ภูมิธรรม เวชยชัย ชี้แจงกรณีการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีน โต้ข้อกล่าวหาโดยยืนยันความถูกต้องตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมเปิดเผยข้อมูลยืนยันว่าการตัดสินใจดำเนินการไปแล้วอย่างรอบคอบและโปร่งใส
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จริง ๆ ผมถูกพาดพิงหลายเรื่อง แต่เพื่อไม่ให้มีการเสียเวลาท่านอื่นก็เดี๋ยวขอตอบเรื่องอุยกูร์เรื่องเดียวในวันนี้ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่พาดพิงผมจะถือโอกาสตอบในวันพรุ่งนี้ ผมได้ฟังท่านกัณวีร์พูดถึงการจัดส่งอุยกูร์ไปยัง ประเทศจีน แล้วก็กล่าวหารัฐบาลสารพัดว่ารัฐบาลเล่นละครอย่างโน้นอย่างนี้ ผมขอยืมใช้ คำพูดของท่านอดีตรองนายกรัฐมนตรีเหมือนกันว่าท่านเป็นนักโกหกตัวยง ผมจะมีเรื่องมา หักล้างท่าน ท่านอย่าคิดว่าผมมากล่าวเลื่อนลอย ผมจะเล่าเรื่องให้ฟังก่อน แล้วว่าสิ่งที่ท่าน พูดก็เข้าใจได้ว่าท่านไร้ประสบการณ์ไม่เคยบริหารประเทศ เพราะฉะนั้นจึงพยายามจะพูด อะไรหลาย ๆ เรื่องเพื่อให้ต้องมาแสดงออกโดยไม่คำนึงถึงว่าผลประโยชน์ของประเทศ และความมั่นคงของชาติจะต้องใช้ความระมัดระวังอะไร ใช้แต่จินตนาการพูดแล้วเหมือน ไม่รักประเทศ แล้วก็จินตนาการต่อไปเรื่อยโดยนำสิ่งเหล่านี้มาวิจารณ์คนอื่นว่าเป็นนักต้มตุ๋น ว่าเป็นนักแสดง จริง ๆ ทั้งหมดถ้าท่านชี้นิ้วมาที่ผมทั้งหมดนี่มันกลับไปที่ท่าน เดี๋ยวผม จะยกตัวอย่างให้รู้ว่าแต่ละเรื่องที่ท่านโกหกมีอะไรบ้าง ผมอยากจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับชาวอุยกูร์ ปัญหาเรื่องชาวอุยกูร์เป็นปัญหาที่ตกค้างมานานมาก จริง ๆ ชาวอุยกูร์ที่เขาเข้ามา เขาผิดเรื่องการเข้าประเทศผิดกฎหมาย โทษเขาอย่างสูงก็ ๒ ปี แต่รัฐบาลไทยที่ผ่าน ๆ มา ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงได้ขังเขามาถึง ๑๑ ปี ซึ่งการขังเขาถึง ๑๑ ปีนี้ก็เป็นเรื่องที่ ผิดหลักมนุษยธรรม แต่ปัญหาของประเทศไทยคือเราอยู่บนทาง ๒ แพร่ง ซึ่งล้วนแต่มีคน วิพากษ์วิจารณ์ทั้งสิ้น รัฐบาลที่ผ่านมาจึงไม่กล้าตัดสินใจโดยแท้ แต่รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาล ที่อาสาเข้ามาแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นหลายเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ผมไป ดำเนินการท่านบอกเลยว่าแก้ได้ให้รีบแก้ หาทางออกให้ได้ อย่าปล่อยให้รัฐบาลนี้ต้องเผชิญ กับปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาแล้วไม่ได้ทำอะไร อุยกูร์เป็นอีก ๑ เรื่อง อีกหลาย ๆ เรื่องที่ผมจะมา คุยทีหลัง อุยกูร์เป็นเรื่องที่เราต้องจัดการให้เพราะเรามีกฎหมายทรมาน อุ้มหาย เพราะฉะนั้น การที่เราขังเขาเกินจากโทษที่เขาควรจะได้รับ โทษจริง ๆ ๒ ปีเท่านั้น สารภาพแล้วอาจจะ เหลือปีหนึ่งหรือเหลือครึ่งปี แต่เราเอาเขามา ๑๑ ปี ผมเศร้าใจนะ ผมได้ยินบางคนพูดบอกว่า