ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ หารือปัญหาน้ำท่วมซ้ำในเชียงใหม่ โดยวิเคราะห์ทั้งช่วงก่อน ขณะ และหลังเกิดเหตุ ชี้สาเหตุจากแม่น้ำปิงและกวงเอ่อล้น น้ำท่วมขังและน้ำป่าไหลหลาก พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวของระบบเตือนภัยจากรัฐ โดยเฉพาะการขาดการแจ้งเตือนล่วงหน้าทั้งในพื้นที่เสี่ยงและจากประเทศเพื่อนบ้าน เสนอให้ใช้ระเบียบบริหารจัดการเตือนภัยแห่งชาติ เสริมบทบาทท้องถิ่น และเรียกร้องให้รัฐบาลใช้ข้อตกลงอาเซียนเพื่อยกระดับการแจ้งเตือนภัยพิบัติข้ามแดนให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับงบประมาณที่ลงทุนไปแล้ว
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตอำเภอหางดงและ อำเภอสันป์าตอง พรรคประชาชน จากเหตุอุทกภัยในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้ว มาจนถึงปัจจุบันนี้ที่ปัญหาเดิมก็ยังไม่ได้คลี่คลาย แต่ตอนนี้ที่เรากำลังอภิปรายกันอยู่ ในตอนนี้ ประชาชนชาวเชียงใหม่ก็กำลังเจอกับน้ำท่วมในรอบใหม่ รอบที่ ๒ ก่อนที่ผมจะ เดินทางมาที่สภาแห่งนี้ ผมลงพื้นที่ทุกวันตั้งแต่เช้ายันค่ำ ผมประสานกับทุกหน่วยงานตั้งแต่ ภาคเอกชน ท้องถิ่น ไปจนถึงรัฐส่วนกลาง เพื่อที่จะบรรเทาผลกระทบกับประชาชนให้ได้ มากที่สุด ผมรับรู้ถึงความเดือดร้อนและเห็นถึงปัญหาของประชาชน ผมเห็นถึงเจ้าหน้าที่ และกู้ภัยอาสาที่ทำงานอย่างหนักที่สุดกำลัง แทบไม่หลับ ไม่ได้นอนและผมเห็นถึงช่องโหว่ ในการบริหารจัดการ ซึ่งนำมาซึ่งการถามกระทู้ถามสดในวันนี้ เพื่อที่จะเสนอและหาทางออก ร่วมกันกับท่านรัฐมนตรีในการที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้กับประชาชน โดยในวันนี้ผมจะแบ่ง การถามผมออกเปึน ๓ ช่วง ช่วงแรกนี้จะเปึนช่วงก่อนเกิดเหตุ ช่วงที่ ๒ ช่วงเผชิญเหตุ และช่วงที่ ๓ ก็คือหลังเกิดเหตุ จากจังหวัดเชียงใหม่ อุทกภัยในสัปดาห์ที่แล้วเราเจอกับ สาเหตุด้วยกัน ๓ สาเหตุนะครับท่านประธาน สาเหตุแรก นั่นก็คือการท่วมจากการเอ่อล้น ของแม่น้ำป่งและแม่น้ำกวง สาเหตุที่ ๒ ก็คือน้ำที่มันขัง ท่วมขังแล้วมันระบายออกไม่ได้ สาเหตุที่ ๓ ก็คือน้ำท่วมฉับพลันจากน้ำป์าไหลหลาก
สาเหตุแรก ในส่วนแรกนี้ โดยเฉพาะการเอ่อล้นของแม่น้ำป่งในโซนพื้นที่ เศรษฐกิจอำเภอเมือง สื่อทุกสื่อ หน่วยงานทุกหน่วยงาน ประโคมข่าวกันชุดใหญ่ ทุกคน ได้รับทราบถึงข้อมูลกันอย่างทั่วถึง แต่กับแม่น้ำกวงแทบไม่มีการแจ้งเตือนเลย แล้วที่หนัก ไปกว่านั้นครับ ในส่วนของน้ำป์าไหลหลาก ตรงนี้เราไม่มีการแจ้งเตือนเลย ทั้ง ๆ ที่เรา มีข้อมูลพร้อมที่จะแจ้งเตือนอยู่แล้ว พร้อมจริงหรือเปล่า ผมขอยกตัวอย่างนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ในพื้นที่ของผมอำเภอหางดงและ อำเภอสันป์าตองนะครับ มีการคาดการณ์จากสถานีวัดปริมาณน้ำฝนรายชั่วโมง แล้วก็สถานี วัดระดับน้ำว่าจะมีน้ำท่วม ตรงนี้ผมก็ได้มีการแจ้งเตือนให้กับประชาชนได้พร้อมที่จะรับมือ ล่วงหน้า ๔ ชั่วโมงนะครับ แจ้งเตือนเปึนข้อความชัดเจนเลยว่ากี่โมง น้ำจะมาถึงประมาณ กี่โมง และพื้นที่ไหนที่ต้องรับผลกระทบ ต้องยกของขึ้นสูงอย่างไร ตรงนี้ได้ละเอียดชัดเจน และผมก็ได้แจ้งเตือนในเวลา ๐๙.๕๐ นาําิกา แล้วน้ำก็ท่วมในวันนั้นในเวลา ๑๔.