ภูมิธรรม ยันไม่เลือกข้าง ชี้ตัดสินใจเพื่อให้ไทยหลุดวิกฤต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๘

ภูมิธรรม เวชยชัย ชี้แจงการเดินทางไปมณฑลซินเจียงเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงกรณีอุยกูร์ โดยยืนยันว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศ ไม่เลือกข้าง พร้อมย้ำถึงความโปร่งใสจากสื่อหลากหลายสำนักที่ร่วมเดินทางไปด้วย

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม

ขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพ ผมจะดำเนินการต่อนะครับ เอาเนื้อ ๆเพื่อจะได้ไม่เสียเวลาสภา ผมได้กราบเรียนว่าเราที่เป็นรัฐบาล เราคำนึงถึง ๕ ข้อ ซึ่งเป็นหลักใหญ่แล้วก็เป็นกฎหมายที่ทั่วโลกเขายอมรับ แล้วเราดำเนินการทุกอย่างเป็นไป ตามหลักนี้ทุกอย่างเช่นกัน เราใช้เวลาในการที่จะ Clear กับทุก ๆ ส่วนที่เป็นตัวแทนของแต่ ละประเทศเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ ผมคุยกับประเทศต่าง ๆ ที่มาพบ ทุกคนสนใจเรื่อง อุยกูร์หมด ไม่ว่าจะเป็นประเทศทางยุโรป ประเทศทางเอเชีย สิ่งที่ผมบอกให้เขาฟังว่า เราไม่เคยเลือกข้างอย่างที่ท่านเข้าใจนะครับ ที่เมื่อสักครู่ท่านบอกว่าเราเลือกข้าง เรารู้ดีครับ เราเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่มีศักดิ์ศรีในตัวเอง คนที่เป็นประเทศใหญ่มหาอำนาจเขามีความ ขัดแย้งกันตามภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบัน เราไม่อาจจะไปเลือกข้างใครได้ครับ เรามีแต่พยายาม จะให้มหาอำนาจทั้งหลายอดทนอดกลั้นแล้วก็แก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี และการเจรจาไม่ว่า จะเป็นเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นในโลกก็ตาม เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เลือกข้าง เรากำลังเลือก ประเทศไทย ไม่ได้เลือกข้างเลือกประเทศไทย เลือกให้ประเทศไทยอยู่รอด เลือกให้ประเทศไทย สามารถเดินต่อไปได้ ไม่ต้องคอยคำนึงถึงเรื่องที่ตกค้างไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ผมไม่ได้ ตัดสินใจคนเดียวครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ไปช่วยกันพิจารณาดู ผมประชุม สภาความมั่นคง วันที่ประชุมประกอบไปด้วยรัฐมนตรี ๙ กระทรวง มีหมดทั้งท่านอนุทิน ทั้งผม ทั้งท่านสุริยะ รัฐมนตรีต่างประเทศ รัฐมนตรียุติธรรม มีหมด เลขา สมช. ด้วย ผู้แทน กองทัพบกด้วย ผู้แทนกรมตำรวจด้วย ท่านผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาด้วย ท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วย เราไม่ได้ใช้เวลาแป๊บเดียวครับ เราใช้เวลาคิด คุย ไปหารือ ไปหาข้อกฎหมายทั้งหมด แต่เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติหลุดพ้นจากความขัดแย้งเหล่านี้ แล้วก็เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากการแก้ไขปัญหานี้ ท่านทราบไหมครับ Social Media ทั้งหมดท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญ Social Media ท่านไปดูสิครับ ประชาชนส่วนใหญ่เขาเห็นด้วย กับการตัดสินใจอันนี้ เพราะเขารู้ว่ามันไม่ใช่ภารกิจที่ประเทศไทยควรต้องแบก แล้วก็คิดว่า การตัดสินใจอันนี้เป็นการตัดสินใจที่กล้าที่จะเอาประเทศไทยให้ออกจากวิกฤติ ข้างนอก ไม่มีวิกฤติมากหรอกครับ ในทางเป็นจริงท่านอาจจะไม่รู้เพราะท่านสนใจฟังแต่ข่าวที่ ท่านชอบ ท่านเข้าใจ ไม่มีปัญหาอย่างนั้นครับทั้งหมดที่เราเดิน แล้วสิ่งที่ผมจะเรียนว่า ท่านกัณวีร์ ท่านโกหกหลายเรื่อง ผมตัดสินใจเดินทางไปมณฑลซินเจียง อุยกูร์ ที่ผ่านมา ผมอายุ ๗๒ ปีแล้วครับ ไปยากลำบากมาก นั่งรถไปตามทาง ๒ ข้างเหมือนกับทะเลทราย บ้านแต่ละบ้านอยู่ห่างกัน ๒๕๐-๓๐๐ กิโลเมตร ผมก็ไปเพื่อต้องการพิสูจน์ให้เห็นด้วยตา ผมไม่อยากจินตนาการครับ ผมอยากไปดู จริง ๆ ว่ามันเป็นอย่างไร แล้วความจริงที่ผมได้พบ ได้ประสบ ผมไม่ได้ไปคนเดียวนะครับ ผมมีตัวแทนของผู้บังคับบัญชาระดับสูงในประเทศไปหลายคน และที่สำคัญผมเอาสื่อไปด้วย ใครจะมาบอกว่าสื่อเหล่านี้ถูกครอบงำโดยรัฐบาลผมว่าท่านกล่าวหาเขาจนเกินไป ไม่ว่าใครก็ตามที่กล่าวหา ผมมีตัวแทนของเนชั่นทีวี ซึ่งในนักผู้สนใจการเมืองรู้ดีว่าเนชั่น เป็นแบบไหน ผมมีตัวแทนของช่อง ๓ ไป ซึ่งอาจจะไม่ใช่ผู้สื่อข่าวบางส่วน แต่ว่าตัวแทนของ ช่อง ๓ ผมเห็นคุณสรยุทธเขาบอกว่าเขาเชื่อมั่นในจรรยาบรรณของวิชาชีพคนของเขาจะทำ หน้าที่ได้ดี ไม่เหมือนกับใครหลาย ๆ คนถ้าที่ไม่เหมือนตัวเองแล้วก็ไม่รับ ผมมีตัวแทน ช่อง ๗ ไป มีตัวแทน Thai PBS ไป มีตัวแทนหนังสือพิมพ์เครือไทยรัฐไป มีตัวแทนหนังสือพิมพ์ เครือมติชนไป ท่านว่าพอไหมครับ พอที่จะไปพิสูจน์ความจริงไหมครับ แล้วท่านมาโวยวาย เรื่องที่เขาเบลอหน้า ผู้สื่อข่าวเขาไม่ได้เห็นตอนเบลอหน้านะครับ เขาเห็นตัวจริงนะครับ เบลอหน้าเขามาทำ ท่านรู้ไหมครับเขาตอบว่าอย่างไร เขาบอกว่าเขาผ่านพ้นชีวิตที่ลำบาก มามากแล้ว เขาพ้นกลับมาเจอพี่น้องเขา เขาอยากเลือกอนาคตเขา และอยากอยู่กับ ความสงบ การที่เขามาคุยกับเราก็มากแล้ว ท่านจะให้เขาเปิดหน้ามาแล้วให้พวกท่านวิจารณ์ ว่าเป็นตัวละคร เป็นตัวเอกอย่างนั้นหรือครับ เขาบอกเขาไม่ต้องการแล้วจริง ๆ เขาอยากอยู่ กับชีวิตง่าย ๆ สงบ แล้วเขาบอกเขาอยากเลือกอนาคตเขาเอง ไม่ใช่ให้คนอย่างหลาย ๆ คน ไปเที่ยวกำหนดอนาคต คิดแทนเขาว่าเขาลำบาก คุณไปเจอหน้าจริง ๆ สิ ไม่ต้องถามผม คุณถามผู้สื่อข่าวทั้งหมดไป ถ้าคุณยังไม่เชื่ออีกผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วครับ ผมถึงบอกว่า อยู่กับความจริง อยู่กับคนที่เขาไปดูเป็นคนกลาง ผมไปคราวนี้มีผู้สื่อข่าวไป ๙ คนหรือ ๑๐ คน เพราะที่นั่งที่ผมเอาไปมี ๒๕ ที่นั่ง มีตัวแทนหน่วยราชการที่ต้องไปมีอยู่แล้ว แต่มีตัวแทนสื่อได้ประมาณ ๘ หรือ ๙ ที่นั่ง