ทำไมไม่เก็บเขาไว้ในคุกแล้วเอาไปต่อรองกับอเมริกา เป็นคำพูดที่ไม่เห็นความเป็นมนุษย์ ของคนเลย เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่อยู่ในพรรคของพวกท่านนั่นละ แต่ว่าอาจจะไม่มีสิทธิ ต่อไปแล้ว ท่านอย่ามองคนอื่นเป็นสินค้า ท่านต้องมองให้เห็นความเป็นมนุษย์ของเขาอย่าง จริง ๆ ไม่ใช่ปากพูดมนุษย์ แต่วิธีการปฏิบัติไปได้เรื่อย ๆ ไม่เคยคำนึงถึงอะไร เรื่องชาวอุยกูร์ เรามีทางเลือกอยู่ ๓ ทาง ทางแรกคือขังเขาต่อไปซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ควรจะต้องหาทาง ออกให้เขา การขังเขาแม้ว่าเราจะปฏิบัติดีอย่างไรก็ตาม เราเองเราไปหาที่ทางให้ดี เจ้าหน้าที่ เราดูแลเขาอย่างดี ให้โอกาสเขาได้ปฏิบัติหน้าที่อะไรหลาย ๆ อย่าง อย่างที่เขาควรจะกระทำ แต่มันก็ทรมานครับ คนเราอยู่ในคุก อยู่ในกรงขัง ห่างจากบ้านเมืองมา ท่านไม่เคยอยู่ใน สภาพนี้เพราะฉะนั้นท่านไม่รู้หรอกครับว่าความทุกข์ของคนที่เขาเผชิญกับความจริง เป็นอย่างไร ท่านได้แต่นั่งจินตนาการคิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อย หนทางที่ ๒ คือส่งไปประเทศ ที่สาม ผมถามท่านถ้าชาวอุยกูร์เป็นเรื่องความสำคัญด้านสิทธิมนุษชนจริง ๆ ทำไมไม่มีใครขอ เขากลับไปครับ ทำไมไม่มีใครให้สิทธิผู้ลี้ภัยกับเขา แม้กระทั่งองค์การระหว่างประเทศก็ยัง ไม่เห็นใยดีเลย ถ้าให้สถานะเป็นผู้ลี้ภัยรัฐบาลไทยก็จะจัดการได้ง่ายขึ้น มีแต่คนพูดนะครับ เหมือนพวกเรานี่ละมีแต่คนพูดไม่เคยดูว่าความเป็นจริงจะทำได้อย่างไร บอกว่ายินดีจะพูด จะรับ แต่จดหมายที่เป็นทางการอย่างที่พึงกระทำไม่เคยมี เพราะฉะนั้นเรื่องการไปประเทศ ที่สามเป็นเรื่องความเพ้อฝันของพวกท่าน เป็นเรื่องความเพ้อฝันของคนอีกหลาย ๆ คน ส่วนที่ ๓ เป็นเรื่องที่ต้องส่งเขาไปให้กับประเทศเจ้าของ ท่านบอกว่าเขาไม่ใช่ชาวจีน มีบางคนที่ท่านมีหลักฐานว่าเขาเป็นชาวตุรกี ท่านโกหก ผมมีหลักฐานทั้งหมดว่า ๔๐ คน เป็นคนจีน ท่านบอกว่า ๔๐ คนนี้เป็นคนที่ถือสัญชาติตุรกีอันนี้ก็โกหก ท่านบอกว่าท่าน ไม่สบายใจ ถูกเขาบังคับเล่นละครชุดใหม่ว่าพวกนี้เขาต้องการบังคับลาออกโดยกระทั่ง หยิบเอาจดหมายที่ปลอมมาขึ้นพูด ผมมีหลักฐานแน่นอนว่า ๔๐ คนนี้สมัครใจ ท่านอยากเจอ อยากทราบไม่มีปัญหาพบกันได้ เอาหลักฐานมาเปิดให้ดูต่อหน้าสื่อมวลชน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ พวกเราไม่เคยสบายใจ ผมจะเรียนให้ท่านทราบ เอกอัครราชทูตของประเทศต่าง ๆ มาเจอผม เขาห่วงใย แต่พอหลังจากที่ผมชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดให้เขา เขาก็เข้าใจถึงแม้ว่าเขาจะอยาก หรือไม่อยากอย่างไรก็ตาม เขามีวุฒิภาวะครับ เขาเป็นตัวแทนรัฐบาล เขารู้ว่าแม้ว่า เขาจะชอบใจหรือไม่ชอบใจอะไร อย่างไรก็ตาม แต่เขายืนอยู่กับความเป็นจริง ยืนอยู่กับ ความข้อเท็จจริง ไม่ใช่ยืนอยู่กับจินตนาการฝันไปเรื่อย พูดไปเรื่อย คิดไปเรื่อย