เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ชี้แจงกรณีเหมืองทองอัคราและปัญหาการเผาอ้อย โดยย้ำถึงการดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และเน้นย้ำการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ พร้อมรายงานความคืบหน้าการลดการเผาอ้อยที่ช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือทุกภาคส่วนและการสนับสนุนมาตรการตัดอ้อยสดจากรัฐบาล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม ผมได้ขออนุญาตที่จะใช้เวลาชี้แจงกรณีเรื่องการพูดเอ่ยถึงการปฏิบัติหน้าที่ การทำงานนะครับ ในฐานะที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ๒ กรณีครับ ๑. ก็คือเรื่องของเหมืองทองอัครา และเรื่องที่ ๒ ก็คือกรณีการเผาอ้อย สำหรับเหมืองทอง อัคราผมเรียนกับเพื่อนสมาชิกตรงไปตรงมาครับ ตั้งแต่ผมเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ไม่มีการไปดำเนินการ Deal ลับต่อรองเพื่อรักษาผลประโยชน์ ของใครคนใดคนหนึ่งแน่นอนครับ ที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยสั่ง แล้วผมก็ไม่เคยไปขอ ในเรื่องของเหมืองทองนี้ดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนของกฎหมาย แล้วเพื่อที่จะปกป้อง ผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ผมต้องเรียนกับท่านให้ได้ทราบนะครับว่าวันนี้ข้อพิพาทไม่ได้ เกิดขึ้นระหว่างบุคคลกับเหมืองทองอัครา แต่คนที่เขาฟ้องคือประเทศไทย เพราะฉะนั้น เราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องแพ้ ถึงแม้ว่าผมเองอาจจะคิดอีกมุมหนึ่งว่า ตั้งแต่แรกเจตนาของการดำเนินการตั้งแต่ต้นเป็นการปกป้องผลประโยชน์ เป็นการ Safe สุขภาพของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ได้รับความเดือดร้อนจากการประกอบการ ตั้งแต่แรก แล้วผมเรียนกับทุกท่านครับว่าเรื่องการเลื่อน ตั้งแต่ผมปฏิบัติหน้าที่มา ท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยสั่งให้เลื่อน ผมไม่เคยไปสั่งให้เลื่อน รัฐบาลไม่เคยไปสั่งให้เลื่อน การอ่านข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ ไม่เคยครับ ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน กระบวนการโดยหน่วยงานที่ดำเนินการตามความรับผิดชอบภายใต้กรอบ ภายใต้กฎหมาย ที่ได้รับมอบหมายทั้งหมดครับ ไม่เคยไปเจรจานอกรอบหรือไปต่อรองแลกเปลี่ยน ผลประโยชน์ มี Deal ลับแต่อย่างใด เราก็ต้องเรียนต่อไปด้วยว่าข้อพิพาทนี้ยังไม่ได้อ่านนะครับ เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งไปปรักปรำว่าใครทำผิด ใครทำถูก ตอนนี้ผลชี้ขาดยังไม่ได้มีการอ่าน ผมเรียนต่อว่าที่ท่านได้กล่าวหาว่ามีการออกอาชญาบัตรพิเศษ ผิดกฎหมายไปทับพื้นที่ อุทยานหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ผมก็เรียนตรงไปตรงมาถึงแม้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนที่ผม จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ เพราะเท่าที่ได้ฟังท่านบางทีก็สร้างความสับสนกับผมเหมือนกันครับ ว่าตกลงจะให้ผมตอบในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในยุคนี้ หรือให้ผมตอบ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในยุคไหน แต่ว่าเท่าที่ผมทราบขั้นตอน กระบวนการทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายพระราชบัญญัติเหมืองแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ ไม่มีการไปออก อาชญาบัตรพิเศษ หรือใบอนุญาตอาชญาบัตร