มนพร เจริญศรี ชี้แจงแทนรัฐมนตรีในที่ประชุมสภาเกี่ยวกับความคืบหน้าและแผนพัฒนาโครงการก่อสร้างสนามบินพัทลุง โดยเน้นย้ำความสำคัญของโครงการในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และการเชื่อมโยงการคมนาคมในภาคใต้ พร้อมผลักดันการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมค่ะ วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ดิฉันมาตอบกระทู้ถามของท่านสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ
ในประเด็นคำถามแรก ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกเปึนอย่างยิ่งนะคะ ที่ท่านได้ให้ความสนใจต่อมิติของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะสนามบินจังหวัด พัทลุงค่ะ ในเรื่องของความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสนามบินจังหวัดพัทลุง ดิฉันขออนุญาต เท้าความเพื่อให้ท่านประธาน ท่านสมาชิกได้เห็นภาพเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานนะคะว่า จังหวัดพัทลุงเองเปึนจังหวัดที่ต้องบอกว่าจากเมืองรองก็จะกลายเปึนเมืองหลัก ซึ่งมีพื้นที่ ๓,๔๒๔ ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ ๕๒๓,๐๙๗ คน พื้นที่ใกล้เคียง ก็ติดกับนครศรีธรรมราช สตูล สงขลา แล้วก็จังหวัดตรัง ซึ่งเปึนศูนย์กลางการคมนาคม ของภาคใต้ โดยเฉพาะในฝัืงอ่าวไทยแล้วก็ภาคตะวันตกทางฝัืงอันดามันลงสู่ตอนล่าง และภาคใต้ชายแดน โดยมียุทธศาสตร์ของการพัฒนาของจังหวัดพัทลุง ก็คือ เพื่อเปึนเมือง แห่งความยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เปัาหมายของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของพัทลุง เปึนเรื่องของ การรองรับการเติบโตในฝัืงอ่าวไทย ซึ่งหนึ่งในโครงการก็คือการก่อสร้างสนามบิน จังหวัดพัทลุง ขออนุญาตได้ให้ท่านสมาชิกได้เห็นภาพนะคะ จากที่ดิฉันได้เกริ่นนำสักครู่ว่า มีจังหวัดใกล้เคียงจังหวัดใดบ้างที่อยู่รอบ ๆ จังหวัดพัทลุง ก็จะประกอบไปด้วย ถ้าพี่น้องประชาชนต้องเดินทางไปจากกรุงเทพฯ จะมีมิติของการขนส่งการเดินทาง อย่างไรบ้าง เริ่มจากมิติของทางรถยนต์จากกรุงเทพมหานครไปพัทลุงมีระยะทางประมาณ ๘๕๓ กิโลเมตร จากทางรางก็จะเปึนการเดินทางโดยรถไฟขบวนที่ ๑๗๑ เส้นทางกรุงเทพฯ- สุไหงโก-ลก เปึนรถด่วนพิเศษ ขบวนที่ ๓๑ เส้นทางกรุงเทพฯ-ชุมทางหาดใหญ่ไปทางด่วนพิเศษ โดยที่ทางรถไฟเองก็มีสถานีไปที่พัทลุงระยะทาง ๘๔๖ กิโลเมตร ส่วนทางอากาศอย่างที่ดิฉัน ได้นำเรียนว่าระยะทางที่ใกล้เคียงกันในจังหวัดใกล้เคียง ก็คือจากจังหวัดพัทลุงไปที่ จังหวัดตรัง มีระยะทางห่างกัน ๖๓ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ๗๕ นาที ถ้าจะต้องไปที่ ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่มีระยะทาง ๑๐๐ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ๙๐ นาที คือ ๑ ชั่วโมงครึ่ง ถ้าจะไปที่ท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราชมีระยะทาง ๑๒๑ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ๑๐๐ นาที ก็จะเห็นว่าเส้นทางของการเดินทางที่จะต้อง ไปใช้สนามบินแต่ละจังหวัดใกล้เคียงกันนั้น มีระยะทางมีภาพให้ท่านสมาชิกได้เห็น ซึ่งถ้าเรา มาคิดถึงว่าถ้าพี่น้องประชาชนต้องเดินทางไปที่พัทลุง ถ้าใช้ระบบทางราง ทางรถ ก็ค่อนข้าง ใช้เวลานาน ท่านประธานที่เคารพคะ เพราะฉะนั้นการก่อสร้างสนามบินพัทลุงจึงเปึน เส้นทางหนึ่งที่กระทรวงคมนาคม ก็เล็งเห็นถึงศักยภาพที่จะส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจให้กับ จังหวัดพัทลุงนะคะ