๐๐ นาําิกา ช่วยเหลือประชาชนในช่วงของสถานการณ์ฉุกเฉินได้เยอะเลย ผมขอยกอีก ๑ ตัวอย่าง ให้เห็นชัด ๆ นะครับ เอาล่าสุดนี้เลย เมื่อวานนี้ครับท่านประธาน ผมได้มีการแจ้งเตือนเปึนแบบ Early Warning ล่วงหน้า ๑๖ ชั่วโมง ให้กับประชาชนในพื้นที่หางดงและสันป์าตอง ได้เตรียมพร้อมเฝัาระวังรับมือน้ำท่วมฉับพลันในช่วงเช้าของวันนี้ ก็คือวันที่ ๓ ตุลาคม แจ้งเตือนล่วงหน้า ๑๖ ชั่วโมงนะครับ จากข้อมูลที่คนทั่วไป บุคคลสาธารณะทั่วไปสามารถ เข้าถึงได้ แล้วตีสอง ของคืนนี้ครับ เมื่อคืนที่ผ่านมาผมก็ไม่ได้นอนเช่นกัน ผมก็แจ้งเตือนเปึน Emergency Alert ล่วงหน้าอีก ๔ ชั่วโมง ให้กับประชาชนในพื้นที่เตรียมรับน้ำท่วมฉับพลัน จากน้ำป์าไหลหลาก แล้วเช้านี้ครับ ๐๖.๐๐ นาําิกา น้ำก็ท่วมครับท่านประธาน มีประชาชน หลายครัวเรือนส่งข้อความมาขอบคุณ ว่าเขาสามารถเตรียมตัวยกของ ย้ายรถได้ทัน เพราะว่าเขาเห็นการแจ้งเตือนของผมในครั้งนี้ มันดูเหมือนจะเปึนเรื่องที่ดีครับท่านประธาน ดูเหมือนไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่การแจ้งเตือนในครั้งนี้เปึนการแจ้งเตือนจากผมเพียงคนเดียว ไม่มีการแจ้งเตือนจากภาครัฐเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผมทำได้แต่ทำไมรัฐถึงทำไม่ได้ ทีนี้คำถาม ที่ตั้งกันมาต่อไปครับว่า แล้วรัฐปัจจุบันมีการแจ้งเตือนแบบไหนบ้าง แบบแรกครับ นั่นก็คือ ระบบ SMS ที่ปัจจุบันเราใช้ระบบของ Location Based SMS ในการแจ้งเตือนประชาชน ตรงนี้ผมได้อภิปรายไปตั้งแต่ป้ที่แล้วแล้ว และรัฐบาลเพิ่งนำมาใช้ใน ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้ง ๆ ที่เรามี MOU ร่วมกับผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์มือถือเคลื่อนที่ ให้พวกเขาส่ง SMS แจ้งเตือนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่เรากลับไม่เคยใช้ เราเพิ่งมาเริ่มใช้กัน แล้วทีนี้ลองมาดูครับ เราเริ่มใช้แล้วข้อความมันเปึนอย่างไร ผมถามท่านประธานและผมถามท่านรัฐมนตรีตอนนี้เลย ท่านอ่านแล้วท่านเข้าใจหรือไม่ครับ และท่านเปรียบเทียบกับที่ผมแจ้งเตือนเมื่อสักครู่นี้ ท่านคิดว่าแบบไหนประชาชนจะเข้าใจง่ายกว่ากัน ท่านคิดว่าแบบไหนที่ประชาชนจะ เตรียมพร้อมรับมือได้มากกว่ากัน และข้อความของผมก็ไม่ได้ยาวไปกว่าท่านเลย ข้อความ เท่า ๆ กัน แต่เนื้อหาสาระมันพร้อมในการแจ้งเตือนมากกว่าขนาดไหน และการแจ้งเตือน ในรูปแบบที่ ๒ ที่ประเทศเราก็ยังมีกันอยู่ นั่นก็คือเรื่องของหอเตือนภัยกว่า ๑,๐๐๐ หอ ทั่วประเทศที่เรามีกันอยู่ ผมได้อภิปรายเรื่องนี้ในวาระญัตติด่วนตั้งแต่เดือนสิงหาคม ไปแล้วครับท่านประธาน ว่าเรามีหอเตือนภัยอยู่แต่เราแทบใช้งานไม่ได้ มาจนถึงปัจจุบันครับ หอเตือนภัยแห่งนี้ก็ยังแทบไม่ได้ใช้งานเลย ขอสไลด์ลงด้วยครับ ทั้ง ๆ ที่หอเตือนภัยตรงนี้ ครับท่านประธาน การเตือนภัยของมันไม่ได้ด้อยและอาจจะดีกว่า SMS ในหลายมิติ ด้วยซ้ำไป ในส่วนนี้หน่วยงานบอกกับผมหลายครั้งมาก ๆ ครับว่า สาเหตุที่หอเตือนภัย ๓๐๐ กว่าหอมันแจ้งเตือนประชาชนไม่ได้ เพราะว่ามันใช้ระบบโซลาร์เซลล์ ต้องใช้พลังงาน แสงอาทิตย์ แล้วในช่วงที่น้ำท่วมมันมักจะเกิดฝนตกไม่มีพลังงานเพียงพอในการแจ้งเตือน ท่านประธานคิดว่าประชาชนได้รับฟังเหตุผลแบบนี้แล้วเขาจะรู้สึกอย่างไรครับ เราสามารถ ติดต่อการไฟฟัา ประสานให้ติดมิเตอร์ชั่วคราว เดินสายไฟฟัาในระยะเร่งด่วนได้เลย รัฐบาล สามารถทำตรงนี้ได้เลยนะครับ หยิบขึ้นมาใช้ให้มันเกิดประโยชน์ดีกว่า