มาริษ แจงความร่วมมือ 3 ประเทศ แก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๘

มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งระดับสามฝ่าย อาเซียน และทวิภาคี พร้อมย้ำบทบาทนำของไทยในการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรเพื่อลดมลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ผม มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศ เรียนท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนเรื่อง การแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนในกรอบของความร่วมมือระหว่างประเทศนะครับ ในเรื่องนี้ที่ผ่านมารัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทยได้ ผลักดันการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน ข้ามแดนภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใสและในอีกหลาย ๆ กรอบนะครับ ยุทธศาสตร์ของฟ้าใส หรือที่เรียกว่า Clear Sky Strategy มี ๓ ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย เมียนมาและลาว ทั้งนี้ขออนุญาตเรียนว่า เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคมเมื่อปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดงานเปิดตัว แผนปฏิบัติการร่วมภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใสที่กรุงเทพฯ โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของทั้งไทย ลาว และเมียนมาเข้าร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ ผ่านการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อให้เป็นแนวทาง ในการดำเนินความร่วมมือระหว่างทั้ง ๓ ประเทศ ในการแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควัน ข้ามแดนอย่างยั่งยืนผ่านการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม อาทิเช่น การจัดทำแผนพื้นที่เสี่ยง การเกิดไฟป่านะครับ การจัดตั้งสายด่วนและการจัดตั้งกลไกเฝ้าระวังติดตามหมอกควัน ข้ามแดนระหว่างทั้ง ๓ ประเทศ นอกจากนี้วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ปีนี้นะครับ รัฐบาลได้เข้าร่วม การประชุมติดตามผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการร่วม ซึ่งจัดโดยกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของลาว เมียนมา เข้าร่วมด้วย โดยที่ประชุมได้สนับสนุนให้มีการจัดทำ Plan of Action เพื่อลดปัญหาหมอก ควันของแต่ละประเทศ และรับทราบจุดมุ่งหมายของประเทศไทยที่มีบทบาทสำคัญและ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Joint Task Force ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนเมษายนปีนี้ ในส่วนของ การดำเนินการในกรอบของความร่วมมือของอาเซียน รัฐบาลได้ผลักดันความร่วมมือในการ แก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนผ่านกรอบการประชุม ไม่ว่าจะเป็นการประชุม สุดยอดอาเซียนที่เวียงจันทน์ การประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการที่เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย เมื่อต้นปีที่ผ่านมานะครับ และการ ประชุมกับประเทศคู่เจรจาของอาเซียนที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศแคนนาดา รัฐบาลได้จัดงานสัมมนาแนวทางการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ในภูมิภาคอาเซียน โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีน ประเทศสิงคโปร์ ประเทศ อินโดนีเซีย ประเทศไทย องค์การอนามัยโลก ธนาคารโลก แล้วองค์กรความร่วมมือระหว่าง ประเทศของเยอรมนี และศูนย์เตรียมความพร้อมภัยพิบัติแห่งเอเชีย เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งหลายได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันในประเทศต่าง ๆ พร้อมทั้งขอให้เสนอแนะ ที่หลากหลายเพื่อให้แผนปฏิบัติการร่วมสามารถอนุวัติได้ อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน รัฐบาลยังได้ผลักดันความร่วมมือผ่านกรอบการประชุม ประเทศภาคีข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ซึ่งมีกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานหลัก เพื่อให้มีความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม โดยที่ผ่านมาประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรี สิ่งแวดล้อม เรื่อง มลพิษหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ ๒๕ เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ที่กรุงเทพฯ และการประชุมประเทศภาคีข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควัน ข้ามแดน ครั้งที่ ๑๙ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วที่กรุงเทพฯ และได้ย้ำอย่างหนักแน่นในเรื่อง ของการให้ความสำคัญของการเชื่อมโยงความร่วมมือภายใต้กรอบความร่วมมือของอาเซียน ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อีกด้วย ไหนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันสิ่งแวดล้อม และการกำจัดภัยพิบัติ สำหรับอีกด้านหนึ่งคือการดำเนินการในกรอบของทวิภาคีหรือ ๒ ฝ่าย ตามโครงการความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้มีผลเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย รัฐบาลโดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศหรือ TICA ได้ร่วมมือกับประเทศพัฒนาแล้ว หลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ให้ความช่วยเหลือโครงการความ ร่วมมือไตรภาคีเพื่อเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ของลาวเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหมอกควัน ข้ามแดนระยะเวลา ๓ ปี โดยได้เริ่มโครงการ Trilateral Transboundary Air Quality Management Project เมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว เพื่อฝึกอบรมเจ้าหน้าที่การกำหนด นโยบายและวางมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน และการใช้ประโยชน์จาก ข้อมูลดาวเทียมนานาชาติ ซึ่งประเทศไทยเองก็มีบทบาทสำคัญในการใช้ข้อมูลจากดาวเทียม ทั้งหลายให้กับประเทศเพื่อนบ้านที่ผมกล่าวมาแล้ว ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาได้จัดการ ประชุมความร่วมมือด้านการลดหมอกควันข้ามแดนและจุดความร้อนไทย-กัมพูชา ครั้งที่ ๑ เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว โดยฝ่ายไทยได้เสนอจัดตั้งช่องทางการสื่อสาร Hotline เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ จำนวนจุดความร้อนพื้นที่ที่มีการเผาไหม้และความร่วมมือในการดับไฟ นอกจากนี้ไทยยังได้ เชิญกัมพูชาเข้าร่วมยุทธศาสตร์ฟ้าใสด้วย โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการรอคำตอบจากฝ่าย กัมพูชา รัฐบาลโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้งร่วมมือกับกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดฝึกอบรมเชิงเทคนิคเพื่อแก้ไขปัญหา มลพิษทางอากาศข้ามแดนจากการเผาไหม้ระหว่างไทยและเมียนมา เมื่อเดือนมกราคม ปีที่แล้วที่ประเทศไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายเมียนมาทั้งจากส่วนกลาง ทั้งจากพื้นที่ชายแดน เข้าร่วมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวางแผนและมาตรการในการแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควันข้ามแดน รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและแนวปฏิบัติในการแก้ไขปัญหา หมอกควันข้ามแดนครับ กราบขอบพระคุณครับ