ผิดกฎหมาย แรงงานต่างชาติที่จะต้องมีการควบคุมและจัดระเบียบแรงงานให้มีจำนวน แรงงานประเภทงานและพื้นที่จ้างงานที่เหมาะสมและมีปัญหาอื่น ๆ อีกมากมายในด้าน แรงงาน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถที่จะจัดการและแก้ไขปัญหาได้โดยจะต้องมีตัวแทนแรงงาน ทั้งฝ์ายนายจ้างและฝ์ายลูกจ้าง โดยแนวทางหนึ่งที่มีความเหมาะสมในการแก้ไขปัญหา ก็คือ การจัดตั้งสภาแรงงานจังหวัดหรือสภาคนทำงานจังหวัดสำหรับลูกจ้างและนายจ้างภายใน แต่ละจังหวัด เพื่อให้เปึนตัวแทนในการสะท้อนปัญหาด้านแรงงานไปสู่การพิจารณาของ รัฐบาลในการกำหนดเปึนนโยบายและแผนในการพัฒนาส่งเสริมช่วยเหลือสนับสนุน และแก้ไขปัญหาด้านแรงงานของประเทศ สนับสนุนการรวมกลุ่มขององค์กรแรงงานในจังหวัด ในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งจัดทำแผนงานและแนวทางเพื่อการพัฒนาแรงงานอย่างเปึนระบบ มีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนต่อไป
จึงควรมีการพิจารณาศึกษาแนวทางการจัดตั้งสภาแรงงานจังหวัด เพื่อเปึน การศึกษาโครงสร้างของสภาแรงงานจังหวัด และอำนาจหน้าที่ที่เหมาะสมในการเปึนตัวแทน ของฝ์ายนายจ้างและฝ์ายลูกจ้างในแต่ละจังหวัด เพื่อการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหา ด้านแรงงานทั่วประเทศที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้แรงงานสามารถรวมตัว เพื่อเจรจาต่อรอง ด้านแรงงาน รวมถึงการศึกษาแนวทางการให้สัตยาบันในอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่าง ประเทศ International Labour Organization (ILO) ฉบับที่ ๘๗ ว่าด้วยเรื่องเสรีภาพ ในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ ๙๘ ว่าด้วยเรื่องสิทธิในการ รวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง และความเปึนไปได้ของประเทศไทยในการเข้าเปึนรัฐภาคี State Party ในอนุสัญญาฉบับดังกล่าว เพื่อเปึนการส่งเสริมเสรีภาพในการรวมกลุ่มและการเจรจา ต่อรองร่วม และแก้ไขกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ในประเทศไทยให้สอดคล้องตามหลักการ ของอนุสัญญาดังกล่าว เพื่อเปึนประโยชน์ต่อแรงงานซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศให้มี ความมั่นคงในการทำงานและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเปึนธรรม ในสังคม อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทย ด้านสิทธิแรงงานในสายตา ประชาคมโลก เปึนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันต่อการค้า การลงทุนระหว่างประเทศ และเปึนกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาคของประเทศให้เติบโตต่อไป
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการพิจารณาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษา ทั้ง ๓ ญัตติ แล้วก็หาแนวทางแก้ไขปัญหาแรงงานเปึนที่เรียบร้อยแล้ว ผมต้องขอขอบคุณ เพื่อนสมาชิกที่เสนอญัตติ ไม่ว่าจะเปึนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านวิทยา แก้วภราดัย แล้วก็ท่านเซีย จำปาทอง แล้วก็คณะอนุกรรมาธิการที่ได้ศึกษาญัตติดังกล่าวเรื่องนี้ จนเปึนที่เรียบร้อย จึงขอรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๔ โดยในลำดับถัดไป กระผมขอเรียนเชิญท่าน สส. เซีย จำปาทอง ในฐานะเปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษา การแก้ไขปัญหาการจ้างงานและเพิ่มทักษะแรงงานและการจัดตั้งสภาแรงงานจังหวัด สำหรับลูกจ้างนายจ้างภายในจังหวัด จะได้กล่าวรายงานต่อท่านประธานในที่ประชุมต่อไป ขอกราบขอบพระคุณเปึนอย่างสูงครับ