ภูมิธรรม ชี้แก้ปัญหาใต้รอบด้าน ยันไม่ละเลยตากใบ ขอเรียนรู้บทเรียน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๓ ตุลาคม ๒๕๖๗

ภูมิธรรม เวชยชัย ชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ด้วยการเน้นเหตุผลรอบด้านและการเจรจาสันติวิธี พร้อมเรียกร้องให้จัดลำดับความสำคัญกับเหตุการณ์เร่งด่วนอย่างน้ำท่วมและดินถล่มก่อนการแถลงข่าว โดยย้ำถึงเหตุการณ์ตากใบปี 2547 ที่เกิดความสับสนจนมีผู้เสียชีวิต 78 ราย ซึ่งไม่ใช่การตั้งใจฆ่า แต่เป็นผลจากความวุ่นวายในการขนย้ายผู้ต้องสงสัย จึงเรียกร้องความเป็นธรรม การเยียวยา และการปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมโปร่งใสและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สำหรับคำถามที่ท่านได้ถามมาว่า จากเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้เราควรจะทำอย่างไร ก่อนที่ จะตอบคำถามต้องบอกก่อนว่า ปัญหาชายแดนใต้นี้การแก้ไขต้องเริ่มต้นจากการพยายาม ใช้เหตุผล แล้วก็ดูเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้ครบทุกมิติ ไม่ใช่เริ่มต้นจากความดุเดือดเผ็ดร้อน หรือไม่ใช่เรื่องจากการที่มองเพียงแต่ด้านลบด้านเดียว เพราะทุกเรื่องไม่ได้มีเฉพาะแค่เรื่องว่า เจ้าหน้าที่ทำอย่างโน้น ตรงนี้ตายแบบนี้หรืออะไร มันมีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องหลาย ๆ เรื่อง ผมอยากให้ท่านได้ใช้ความพยายามในการที่จะใจเย็น ใช้เหตุผลในการดูเรื่องราวต่าง ๆ ให้ชัดเจน ส่วนกรณีที่หาว่าผมปรี๊ดแตก ผมว่าท่านใช้คำรุนแรงมากไป คงไม่เหมาะที่จะใช้คำ เหล่านี้ให้มาก เพราะว่าวันนั้นจริง ๆ ผมกำลังแถลงข่าวเรื่องของความเสียหายเรื่อง น้ำท่วมอยู่ แล้วผู้สื่อข่าวท่านนั้นได้พยายามถามเรื่องนี้ ผมก็บอกว่าขอคุยเรื่องนี้ให้จบก่อน แล้วคุยกันก็ยังพยายามถาม ซึ่งผมก็บอกว่าวันนี้เอาเรื่องนี้ให้จบก่อน ไม่ได้หมายความว่า เรื่องตากใบจะไม่สนใจหรือจะไม่ทำต่อ เพราะฉะนั้นอันนี้กราบเรียนชี้แจงท่านทั้งหลาย ด้วยว่า ไม่ใช่ว่าผมมองความสำคัญของแต่ละเรื่อง มองตากใบไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร จริง ๆ ทุกเรื่องมีความสำคัญนะครับ แต่ว่ารัฐบาลต้องทำเรื่องเร่งด่วน ในขณะนั้นน้ำกำลังท่วม โคลนกำลังถล่ม บ้านเรือนของประชาชนในภาคเหนือและภาคอีสานกำลังมีปัญหา เพราะฉะนั้นอยากจะ Clear เรื่องนั้นให้ชัดเจนก่อน เพราะฉะนั้นโปรดเข้าใจว่าผมไม่ได้มี อาการปรี๊ดแตกหรือรู้สึกโกรธกับการตั้งคำถามแบบนั้น เพราะว่ามีปัญหากับเรื่องของตากใบ กับเรื่องของความบกพร่องรัฐบาล ไม่ใช่เลยนะครับ เปึนเรื่องของจะจัดความสำคัญของเรื่อง กำลังเผชิญ แล้วเรื่องของน้ำท่วมความเสียหายที่เกิดขึ้น เปึนเรื่องที่มากและใหม่ของประเทศเรา ซึ่งไม่เคยมีเรื่องโคลนถล่มแบบนี้ และไปติดอยู่ในบ้านเรือนประชาชนแบบนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าเปึนไปได้อยากให้พยายามใช้คำพูดหรือการมองอย่างมีเหตุมีผล ไม่ใช่มองด้วยอารมณ์ หรือมองด้วยการเปึนฝ์ายค้านอย่างเดียว

ส่วนเรื่องการเกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าทุกคนก็เสียใจ ผมเองก็เสียใจ เราทุกคนไม่มีใครอยากเห็นเหตุการณ์ที่มีประชาชนตายมากขนาดนี้ มีผู้ชุมนุมตายอยู่มาก ขนาดนี้ การเสียใจนั้น เสียใจกับเหตุการณ์ เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็คงต้องเอาบทเรียน เหล่านั้นมาดูว่าอะไรมันเกิดขึ้นมันมีปัญหา ไม่ใช่เสียใจเพราะตัวเองไปกระทำผิดอะไรอย่างที่ รู้สึก เรื่องตากใบเกิดเมื่อป้ ๒๕๔๗ จะครบ ๒๐ ป้แล้ว อยากกราบเรียนท่านว่า จริง ๆ มันมี ความจริงหลาย ๆ มิติที่เข้ามาเกี่ยวข้อง มันมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรายละเอียดอีกมาก ถ้าท่านไปอ่านรายงานเหล่านั้นจริง ๆ แล้วรายงานนั้นสรุปว่า ทุกคนที่อยู่บนรถนั้นเกิดการ เสียชีวิตเพราะการขาดอากาศหายใจเปึนหลักนะครับ จำนวนทั้งหมดประมาณ ๗๘ ราย มีผู้เสียชีวิต ประเด็นแรก เกิดจากขาดอากาศหายใจและการถูกกดทับบริเวณหน้าอก จำนวน ๓๓ ราย ส่วนที่ ๒ เกิดจากสภาพการขาดอากาศหายใจจากการกดทับที่หน้าอก และมีบาดแผล มีรอยกระแทกด้วยของแข็ง แต่ไม่รุนแรง ๔ ราย แล้วก็เกิดจากการ ขาดอากาศหายใจ จากการกดดันบริเวณหน้าอก และมีการซับจากการเสียสมดุลของสาร ในเลือด บางรายมีบาดแผลรอยกระแทกด้วยของแข็งไม่มีคม ที่เปึนส่วนหนึ่งของร่างกาย จำนวน ๑๐ ราย จำนวนการขาดอากาศหายใจอันที่ ๔ คือ จำนวน ๓๑ รายที่ขาดอากาศหายใจ เพราะฉะนั้นจริง ๆ มันเปึนเรื่องของกระบวนการที่เกิดขึ้นในระหว่างที่มีการลำเลียงคน ที่จะไปอยู่อีกค่ายหนึ่ง เพราะตอนนั้นเหตุการณ์มันรุนแรง คนจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหา ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องที่มีการตายกันเพราะอาวุธนะครับ เพราะว่าตรงนั้นก็ยังหาผู้ผิดจริง ๆ ไม่ได้ เพราะมันสับสนวุ่นวายไปหมด เพราะฉะนั้นจริง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการเอาคนลำเลียงไปแล้ว เกิดปัญหา ผมว่าต้องดูตรงนี้ แล้วก็ดูว่ามันเกิดขึ้นอย่างไร จริง ๆ ตอนที่เกิดเหตุมันมีหนังสือพิมพ์ ของมติชน เข้าใจว่าคุณสุวพร จั่นฝังเพชร ได้มีการรายงาน เพราะทางกองทัพภาคที่ ๔ ก็ได้มีการขอรายงานตรงนั้นดูว่าทุกคนได้เห็นว่ามีการลำเลียงคนขึ้นไป เสร็จแล้วก็มี นายทหารบอกว่าเอาคนขึ้นไปเยอะขนาดนั้นไม่ได้ต้องให้เอาลงมา แล้วก็มีอีกหลาย ๆ ส่วน ที่ทำ เพราะฉะนั้นจะบอกว่ามีเจตนาที่หวังจะเอาคนไปทับกันให้ตาย ไม่ใช่ ก็เปึนเพียงว่า มีการดำเนินการในปฏิบัติการในระดับพื้นที่ ซึ่งในขณะนั้นมันสับสนอลวนไปหมดนะครับ ผมอยากกราบเรียนท่านว่า การที่มันเกิดเหตุการณ์นี้มันเปึนเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ เราไม่อยากเห็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นควรจะต้องให้ความเปึนธรรม แต่ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องความตั้งใจจะฆ่ากัน มันไม่ใช่เรื่องความไม่ได้เจตนานะครับ เปึนเรื่องความไม่เจตนาที่อยากจะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น แต่ว่ามันเรื่องของความสับสนอลหม่าน แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลเองก็ต้องยอมรับในสิ่งเหล่านี้ที่จะต้องแก้ไขปัญหาต่อไป