ขออนุญาตนำเรียนต่อค่ะว่าหลังจากป้ ๒๕๖๕ กระทรวงคมนาคม โดยกรมท่าอากาศยานได้ศึกษาความเปึนไปได้ของการก่อสร้าง ทั้งศึกษาในเรื่องของรูปแบบ วิศวกรรม ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านสิ่งแวดล้อม แล้วก็กำหนดพื้นที่ในเรื่องของความเหมาะสม ก็จะเห็นว่าความเหมาะสมในทุกมิติเปึนไปในเชิงบวกนะคะ แล้วเราก็คาดหวังว่าหลังจากเรา ได้ประมาณการนะคะ ขออนุญาตเพิ่มเติมในเรื่องของการประมาณการว่า ถ้าเรามีการ ก่อสร้างประมาณการในป้ ๒๕๖๙ ซึ่งจะมีผู้โดยสารประมาณ ๒๑๔,๑๒๙ คน แล้วก็จะมี เที่ยวบินประมาณ ๒๘ เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ซึ่งใน ๑๐ ป้แรกเราคาดหวังว่าเราจะมีการลงทุน อยู่ที่ ๒,๑๔๓ ล้านบาท อย่างที่ดิฉันได้กราบเรียนว่า ในเมื่อความเห็นผลของการศึกษา เปึนเชิงบวกแล้ว ก็ขออนุญาตนำเรียนต่อว่า จริง ๆ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ กระทรวงคมนาคมในเรื่องของโครงการขนาดใหญ่ใด ๆ ก็ตาม โดยเฉพาะทั้งฝัืงอ่าวไทย และฝัืงอันดามัน เราก็จะเห็นว่านโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้ให้ความสำคัญกับโครงสร้างขนาดใหญ่เรื่องของ Megaproject เพราะไม่ว่าจะเปึน เรื่องของทางราง ทางน้ำ ทางบก แล้วก็ทางอากาศ ที่จะทำให้ ๔ มิติของการเดินทางนี้ เปึนการเดินทางที่ไร้รอยต่อนะคะ แล้วถ้าเรามีสนามบินที่จังหวัดพัทลุงก็จะเข้าสู่นโยบายของ การเปึน Aviation Hub เปึนการขนส่งโลจิสติกส์ ซึ่งในเรื่องนี้เองท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็เล็งเห็นว่า คมนาคมที่ดีก็คือคมนาคมที่ให้โอกาสกับ ประเทศไทยนะคะ ก็ขออนุญาตได้นำถึงแผนของการลงทุนว่า ทำอย่างไร ถ้าเราศึกษาเสร็จ จะนำไปซึ่งการลงทุนอย่างไรบ้าง ก็มี ๒ ประเด็น คือการลงทุนในส่วนกลาง ซึ่งจะประกอบ ไปด้วยแผน เปัาหมาย ดิฉันได้โชว์เกณฑ์ของการลงทุนซึ่งจะมีเปัาหมาย มีวัตถุประสงค์ ของการจัดตั้ง แล้วก็จะมีผลสำรวจของ Air travel demand คือความต้องการในการใช้ ท่าอากาศยานนะคะ นอกจากนั้นก็จะมีเรื่องของการสนับสนุนนโยบายของการบริการว่า จะต้องให้มีการบริการอย่างน้อย ๑๔ เที่ยวบินต่อสัปดาห์ จะเห็นว่าในพื้นที่ดังกล่าวจะไม่มี ท่าอากาศยานพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ให้บริการเดียวกัน ในระยะเวลาเดินทางในโครงข่าย ทั้งโครงข่ายทางหลวงและทางหลวงชนบท ไม่เกิน ๙๐ นาที นอกจากนั้นหากการบินพลเรือน มีความเห็นว่ามีความเหมาะสมก็จะเริ่มเข้าสู่การขออนุญาต ซึ่งในขณะนี้หลังจากที่ผล ของการศึกษาได้ออกมาแล้ว ในป้ ๒๕๖๙ ทางกระทรวงคมนาคมก็จะตั้งงบประมาณ ในการออกแบบ เพราะว่าการสำรวจของพื้นที่มีความพร้อมแล้ว เมื่อออกแบบเสร็จแล้ว ขณะเดียวกันก็จะทำอีไอเอ อีเอชไอเอไปพร้อมกัน เมื่อทำไปพร้อมกันแล้วมีความเหมาะสม ก็จะนำไปสู่การลงทุน การลงทุนจะมี ๒ แบบ คือการลงทุนโดยรัฐบาล ๒. การลงทุน โดยท้องถิ่น แล้วก็เชิญชวนเอกชน หรือเรียกว่าพีพีพี ซึ่งประเด็นของพีพีพีนี้ก็เปึน หนึ่งในนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเรามองเห็นว่าวันนี้ประเทศไทยเปึนหนึ่งในประเทศอาเซียน ที่มีการแข่งขันทางการค้าและเปึนเปัาหมายหลักของการพัฒนาการท่องเที่ยว ขณะนี้ดิฉัน ทราบว่ามีนักธุรกิจหลายรายที่ให้ความสนใจ หนึ่งในความสนใจคือเรื่องของการลงทุน ทั้งเรื่องก่อสร้างสนามบิน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของทางภาคใต้ ก็จะมีเรื่องของ Cruise Terminal ที่เกาะสมุยเช่นเดียวกันนะคะ ในเรื่องนี้ก็จะเปึนการลงทุนโดยเอกชน ซึ่งพิจารณาเห็นแล้วว่า ความจำเปึนที่จะก่อสร้างสนามบินพัทลุงจึงมีความจำเปึนเปึนอย่างยิ่ง แล้วก็การดำเนินการ ก่อสร้างอย่างที่ดิฉันได้กราบเรียนว่า ในป้งบประมาณ ๒๕๖๙ เราก็จะตั้งงบประมาณในการ สำรวจออกแบบทำอีไอเอ อีเอชไอเอไปพร้อมกัน แล้วนำมาซึ่งสำรวจออกแบบเสร็จแล้ว นำมาซึ่งการประมาณราคา เมื่อประมาณราคาเสร็จแล้วมีความพร้อมปุ็บก็จะมีการเชิญชวนว่า จะมีการลงทุนโดยภาครัฐหรือมีการลงทุนโดยเอกชน หลังจากนั้นก่อนที่จะมีการประกาศว่า ให้ใครลงทุนก็จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของมติ ครม. ครม. ก็จะให้ความเห็นชอบ เมื่อ ครม. เห็นชอบก็จะนำมาซึ่งการพิจารณาทางเลือกว่าจะลงทุนแบบไหน นี่ก็ขออธิบาย คำถามแรกของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปก่อนในคำถามแรกค่ะ