ทำไมครับ เพราะผมไม่ต้องการไปเครื่องพาณิชย์ แล้วก็ไปพัก Transit เครื่องอีกครั้งละ ๔-๕ ชั่วโมง ไปกลับอีก ๑๐ ชั่วโมง เสียเวลาเดินทาง นี่แค่ไปผู้สื่อข่าวแบ่งเป็น ๒ ทีม ก็ไปอย่างนี้ยังได้ก็ถือว่าได้มา ๑๒ คน ไม่น้อยนะครับ ที่มา บอกว่าเราเล่นละคร คน ๔๐ คน ไปหา ๑๒ คนในช่วงเวลา ๒ วัน ๓๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ หรือท่านจะเอาอย่างไรถึงจะต้องไปหา ๔๐ คนเลยไหมครับ ท่านไปได้ ท่านไม่เชื่อผมท่าน ไปได้ ท่านไปเจอเลยมันถึงจะรู้ว่าความเป็นจริงเป็นอย่างไร ผมไปเจอเขาสะเทือนใจที่เขา ไม่ได้เจอลูกเขา เขามาจับมือผมแน่นมาก แล้วก็มากอดขอร้อง ร้องห่มร้องไห้ เขาไม่ใช่ดารา ฮอลลีวูด ที่สั่งบอกว่าคุณร้องไห้แล้วร้องไห้ได้เลย เขาเจอความเป็นจริง เขาเจอสิ่งสะเทือน ซึ่งพวกคุณอาจจะไม่เคยเจอ อยู่กับความเป็นจริงเถอะครับ ช่วยเหลือกันแก้ไขปัญหาของ ประเทศ สิ่งที่ท่านทำจะโดยรู้เท่าถึงการณ์หรือไปถึงการณ์ก็ตาม ท่านรู้ไหมว่ามันทำร้าย ประเทศ สิ่งที่ท่านพูดมาทุกอย่างมันล้วนแต่ทำให้ประเทศไม่เกิดความเชื่อมั่น สิ่งที่พวกท่าน พูดมาทุกอย่างไม่ได้ทำให้ประเทศไทยดีขึ้น สิ่งที่ผมทำผมว่าผมพยายาม ดี ไม่ดีก็ไปประเมินกัน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผมอยากจะพูดและอยากจะแจ้งให้พี่น้องทราบ ผมอยากเรียนอย่างนี้ว่า ครั้งที่ผมไปคราวนี้มีรัฐมนตรีคือผม มีท่านรัฐมนตรีทวี แล้วก็มีผู้ใหญ่อีกหลายคน ยังไม่จบ ความห่วงใยของรัฐบาลที่มีต่อชีวิตพวกเขายังไม่จบ ผมไปครั้งนี้เพราะผมหวังว่าผมจะได้เห็น ของจริงผมจะได้กล้าพูด ไม่ต้องมาจินตนาการเถียงกับท่านโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ ยังมี อีกครับ อีก ๑ เดือนหรือ ๒ เดือน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศจะไปดู ถ้าเขา จัดฉากได้ตลอดก็ดีก็ลองไปดูว่ามันจะเป็นอย่างนั้นได้หรือเปล่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศไปดูแล้วยังมีเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่งจะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูตลอดเวลา ตลอดระยะ พอใจหรือยังครับ หรือจะต้องตั้งคำถามเพื่อให้ประเทศเสียหายมากไปกว่านี้ อยากให้ท่านคิด อยากให้ท่านดูนะครับ ผมว่ารัฐบาลได้พยายามพิจารณามาอย่างเต็มที่แล้ว พยายามที่จะหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่นะครับ คุณรู้ไหมว่าชาวอุยกูร์เขานับถือมุสลิม แบบไหน ผมไปผมยังไม่เคยเห็นใส่ฮิญาบเหมือนอย่างที่คุณกัณวีร์พูดเลย ไม่เจอเลยครับ อยู่ ๒ วัน ทำงานตั้งแต่ ๗ โมงเช้าถึง ๓-๔ ทุ่ม ไม่ใช่อะไรหรอกเส้นทางมันไกล ผมอยาก จะเรียนท่าน มีคนที่เขารู้เรื่องของชาวอุยกูร์มากพอ เขาบอกว่าขอบอกให้เอาบุญว่าสตรี ชาวอุยกูร์สามารถเดินคล้องแขนโอบกอดกับผู้ชายได้ เพราะเขาเป็นมุสลิมสายปฏิรูป ที่ไม่เคร่งครัดในหลักศาสนา