แพทองธาร ชินวัตร ชี้แจงการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ว่าเป็นวาระแห่งชาติและอาเซียน ย้ำความร่วมมือทั้งภายในประเทศและกับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมยืนยันความโปร่งใสของรัฐบาลในการไม่อนุมัติการซื้อไฟฟ้าใหม่และไม่เอื้อประโยชน์ให้ทุน ส่วนกรณีการได้รับดอกไม้จากสมาคมประมง ชี้เป็นการขอบคุณต่อการเยียวยาเรือประมงจากปัญหา IUU ที่รัฐบาลก่อนค้างไว้ พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาปลาหมอคางดำด้วยงบกลาง 98 ล้านบาท รับข้อเสนอเกษตรกรทั้ง 4 ข้อ และตั้งคณะทำงานเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ขอมาชี้แจงในเรื่องของการแก้ไข ปัญหาฝุ่น PM2.5 ก็อย่างที่ได้มีการอภิปรายไปนะคะว่าดิฉันไม่ได้ทำให้เป็นเรื่องจริงจัง จริง ๆ มันก็เป็นเรื่องวาระแห่งชาติอยู่แล้ว ดิฉันเองที่เป็นคนพูดคนแรกเลยว่าให้เป็นวาระ แห่งอาเซียน เพราะแน่นอนว่าอย่างเช่นตอนนี้ ณ ตอนนี้เองที่ทางภาคเหนือตอนบน ของเรามีฝุ่นควันเข้ามาอย่างค่อนข้างหนาแน่น ตอนนี้อาจจะหยุดไปแป๊บหนึ่ง แต่ว่า พฤษภาคมก็จะกลับมาเยอะใหม่ อันนี้เป็นฝุ่นควันที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเราจะต้อง ประสานงานกันในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับอธิบดีกับอธิบดี ปลัดกับปลัด รัฐมนตรีกับ รัฐมนตรีเพื่อขอความร่วมมือความช่วยเหลือ แล้วก็เพื่อที่จะให้ประเทศเพื่อนบ้านของเราร่วม การที่จะไม่เผาพื้นที่เกษตรของเขาเช่นกัน เราได้ติดต่อไปแล้ว แล้วเขาก็ตอบกลับมานะคะ ว่าเขากำลังทำเรื่องนี้อยู่เช่นกัน แล้วเขาก็ทราบดีว่าควันมาจากทางของเขาอันนี้ก็ชัดเจน แต่ก็เชื่อว่าก็มีอีกหลาย ๆ ประเด็นที่สามารถชี้แจงเพิ่มได้ แล้วก็สิ่งที่สมาชิกได้พูดว่าดิฉันสั่ง การก็ได้แต่สั่ง ไม่มีคนทำ จริง ๆ ท่านพูดอย่างนั้นเลยค่ะ เพราะว่าจริง ๆ วันนี้การอภิปราย ครั้งนี้ท่านมาอภิปรายดิฉันท่านอย่าอภิปรายข้าราชการทั้งประเทศเลยค่ะ เพราะว่าเรื่องนี้ อย่างที่บอกเป็นเรื่องระดับประเทศ ดิฉันแทบไม่ต้องสั่งการเลย พอพูดคำเดียวปุ๊บข้าราชการ ทุก ๆ ท่านอยากทำเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะทุก ๆ คนก็อยากทำเพื่อประเทศเช่นกัน ไม่ใช่มีแค่กลุ่มเฉพาะแค่กลุ่มท่านเท่านั้นที่อยากจะทำเพื่อประเทศ ข้าราชการเอง เขาก็อยาก ทำ เราทุกคนก็อยากทำเพื่อประเทศทั้งนั้น อย่าขีดเส้นตัดสินกันแบบนี้เลย ข้าราชการ ทุกท่านที่ดิฉันขอความร่วมมือทำอย่างเต็มที่ เขาก็อยากได้ประเทศที่มีอากาศบริสุทธิ์เช่นกัน อันนี้ก็อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ ที่ผ่านมาฝุ่นลดลงอย่างมากด้วยมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลทำ กระทรวงต่าง ๆ ให้ความร่วมมือ ข้าราชการให้ความร่วมมือ ประชาชนให้ความร่วมมือ การที่ค่าฝุ่นลดลงอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้วนะคะ เป็นเพราะเกิดการ บูรณาการจากทุกฝ่ายร่วมกันค่ะ อย่างแรกเลยที่กระทรวงมหาดไทย ท่านรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน แล้วก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีการสั่งการไป ๗๖ จังหวัด ในการ ยกระดับปฏิบัติการและการบังคับใช้ข้อกฎหมายอย่างเด็ดขาดนะคะ มีการให้ประกาศ ห้ามเผาแล้วก็ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนค่ะ ส่งผลให้การเผาในพื้นที่เกษตรลดลง และมีการดำเนินคดีกับผู้ที่จงใจที่จะฝ่าฝืนภายใน ๓ เดือนเกิดขึ้นถึง ๑๓๓ คดี นี่คือสิ่งที่ กระทรวงมหาดไทยทำนะคะ ในเรื่องของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิฉัน ก็ได้มีการอนุมัติงบกลางเพื่อให้เฝ้าระวังในเรื่องของไฟป่า อันนี้ล่าสุดที่ไปที่กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาได้คุยกับข้าราชการ ได้คุยกับอธิบดี ทุกคนพูดเลยว่า งบอันนี้สามารถช่วยได้อย่างมาก เพราะว่าก็กระจายไปทั้งของกรมป่าไม้ด้วยแล้วก็อุทยาน ด้วยนะคะ ก็สามารถทำให้มีคนเฝ้าระวัง ณ จุดต่าง ๆ รวมทั้งหมดตอนที่ให้เขามาเฝ้าระวัง ๓,๘๙๕ จุดนะคะ ซึ่งการเฝ้าระวังแต่ละจุดมีจำนวนมากกว่าปีที่แล้วถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ เพราะฉะนั้นเลยสามารถควบคุมไฟป่าได้อย่างดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมี ชุดลาดตระเวน ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า และมีการระดมสรรพกำลังจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง รวมทั้งอาสาสมัครมากกว่า ๑๘,๐๐๐ คน ที่มีชุดปฏิบัติการมากกว่า ปีที่แล้วถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ทั้งนี้ก็ส่งผลทำให้จุดความร้อนลดลงไปถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นนะคะ นอกจากนี้ก็ยังมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีมาตรการ เพื่อป้องกันการเผาในพื้นที่ของพื้นที่เกษตรด้วยค่ะ ในช่วงวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘ ปีนี้ ถึง ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ว่าถ้าหากมีการเผาจะไม่ได้รับสิทธิในการเข้าร่วมโครงการ สนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรค่ะ นอกจากนี้รัฐบาล ครม. ก็ยังอนุมัติงบอีก ๒๐๐ ล้านบาทเพื่อให้กับทางกรมฝนหลวง เพื่อจะเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการฝนหลวงค่ะ ในการป้องกันการแก้ปัญหาของเรื่องน้ำแล้งด้วยค่ะ อันนี้มีการดัดแปลงสภาพอากาศให้ บรรเทาปัญหาในเรื่องของฝุ่นละอองขนาดเล็กค่ะ กระทรวงอุตสาหกรรมเอง รัฐบาลก็มี นโยบายในการงดรับเงินรับซื้ออ้อยจากการเผา อันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมก็ได้ชี้แจงไปบ้างแล้วนะคะ ในปีที่แล้วมีจำนวนอ้อยที่เข้าโรงงานน้ำตาลที่มาจาก การเผาจำนวน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นปีนี้รัฐบาลก็เลยตั้งเป้าไว้ที่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ผล ปรากฏว่ามีการร่วมมือแบบบูรณาการปีนี้ปัจจุบันเลยเหลือเพียงแค่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ ซึ่งคิดว่ารัฐบาลก็จะพยายามสนับสนุนในเรื่องนี้ต่อไป นอกจากนั้นก็ยังมีของกระทรวง สาธารณสุขที่ได้มีการแจ้งเตือนทุกครั้งที่ฝุ่นกำลังจะมากในพื้นที่ Area ไหนก็มีการให้ความรู้ ว่าจะป้องกันอย่างไร ควรปฏิบัติตัวอย่างไร อันนี้สาธารณสุขก็ทำอยู่ให้ความรู้ประชาชนด้วย แล้วก็มีการจัดชุดดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ แล้วก็ยังมีการจัดทำห้องปลอดฝุ่น หรือ Clean Room กว่า ๑๗,๐๐๐ ห้อง ซึ่งรองรับประชาชนได้กว่า ๒ ล้านคนค่ะ นอกจากนี้ ก็มีกระทรวงคมนาคมเข้มงวดกับการจับรถควันดำทั่วประเทศที่มากขึ้นในปีที่ผ่านมานะคะ แล้วก็สามารถตรวจจับได้เกือบ ๑๕๐,๐๐๐ คัน ซึ่งมากกว่าปีที่แล้วถึง ๗ เท่าค่ะ รวมถึงมีการ ออกคำสั่งห้ามใช้รถกว่า ๒,๕๐๐ คัน รถที่ปล่อยควันดำมากกว่าปีที่แล้วถึง ๒ เท่าเช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่ดิฉันได้กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมาตรการที่รัฐบาลแล้วก็หน่วยงาน ต่าง ๆ กำลังดำเนินการทำกันอยู่ในปัจจุบันนี้นะคะ รวมถึงมีอาสาสมัครต่าง ๆ ด้วยค่ะ ภาคประชาชนด้วยอะไรด้วยที่จะเข้ามาช่วยกันนะคะ จริง ๆ ก็ต้องขอขอบคุณ ณ ที่นี้ด้วย นะคะ เพราะว่าถ้าไม่ได้ความร่วมมือจากทุกท่าน ผลการที่ฝุ่นควันจะลดลงขนาดนี้ก็คง ไม่เกิดขึ้นนะคะ แล้วก็มีผลงานที่เราเห็นทุกวันนี้ที่เป็นรูปธรรมนะคะ คือเราคงไม่สามารถ ที่จะทำให้ฝุ่นหายไปภายในพริบตา แต่เราก็เห็นแล้วว่ามีจุดความร้อนมีฝุ่นที่ลดลง ไม่ว่าจำนวนวันของฝุ่นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ก็ลดลงเช่นกันนะคะ มันอาจจะมีบางวันที่มากขึ้นไป แต่พอค่าเฉลี่ยจำนวนวันทั้งหมด ก็น้อยลงกว่าปีที่แล้ว อันนี้ก็อย่างน้อย ๆ เราก็คิดเลยว่ารัฐบาลมาถูกทางแล้วค่ะ แล้วเราก็คง ดำเนินการแบบนี้ต่อไป แล้วก็ต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนต่อไปนะคะ เราก็อยาก จะบอกว่าจริง ๆ ปัญหาเรื่องฝุ่นไม่ใช่ปัญหาของรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง แล้วก็ใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของคนไทยทุก ๆ คนที่ต้องร่วมมือกันเพื่อจะให้เกิดผลในภาพรวมภาพใหญ่ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ค่ะ แน่นอนว่ารัฐบาลก็จะใช้ทุกสรรพกำลังเพื่อที่จะทำให้ประเทศ ของเรามีอากาศที่ดีขึ้น คืนอากาศบริสุทธิ์ให้คนไทยเร็ว ๆ นะคะ เราก็ทำเต็มที่ทุกทาง ที่เราทำได้ จริง ๆ ถ้าทางฝ่ายค้านเองมีข้อใด ๆ ที่อยากจะแนะนำเพิ่มเติมจากสิ่งที่รัฐบาล ทำไปแล้วยินดีรับฟังนะคะ
ในส่วนเรื่องของพลังงานที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไป ท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีพีระพันธุ์เมื่อสักครู่ก็ได้ชี้แจงรายละเอียดไปหมดแล้ว รัฐบาลชุดนี้ ไม่เคยมีการดำเนินการใด ๆ อย่างที่ท่านกล่าวหาเลย ไม่แน่ใจว่าท่านกำลังอภิปรายรัฐบาล ชุดไหนนะคะ ซึ่งวันนี้นอกจากที่ท่านจะพูดถึงการซื้อที่ดินอัลไพน์ตอนดิฉันอายุ ๑๑ ขวบแล้ว ท่านก็ยังอภิปรายในเรื่องของไม่ทราบว่ารัฐบาลชุดไหนทำด้วยนะคะ เพราะท่านกำลัง อภิปรายไม่ไว้วางใจดิฉันไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลชุดอื่น ๆ นะคะ ดิฉันรับฟังดิฉันก็คิดขึ้นมาว่า อะไร ๆ ก็ดิฉัน ซึ่งมันอาจจะเข้าใจผิดกันนะคะ
เรื่องค่าไฟฟ้าที่กล่าวหาว่ารัฐบาลทำให้ค่าไฟแพงเพราะเอื้อประโยชน์ให้กับ นายทุนและพวกพ้อง ดิฉันขอยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ยังไม่เคยอนุมัติซื้อไฟฟ้าเพิ่มเลยกับบริษัท ใด ๆ เลยนะคะ แม้แต่การซื้อขายไฟฟ้าจากเขื่อนของประเทศเพื่อนบ้านที่สมาชิกรัฐสภา กล่าวหาว่าเอื้อกลุ่มทุนนั้น ดิฉันมีข้อมูลว่าสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทำกันมานานหลายปีแล้ว ก่อนที่ดิฉันจะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนแล้วก็ ไม่ถูกต้อง เพราะว่าอันนี้ก็เป็นการอภิปรายผลงานของรัฐบาลชุดอื่นนะคะ
สุดท้ายค่ะ ในเรื่องที่ท่านสมาชิกอภิปรายในเรื่องของปลาหมอคางดำ โดยมีการเปรียบเทียบภาพที่ดิฉันได้รับดอกไม้จากพี่น้องประชาชน จากกลุ่มสมาคม ประมงแห่งประเทศไทย แล้วก็เทียบกับว่ามีความเดือดร้อนเรื่องปลาหมอคางดำ ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือจะชี้แจงว่าก็มีตัวแทนจากกลุ่มสมาคมประมงนี่ละค่ะมาให้ดอกไม้มาจาก หลายจังหวัดเลย แล้วก็มาบอกว่าขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีมากเลยที่อนุมัติงบ ก็มีการอนุมัติงบกลาง ๑,๖๒๒ ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการชดเชยเรือประมง จำนวน ๙๒๓ ลำ จากกรณี IUU ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วก็ค้างคาตั้งแต่รัฐบาลก่อนการเลือกตั้ง อันนี้ก็มา อนุมัติงบประมาณที่รัฐบาลดิฉัน แล้วก็เขาก็เลยมาขอบคุณ อันนี้ดิฉันไม่ได้แบ่งแยกว่า เป็นประมงพาณิชย์ ประมงพื้นบ้านหรืออะไรแบบนี้มันไม่ใช่นะคะ
