อนุทิน ชาญวีรกูล อภิปรายเรื่องการลงทุนในโครงการที่เขาใหญ่ โดยชี้แจงว่าครอบครัวของเขาซื้อที่ดินในโครงการนี้ด้วยวิธีการสุจริต และมีโฉนดที่ดินอยู่ โดยไม่กระทำการผิดกฎหมาย แต่กลับถูกกล่าวหาว่ากระทำการผิดกฎหมาย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายอนุทิน ชาญวีรกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ตอนนี้ไม่เอาตำแหน่งมาอภิปรายนะครับ แต่ว่าขอใช้สิทธิที่ถูกพาดพิงโดยเอ่ยชื่อนะครับ ทั้งตัวผม ทั้งนามสกุลแล้วก็ครอบครัว ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมท่านผู้อภิปรายนะครับ ที่ช่วงนี้ เป็น Low Season พอดี ท่านก็ได้ช่วยโฆษณาโครงการที่เขาใหญ่ อันนี้ต้องกราบเรียนว่า คือท่านอภิปราย ท่านอภิปรายตรงกลาง แต่ท่านไม่อภิปรายตรงจุดเริ่มต้นนะครับ ครอบครัว ของผมก็ดี ครอบครัวท่านนายกรัฐมนตรีก็ดีนะครับ หรือว่าผู้ที่มีที่ดินอยู่ที่แถวเขาใหญ่ ผมพูด ภาพรวม ๆ ก็แล้วกันว่าแถวเขาใหญ่นะครับ ถ้าเราเป็นคนกรุงเทพฯ เราก็ได้มาด้วยการไปซื้อ จากเจ้าของเดิม ๆ สมัยที่ครอบครัวผมไปซื้อที่ดินแปลงเหล่านี้ ผมก็ได้มีโอกาสไปเดินดูกับเขาด้วย คนที่พาเดิน คนที่แนะนำส่วนใหญ่ก็เป็นกำนัน เป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นนายก อบต. แล้วก็การที่ เราได้ตัดสินใจในการซื้อที่ดินเพื่อมาเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุน สิ่งที่เรายึดถือก็มีอยู่อย่างเดียว เราเป็นคนนอก แล้ว ณ ตอนนั้นก็ไม่ได้มีตำแหน่งแห่งหนอะไร เป็นนักลงทุนธรรมดานะครับ ไปกันครอบครัว มีทุนบ้าง ก็อยากจะไปดูว่าจะไปลงทุนอย่างไร ก็เห็นว่าที่ดินนี้มันก็น่าลงทุนดี เจ้าของเขามีโฉนด เวลาเขาขายเขาก็ยกโฉนดขายนะครับ ตอนนั้นราคาเท่าไรก็แล้วแต่เถอะ แต่ว่าสิ่งที่สำคัญก็คือเวลาเราเปลี่ยนมือของการครอบครองที่ดินมันไม่ได้เป็นสัญญาระหว่าง เรา ๒ คนนะครับ มันต้องมีตัวกลางก็คือกรมที่ดินหรือสำนักงานที่ดิน เมื่อมีการตกลงซื้อ ตกลงขายเราก็ไปที่กรมที่ดิน แล้วก็ให้เขา Stamp โฉนด โอน เก็บค่าธรรมเนียม จ่ายค่าที่ดิน ซึ่งกระบวนการทั้งหมดก็ต้องถือว่าเป็นกระบวนการที่กระทำโดยเจตนาสุจริตทั้งสิ้น ผมก็ได้ กราบเรียนถามผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านที่รู้เรื่องโครงการของที่ท่านเอ่ยเมื่อสักครู่ โครงการ เทมส์ วัลลีย์ การได้มาของที่ดินก็คล้ายคลึงกัน แล้วก็ที่ดินที่มีการเปลี่ยนแปลงกลายเป็น โครงการใหญ่ ๆ ขึ้นมา การได้มาของที่ดินก็เป็นเช่นนี้เช่นกัน ดังนั้นผมคิดว่าการที่ท่าน มาบอกว่าเจ้าของปัจจุบันถือครอบครองโฉนดแล้วเป็นผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย อันนี้ผมต้องขอกราบเรียนว่า ไม่เป็นความจริงครับ เราก็ได้มาด้วยการซื้อมาโดยสุจริตทั้งสิ้น ซื้อมาโดยโฉนดมีตราครุฑ มีสำนักงานที่ดินเป็นผู้ประทับรับโอน เมื่อมีการไปตรวจสอบ โดยนักการเมืองท่านหนึ่ง ท่านก็ไปตรวจสอบ ท่านก็ยังไม่กล้าเข้าไปในสถานที่ที่ดินแปลงนั้น เพราะท่านรู้ว่ามันยังเป็นโฉนดอยู่นะครับ แต่ท่านก็บอกว่าเดี๋ยวจะไปตรวจว่ามันเป็น ส.ป.ก. หรือเปล่า มันเป็น น.ส.๓ ก. หรือเปล่า เป็นที่นิคมหรือเปล่า ตรงนี้คนตรวจสอบเท่านั้นล่ะ แล้วก็เจ้าพนักงานที่ดินเท่านั้นที่จะทราบ พวกผมไม่มีทางทราบได้นะครับ แล้วอย่างที่ท่าน บอกว่า ถ้ามันผิด ตรวจสอบแล้วมันผิด ออกผิด ไม่มีที่มาที่มันถูกต้อง ถ้าเขาจำเป็นต้องเพิกถอน ก็ต้องเพิกถอนเราทำตามกฎหมายอยู่แล้ว ยินดีที่จะปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว เพิกถอนไป เราก็ใช้สิทธิของเราเหมือนที่อัลไพน์เมื่อสักครู่นี้ที่บอกไปนะครับ ถ้าตรวจสอบมาแล้วว่า เป็นการเพิกถอนแล้วเจ้าของได้มาโดยสุจริตนะครับ เขาก็มีสิทธิที่จะไปเรียกร้องค่าเสียหาย ตรงกรณีที่เขาใหญ่นี้ก็เช่นกันนะครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านบอกว่าเป็นเพราะเป็น มท. ๑ คนที่ ต้องใหญ่กว่าเท่านั้นถึงจะมาตรวจสอบได้ ผมคิดว่าเป็นใครก็แล้วแต่ตอนนี้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ใหญ่ที่สุดก็ถูกตรวจสอบแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบ ถ้าตรวจสอบแล้ว มันถูกต้องก็ต้องให้ความเป็นธรรมเขา ถ้าตรวจสอบแล้วมันไม่ถูกก็ต้องมีการเพิกถอน เป็นเรื่องปกติเลย แต่อย่าไปย้ำเรื่องนี้มากเลยครับท่านครับเพราะว่าท่านได้ทำลายบรรยากาศ การลงทุนของธุรกิจนะครับโดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่เขาใหญ่โดยสิ้นเชิงแล้ว ตอนนี้ทุกอย่าง Stand Still หมดแล้วนะครับ ที่มัดจำไว้ก็ทิ้งมัดจำแล้ว ที่คิดว่าจะไปซื้อก็ไม่ซื้อแล้ว แล้วคนที่ เดือดร้อนที่สุดในที่สุดก็คือพี่น้องประชาชนนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนว่าที่ท่านพูดมาเรายินดี ให้ตรวจสอบ แล้วยินดีที่จะน้อมรับการตรวจสอบที่ถูกต้องตามกฎหมายนะครับ แล้วถ้าเป็น เช่นนั้นนะครับก็ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้ ก็อยากจะกราบเรียนให้ท่านได้ทราบว่าอย่าเพิ่ง ไปกล่าวหาว่าตรงนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเพราะการที่ได้มาได้มาด้วยวิธีการสุจริต เสียค่าธรรมเนียม เสียค่าใช้จ่ายทุกอย่างตามกฎหมายทุกประการครับ ก็ต้องขอชี้แจงให้แก่ ท่านผู้อภิปรายผ่านไปยังพี่น้องประชาชนได้รับทราบครับ ขอบคุณครับ