แล้วก็ชี้นิ้วใส่คนอื่นว่ามีปัญหา จริง ๆ ต้องหันกลับไปดูตัวเองให้มาก ๆ นะครับว่าคนมีปัญหาคือใคร ผมจะเรียนให้ท่าน ทราบว่า ผมอยู่ที่เมืองจีนเราตกลงกัน ท่านรู้อยู่แล้วผมไม่อยากพูดเยอะว่าเรารู้ว่าการส่งกลับ เมืองจีนในแง่สิทธิมนุษยชนมีคนเป็นห่วง เพราะข้อกฎหมายเราบอกไว้ว่า ถ้าส่งเข้าไปแล้วรู้ ว่าเขาจะทุกข์ทรมานเราไม่สมควรส่ง นั่นจึงเป็นที่มาของการที่เราดำเนินการหลาย ๆ เรื่อง การที่เราขอให้จีนออกจดหมายรับรองอย่างเป็นทางการของรัฐบาล ก็คือ Diplomatic Note ท่านคงไม่ได้จบการต่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ท่านไม่รู้หรอกว่าในวงการทูต Diplomatic Note มันคือสาระสำคัญที่เป็นจดหมายสำคัญของประเทศ และถ้าประเทศ อย่างประเทศจีนซึ่งเป็นหนึ่งในสหประชาชาติ เป็นรัฐมนตรีความมั่นคงประจำ เขายืนยันพูด เขาส่งหลักฐานอย่างนี้มาให้ ถ้าท่านไม่รับท่านก็อย่ามีความสัมพันธ์กับเขาเลย ถ้าท่านคิดว่า ประเทศที่ท่านมีความสัมพันธ์ด้วยเป็นมหาอำนาจ พูดโดยเอาหนังสือยืนยันว่าตัวเองยืนยันว่า จะไม่ทำร้ายเขาแล้วไม่ยอมรับท่านจะมีความสัมพันธ์กับเขาไปทำไม ผมอยากเรียนท่าน นะครับว่านอกจากที่เราพยายามขอให้เขาดำเนินการเขายังดำเนินการอีกหลาย ๆ อย่าง แล้วแม้กระทั่งท่านนายกรัฐมนตรีของประเทศเรา ท่านจะยอมรับหรือไม่ยอมรับก็ตาม แต่คนไทยทั้งประเทศเขายอมรับ เขาไปในนามของประเทศ ไปคุยกับผู้นำจีน ไปเยี่ยมจีน ผู้นำระดับสูงของเขาหลายคนได้พูดกับท่านนายกรัฐมนตรีว่าเรื่องนี้เขาอยากแก้ไขปัญหา และเขารับประกันไม่ต้องกังวลว่าเขาจะทำอย่างดีที่สุด ไม่ให้เกิดภยันอันตราย ไม่ไปจับเขา เข้าคุกเข้าตาราง ท่านฟังอย่างนี้ท่านคิดว่าในฐานะท่านเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วไปคุยกับผู้นำ ระดับสูงของประเทศที่เป็นมหาอำนาจหนึ่ง และยืนยันกับท่านแบบนี้ท่านจะเชื่อฟังได้ไหม แต่ผมว่าท่านไม่รู้หรอกเพราะท่านไม่เคยเป็นรัฐบาล เคยเป็นแต่ฝ่ายค้านแล้วก็พูดแต่เรื่อง วิจารณ์เอาจินตนาการมาด่าคนอื่น อยากเรียนท่านอย่างนี้ครับ เราวางระบบกลไกไว้ ๕ ประการ ประกอบด้วย ข้อ ๑ การตกลงใจของเราอยู่บนพื้นฐานของการมีอำนาจอธิปไตย ของไทย ข้อ ๒ เป็นไปตามกรอบกฎหมายภายในประเทศ ข้อ ๓ คำนึงถึงผลประโยชน์ ของไทยในกรอบของมิติความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ และความมั่นคงแห่งชาติ ข้อ ๔ เป็นไปตามหลักการเรื่องสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะหลักการที่จะไม่ส่งคนไปอย่างที่อันตราย หรือ Non-Refoulement รวมทั้งพันธกรณีของไทยตามหลักการที่จะไม่ส่งคนไปเผชิญ กับการทรมานหรือที่จะถูกทำให้สูญหาย ข้อ ๕ เป็นการพิจารณาโดยหน่วยราชการที่ เกี่ยวข้องด้วยความรอบคอบ ท่านไม่เคยคิดจะเข้าใจสิ่งที่เป็นความตั้งใจของรัฐบาล ท่านไม่เคยคิดจะเข้าใจความคิดความต้องการของคนอื่น ท่านคิดแต่ตัวเอง หมกมุ่นอยู่กับ ตัวเอง สนใจแต่เรื่องตัวเอง