ชาวอุยกูร์นับถือศาสนาอิสลามนิกายซุนนี สำนักคิดฮัมบาลีย์ แบบเดียวกับตุรกี จึงไม่เหมือนกับมุสลิมอีกหลายส่วนซึ่งก็เป็นสิทธิของแต่ละฝ่าย นิกาย ที่เคร่งครัดคือวะฮาบีย์และชีอะห์ แม้กระทั่งซาฟีอีในซุนนีด้วย เมื่อรัฐบาลกำลังจะทำความ จริงให้ปรากฏต่อชาวโลกไปพบ ทำไมไม่ตั้งใจแล้วใช้สติฟังแล้วพิจารณาละครับ เพราะสิ่งที่ ท่านตั้งคำถามมันขัดแย้งกับชาวโลก ผมว่าสิ่งที่รัฐบาลนี้ได้ทำผมภูมิใจนะครับกับสิ่งที่ผมเป็น รองนายกรัฐมนตรีที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ดูแลเรื่องความมั่นคง แล้วผมก็กล้า ตัดสินใจแก้ปัญหาทั้งภายในประเทศและปัญหามนุษยธรรมจริง ๆ ไม่ใช่มนุษยธรรม จอมปลอม ให้เขาไปมีอิสระ ผมอยากให้ท่านไปกับผม แล้วก็ไปเห็นจริง ๆ ว่าเวลาที่เขาอยู่กับ พ่อแม่อายุ ๗๐-๘๐ คุณรู้ไหมเขาออกจากบ้านพ่อแม่ไม่รู้เลยว่าเขาไปไหน เขาหายไปอย่าง เงียบ ๆ จนชาวบ้านนึกว่าลูกเขาตายไปแล้ว อยู่ ๆ รัฐบาลจีนส่งไป เขาเจอผมในฐานะที่ เขาคิดว่าพวกผมเป็นคณะที่ปล่อยให้เขาได้กลับมาพบกับครอบครัวเขาถึงได้เห็น คุณถึงได้ เห็นความรู้สึกที่เขาแสดงออก คุณไปถามนักข่าวทุกคนว่าเห็นภาพอะไร หรือว่านักข่าว ก็ตาบอดอีก ดูภาพการแสดงออกการเล่นละครไม่ออก อยากให้ท่านมีสติครับ วันนี้เราอยู่ใน เวทีรัฐสภา ในเวทีสภาผู้แทนราษฎร พี่น้องประชาชนดูอยู่ ผมกล้าพูดอย่างนี้ทั้งหมดคือผม ไม่กลัวความจริงครับ เพราะว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นความจริงทั้งหมด ผมไม่อยากให้ท่าน เอาจินตนาการมาแทนความจริง แล้วก็เที่ยวตีโพยโวยวายมันไม่สง่างาม ท่านประกาศตัวเป็น กลุ่มคนรุ่นใหม่ ผมอยากเห็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผมมานี่ผิดหวังนะครับ ที่ผมบอกไปแล้ว ผมผิดหวังจริง ๆ ผมก็เคยเคารพพวกท่านในฐานะผู้ที่หวังดีต่อประเทศชาติ แต่ผมเห็นว่า อาการที่ท่านคิดแต่เรื่องเกมที่จะเอาชนะ ท่านไม่รับฟังเหตุผลของคนอื่น ท่านคิดว่าท่านเป็น ผู้ที่มีความรู้ความถูกต้องแต่เพียงผู้เดียว เรื่องอุยกูร์นี่ท่านพลาดครับ พลาดจริง ๆ พลาด เพราะท่านไม่ยอมรับความเป็นจริง พลาดเพราะท่านไม่ใฝ่หาความเป็นจริง พลาดเพราะ ท่านเอาแต่จินตนาการไปเที่ยวชี้นิ้วด่าคนอื่น ผมอยากให้ท่านเก็บเป็นบทเรียน เราไม่ว่ากัน ผิดพลาดไปแล้ว เก็บเป็นบทเรียนเถอะครับแล้วก็มาทำการเมืองที่สร้างสรรค์อย่างที่ท่านพูด ประชาสัมพันธ์ โฆษณาให้ทุกคนรับรู้ ผมอยากเห็นอย่างนั้นครับ ผมมาเป็นรัฐบาล พวกเรา เป็นรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร เราไม่กลัวการตรวจสอบครับ ถ้ายืนอยู่บน ความเป็นจริงแล้วพูดกันด้วยเหตุด้วยผลจะขอบคุณ ถือว่าพวกท่านมีวิจารญาณ มีความเป็น ผู้ใหญ่ มีสติที่จะเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะครับเดี๋ยวท่าน นายกรัฐมนตรีจะพูด พรุ่งนี้ผมยังตอบท่านได้อีกหลายอย่างไม่ต้องห่วงครับ ยังจะเจอกันอยู่ ตลอดไป เชิญครับ