ผมคิดว่าการ ที่พูดถึงเรื่องตากใบและเรื่องคดีที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้โดยที่ญาติของผู้ต้องหา ได้ขึ้นมาก็ร้องขอ มันไม่ได้เปึนถึงขนาดบอกว่าต้องเสี่ยงชีวิตถึงจะมาร้องขอได้ อันนี้มองโลก มองสังคมให้มันเบานิดหนึ่ง ให้มันเปึนจริงมากหน่อย แล้วปัญหาภาคใต้มันจะแก้ไข ได้มากกว่านี้นะครับ ในเมื่อเราได้มีการเยียวยาแล้วในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ได้เยียวยา เปึนจำนวนเงิน ๗ ล้านบาทต่อผู้เสียชีวิต แล้วก็สัดส่วนที่ลดหลั่นลงไปในความบาดเจ็บ ที่เกิดขึ้น ทั้งหมดนี้เราพยายามที่จะให้ทุกฝ์ายเห็นว่าเรื่องเหล่านี้มันไม่ควรเกิดขึ้น จริง ๆ ควรจะใช้มันเปึนอุทาหรณ์มากกว่าที่จะใช้มันมาเปึนเครื่องมือในการอธิบาย แล้วก็ทำให้รู้สึก ว่ารัฐบาลตั้งใจจะฆ่าเขา หรือว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจนะครับ โดยไม่เห็นคุณค่าของชีวิตของเขา อยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างนี้ครับว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องที่เราเสียใจ และเราไม่อยากเห็นมันเกิดขึ้น มันไม่ใช่การตั้งใจ แต่มันเกิดขึ้นจากความสับสนอลหม่าน และปัญหาที่เกิดขึ้น ทีนี้ถามว่าเราจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ผมคิดว่ามันมี ๒ เรื่อง เรื่องหนึ่งคือ ในทางกฎหมายก็ว่ากันไป ผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดตอนนี้ยังหาตัวไม่ได้ ซึ่งหน้าที่ ของฝ์ายรัฐ ก็คือตำรวจก็ต้องดำเนินการไป ก็ต้องดูหมายจับต่าง ๆ แล้วก็ไปจัดการดูว่า ที่ต่าง ๆ ที่เขาอยู่อยู่ที่ไหน ซึ่งอันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่ผมตอบผู้สื่อข่าวไปว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเรารู้เราก็ไปจับแล้วว่าเขาอยู่ที่ไหน ตอนนี้ก็ต้องสืบสวนไป ผมว่าก็ต้องให้กระบวนการ ยุติธรรมมันเดินไป เราพูดชัดเจนตลอดครับว่าเรื่องนี้อยากให้กระบวนการยุติธรรมมันทำ หน้าที่ เพราะผู้ถูกกล่าวหาเขาก็ยังถือว่าเขาเปึนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเขาก็ต้องไปต่อสู้ ซึ่งยังไม่ไปต่อสู้ ก็เปึนเรื่องที่กระบวนการยุติธรรมต้องจัดการในการที่จะทำให้มันบรรลุผลได้เร็วที่สุดนะครับ ผมคิดว่าในปัจจุบันรัฐบาลเองเราใช้กรณีตากใบที่เกิดขึ้น เราได้มาปรับวิธีการในการทำงาน กับพี่น้องประชาชนใน ๔ จังหวัดภาคใต้ จะเห็นว่าหลังจากนั้นเราก็มีกระบวนการในการที่ พยายามจะปรับวิธีการ ในการที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นว่าเราจะทำอย่างไรได้บ้าง