แล้วจากการแจ้งเตือน ทุกรูปแบบของรัฐเราเห็นถึงความบกพร่องในเรื่องของข้อความจากกรม ปภ. ที่เราเห็น เมื่อสักครู่ เราเห็นชัดเจนว่าปัญหามันอยู่ที่การบูรณาการข้อมูลของทุกหน่วยงาน ในตรงนี้ วันนี้ผมขอฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าเรามีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการ การแจ้งเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ที่สามารถกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการแจ้งเตือน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อความการแจ้งเตือนที่มันเหมาะสม ในเวลาที่ ถูกต้องพร้อมรับกับสถานการณ์มากที่สุด เราหยิบตรงนี้กันมาใช้ครับ เพราะว่าผมไม่แน่ใจว่า ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้และคนที่แล้วอาจจะไม่รู้ว่าเรามีกฎหมายฉบับนี้อยู่ เพราะว่า การประชุมล่าสุดของคณะกรรมการตามระเบียบนี้ต้องย้อนไปถึงป้ ๒๕๖๕ เราหยิบตรงนี้ มาใช้ดีกว่าครับท่านรัฐมนตรี แล้วเราเสริมให้อำนาจของท้องถิ่น ให้บทบาทของท้องถิ่น ในการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ให้พวกเขาพร้อมในการแจ้งเตือนประชาชนด้วย
แล้วก็จะมีอีกปัญหาหนึ่งครับเรื่องของการแจ้งเตือน เราขาดข้อมูลจาก ประเทศเพื่อนบ้านใช่ไหมครับ ที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เราไม่มีข้อมูลน้ำจากประเทศเพื่อนบ้านมาแจ้งเตือนล่วงหน้าเลย ในตรงนี้ ผมได้เคยพูดไว้หลายต่อหลายครั้งตั้งแต่สมัย PM2.5 ว่าเรามีข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการ บริหารจัดการภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉิน ที่ในข้อตกลงฉบับนี้ใน Article7 วรรคสอง เขียนไว้ ชัดเจนครับว่า ประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศสมาชิกต้องส่งข้อมูลการแจ้งเตือนล่วงหน้าให้กับ ประเทศที่กำลังจะได้ผลกระทบจากภัยพิบัติข้ามแดนตามข้อตกลงที่ทำร่วมกันอย่างเหมาะสม แผนนี้เขียนไว้ตั้งแต่ป้ ๒๐๒๑ แต่ปัจจุบันประเทศเรายังไม่เดินหน้าทำงานตามแผนนี้เลย เราหยิบตรงนี้มาใช้ครับท่านรัฐมนตรี แล้ววันนี้ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีตอบผมสักเล็กน้อย ให้ผมมั่นใจหน่อยว่าเราจะหยิบตรงนี้มาใช้เพื่อทำให้มันไม่เกิดปัญหาขึ้นอีก
ในส่วนของคำถามทั้งหมดในวันนี้นะครับ ผมขอสรุปจากที่ผมอภิปรายไปแล้ว คำถามแรกนะครับ ท่านรัฐมนตรีมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพในการ แจ้งเตือนอย่างไร แล้วพร้อมที่จะนำข้อเสนอแนะของผมในวันนี้ไปปรับใช้เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการแจ้งเตือนหรือไม่ อย่างไร เพราะว่าผมพูดตามตรงนะครับว่า ถ้าเกิด ยังเปึนอย่างนี้ผมเปึนห่วงจริง ๆ กับโครงการ Cell Broadcast ที่ใช้งบประมาณ ๒ กระทรวง รวมกันกว่า ๕๔๐ ล้านบาท ต่อให้เรามีโครงการตรงนั้น แต่ข้อความเรายังผลิตไม่ได้ มันก็แจ้งเตือนอะไรไม่ได้ ผมขอทวนกับคำถามแรกนะครับ จะมีอยู่ ๕ หัวข้อด้วยกัน นั่นก็คือ การเตือนภัยระดับพื้นที่ในการแจ้งเตือนน้ำป์าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน การส่งข้อความทาง SMS ระบบหอเตือนภัย ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วก็ข้อตกลงอาเซียนเพื่อใช้ในการ แจ้งเตือนภัยพิบัติจากประเทศเพื่อนบ้านครับ ขอบคุณครับ