ส่วนการแก้ไขเรื่องปัญหาของปลาหมอคางดำเองในวันที่พี่น้องมาที่ทำเนียบ รัฐบาล อันนี้จริง ๆ เป็นทุก ๆ กลุ่มเราไม่แบ่งแยกอยู่แล้วว่าใครจะมาที่ทำเนียบรัฐบาล วันอังคารเรามีการประชุม ครม. กัน เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีมาหมด รองนายกรัฐมนตรีมาหมด แล้วก็เมื่อมีม็อบหรือว่ามีคนมาเรียกร้องอยู่ข้างหน้าทำเนียบ เราก็ได้ส่งเลขานายก รองเลขา นายก ท่านสมคิด เชื้อคง ไปคุย แล้ววันนั้นก็มีอธิบดีด้วยก็ไปคุยกัน จริง ๆ เราให้เกียรติ พี่น้องประชาชนทุก ๆ คนนะคะ บางทีบางอาทิตย์เป็นเรื่องของกระทรวงอื่น ๆ ก็ให้รัฐมนตรี ลงไปบ้าง ปลัดลงไปบ้าง อธิบดีลงไปบ้าง ซึ่งก็ส่งตัวแทนไปรับไปคุยทุกครั้ง ไม่มีการละเลย พี่น้องประชาชนนะคะ ดิฉันเองวันนี้ที่เป็นนายกรัฐมนตรีดิฉันไม่คิดว่าจังหวัดไหนต้องอะไร อย่างไร ทุกที่เป็นประเทศไทย ดิฉันเป็นนายกรัฐมนตรี ดิฉันต้องดูแลพี่น้องทุก ๆ จังหวัด มันไม่จำเป็นว่าต้องเลือกว่าใครเป็นใคร มันเลือกได้หรือคะ มันไม่ใช่ค่ะ แล้วก็ในเรื่อง ของปลาหมอคางดำต่อจากที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเศรษฐา มีการอนุมัติงบกลาง ปี ๒๕๖๗ นะคะ เพื่อดำเนิน ๗ มาตรการที่จะควบคุมแล้วก็กำจัดปลาหมอคางดำค่ะ ส่วนปีนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบงบกลาง จำนวน ๙๘ ล้านบาท เพื่อดำเนินการต่อนะคะ แล้วขณะเดียวกันเราก็รับข้อเสนอ ๔ ข้อของกลุ่มเกษตรกร ซึ่งมีการดำเนินไปแล้วใน บางเรื่อง นอกจากเรื่องงบประมาณก็มีการตั้งคณะทำงานอีกด้วยเพื่อที่จะคุยกันเรื่องนี้ ในเชิงลึกมากขึ้น แล้วก็พยายามจะทำตามที่พี่น้องประชาชนเรียกร้อง อันนี้เราก็เพื่อคุยกัน พิจารณากรอบความช่วยเหลือ การเยียวยา แล้วก็ผู้คนที่ได้รับผลกระทบ อันนี้เราก็ทำกัน อย่างจริงจังค่ะ รัฐบาลก็ได้ดำเนินทุก ๆ ข้อเรียกร้องของประชาชนโดยเป้าหมายที่แท้จริง ก็เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ก็อย่างที่ได้กล่าวไปค่ะ จะได้มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไปพร้อม ๆ กันนะคะ แล้วก็จริง ๆ เรื่องสัญญารถไฟฟ้า ๓ สนามบิน แล้วก็ Double Deck ก็ยังอยู่ในขั้นตอนของฝ่ายปฏิบัติยังไม่ได้อยู่ในระดับนโยบายเลย ท่านก็ไม่ไว้วางใจดิฉันแล้ว จริง ๆ ก็รออีกสักหน่อยแล้วกันนะคะแล้วเดี๋ยวจะให้ท่านรองสุริยะ ท่านรัฐมนตรีคมนาคม เป็นคนชี้แจงเรื่องนี้ในรายละเอียดต่อไปค่ะ อันนี้ก็อยากจะเรียนไว้ว่าเราตั้งใจทำงานเพื่อ พี่น้องประชาชนจริง ๆ นะคะ จริง ๆ ติ ชม อะไรได้เสมอเป็นเรื่องที่เราน้อมรับอยู่แล้ว ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนสำคัญกับรัฐบาลของเราอย่างมาก แล้วเราก็จะทำหน้าที่ ให้ดีที่สุดค่ะ ขอบคุณค่ะ