ประเด็นที่ ๑ ก็คือ เรามีการปรับวิธีคิด นโยบาย และวิธีการทำงานต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก นโยบายที่เราปรับขณะนี้เราก็พยายามจะทำให้ เพราะว่าเกิดเหตุการณ์ จริง ๆ เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วมันก็มีผู้ไม่ปรารถนาดีในการที่จะหยิบ ประเด็นนี้ขึ้นมาพูดกันให้มันเกินเลยไปจากความเปึนจริงที่ควรจะเปึน จริง ๆ ถ้าเห็นว่า เปึนสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือทำอย่างไรอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก แล้วมาช่วยกันดูมาตรการ ในการเกิดขึ้นมากกว่าจะเอาประเด็นนี้มาใช้ในการโจมตีรัฐบาล หรือว่าประเด็นนี้ในการไปพูด ทำให้มันเกิดความแตกแยกขยายความมากไปอีก ตรงนี้ผมไม่อยากเห็นนะครับ ต้องขอประทานโทษด้วย ถ้าเราช่วยกันได้อยากขอร้องว่า มาช่วยกันแล้วมองคิด อย่างสร้างสรรค์ช่วยกันแก้ปัญหาดีกว่า วันนี้รัฐบาลก็พยายามปรับหลายด้าน พยายามที่จะ ปรับนโยบายต่าง ๆ ว่า เนื่องจากเหตุการณ์นี้ แล้วเกิดมีการที่จะหยิบประเด็นนี้ไปพูด ที่เกินเลยกว่าความเปึนจริงมากไป แล้วก็ทำให้ความไม่เข้าใจในหมู่ประชาชนก็แตกแยก กันไปมากขึ้น เราก็พยายามจะทำให้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ลดลงด้วยการเจรจาทางสันติ สิ่งที่รัฐบาลกำลังพยายามทำเหล่านี้ ก็คือเราพยายามที่จะปรับวิธีการในการสู่สันติสุข แล้วก็ได้มีตัวแทนคณะทำงานของเราที่ไปเจรจากับกลุ่มผู้ก่อการใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ก็มีการ แก้ไขคุยกัน ก็มาคุยหลายครั้ง แต่ว่าข้อสรุปมันยังไม่ยุติ เพราะว่าเรื่องของการเกิดขึ้นตรงนั้น มันมีปัญหามากกว่าปัญหาเรื่องที่ผมกล่าวมา มันมีปัญหาอีกหลาย ๆ มิติที่จะต้องแก้ไขปัญหากัน ก็อยากจะบอกว่าวันนี้ถ้าเราอยากจะแก้ไขปัญหาเรื่องคดีก็ว่าไป คดีก็จะไปถึงจุดของมันมา ๒๐ ป้แล้ว เพิ่งมารื้อฟุ๋นแล้วมาเพิ่มคดีตอนนี้ ตอนนั้นเคยมีการถามนะครับ ในการที่ตัดสินว่า ไม่ฟัองคดีต่อมีเวลา ๑๕ วันที่จะฟัอง ก็ยังไม่มีใครฟัอง เราก็นึกว่าเรื่องนี้ยุติไปแล้ว เราก็ ไม่อยากจะทำให้มันกลายเปึนประเด็นความแตกแยก เพียงแต่อยากจะใช้เปึนประสบการณ์ แล้วก็พยายามจะหาทางออก ทุกวันนี้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เราปรับนโยบายต่าง ๆ พยายามจะลดภาวะความรุนแรงเกิดขึ้นให้มากที่สุด ทำให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กอ.รมน. ทั้ง ศอ.บต. ทั้งหน่วยราชการต่าง ๆ ให้ยอมรับในความแตกต่างในการเปึนสังคม พหุวัฒนธรรม แล้วก็พยายามจะหาทางออกแบบนี้ในการที่จะทำงานร่วมกันต่อไป แล้วก็ หลาย ๆ เรื่องนี้เราก็พยายามจะลดบางพื้นที่ที่ความสงบเรียบร้อยเกิดขึ้นมาก เราก็พยายาม จะลดเรื่องการใช้กฎอัยการศึก ก็อยากจะเรียนท่านว่าผมไม่มีปัญหาเลยกับกระบวนการ ในการที่จะดำเนินคดีต่อ อยากให้กระบวนการยุติธรรมทำไป ผมก็กำชับหน่วยตำรวจ ที่เกี่ยวข้อง หรือหน่วยส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องว่าให้ดำเนินการไป เมื่อวานท่านทวี สอดส่อง ก็ได้พูดอะไรไปหลายอย่างแล้ว ก็ขอแค่นี่ละครับ อยากให้ใช้ประเด็นนี้ทำให้มันเกิด ความสร้างสรรค์เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาความแตกแยกใน ๓ จังหวัดภาคใต้ที่มันรุนแรง ขึ้นตลอด ดีกว่าที่จะใช้ประเด็นนี้ในการที่จะมาพูดแล้วก็พยายามที่จะเค้นหาคำตอบ แล้วก็โยงไปที่เกี่ยวข้องกับพรรคตั้งแต่ในโบราณมาจนถึงปัจจุบัน แล้วก็ทำให้มันขัดแย้งกันไป โดยเปล่าประโยชน์ อยากให้ใช้ความสร้างสรรค์อย่างนี้ดีกว่า ขอบคุณครับ