ประทานบัตรใบไหนที่ผิดกฎหมายหรือไป ทับซ้อนในพื้นที่เขตอุทยานหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ในส่วนของเหมืองอัครานะครับ สุดท้ายท่านก็บอกว่ามีการไปเจรจาต่อรองแลกเปลี่ยนขอล้มคดีบ้าง อันนี้ผมเรียนกับท่าน ตรงไปตรงมาว่าไม่ใช่แค่ผมเองครับ แม้กระทั่งรัฐบาลชุดนี้ จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือเป็นใคร ใหญ่มาจากไหน ไม่มีใครสามารถไปต่อรองแลกเปลี่ยนด้วยการเข้าไปแทรกแซงกระบวนการ ยุติธรรมของประเทศไทยได้ ถ้าสามารถทำได้แบบที่ท่านพูดนี้ผมว่าคงไปต่อรองทำเรื่องอื่น ก่อนที่จะไปรักษาผลประโยชน์ให้กับเหมืองทองอัคราไปแล้ว สิ่งที่พูดมาทั้งหมดผมไม่เคย เอาผลประโยชน์ของประเทศไปต่อรองหรือแลกเปลี่ยนโดยเฉพาะการเข้าไปแทรกแซง กระบวนการยุติธรรม รวมไปถึงองค์กรอิสระที่ท่านพูด ท่านมีพูดถึง ป.ป.ช. ด้วย ซึ่งผมยืนยัน นะครับว่าเราไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ เพราะฉะนั้นทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้งนะครับ
ในเรื่องของการเผาอ้อย ผมก็ต้องเรียนเพื่อนสมาชิกอย่างตรงไปตรงมาว่า เรื่องการแก้ปัญหาฝุ่นหรือแก้ปัญหา PM2.5 เป็นประเด็นปัญหาที่ท่านนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญมาก ท่านเรียกประชุมเป็นกรณีพิเศษที่ทำเนียบรัฐบาลหลายครั้ง ตัวผมเอง ถึงแม้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งหลายคนมองว่าไม่ได้ดูแล ไม่ได้กำกับดูแล เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยตรง แต่ผมให้ความสำคัญมากครับ ผมบินไปถึงประเทศญี่ปุ่น ผมบินไปถึงประเทศสิงคโปร์ไปพูดคุยกับรัฐบาลเขา พยายามศึกษาแล้วก็หามาตรการที่จะ สามารถแก้ปัญหาฝุ่นทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวได้อย่างยั่งยืน ผมเรียนว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่ไม่ใช่ประเทศบริโภคอย่างเดียวแต่เป็นประเทศผู้ผลิตด้วย เพราะฉะนั้นการที่จะ รักษาสิ่งแวดล้อมนี้ส่วนหนึ่งต้องมาจากความรับผิดชอบของผู้ผลิต บังเอิญว่าตัวอ้อยนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นคนดูแล เนื่องจากมี พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งให้ อุตสาหกรรมมาดูแลเรื่องของการเก็บเกี่ยวอ้อย การผลิตน้ำตาลควบคู่กันระหว่างทั้งเกษตรกร ทั้งโรงงานน้ำตาล แล้วก็รวมไปถึงทางฝั่ง ราชการด้วย ต้องเรียนตรงไปตรงมาว่าอ้อยเผาปีนี้ลดลงมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ ของประเทศไทย ผมไม่แน่ใจว่าตัวเลขของท่านเอามาจากไหน แต่ผมยืนยันครับว่าการ เผาอ้อยปีนี้ตามตัวเลขที่เราสามารถตรวจวัดได้ต่ำลงสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศ ๑. ที่ท่านบอกว่าอาจจะมีการออกไปเผาสำหรับการผลิตอ้อย ส่งอ้อยนอกระบบไปผลิต เอทานอล ผมก็ต้องเรียนท่านว่าตัวปริมาณอ้อยที่นำไปผลิตเอทานอลมีเพียง ๑ ล้านตัน จากปริมาณทั้งหมดประมาณ ๙๐ ล้านตันเศษต่อปีโดยเฉพาะในปีนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้น นับเป็นประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วใน ๑ เปอร์เซ็นต์นี้ใน ๑ ล้านตันนี่ ๙๐๐,๐๐๐ ตันเป็น อ้อยสดนะครับ ส่วนใหญ่เป็นอ้อยสดหมด ทีนี้ถ้าเรามาพูดถึงตัวปริมาณอ้อยส่วนใหญ่ คือประมาณ ๙๐ ล้านตันเศษ ในเคสของการเผามี ๒ ส่วนครับ ส่วนแรกก็คือการเผาก่อน เข้าไปเก็บ คือเกษตรกรชาวไร่อ้อยก่อนที่จะเข้าไปเก็บอ้อยถ้าใช้แรงงานเก็บ เนื่องจากตัว ใบอ้อยทุกท่านทราบดีว่ามันก็เป็นอุปสรรค ทิ่มแทงผิวเนื้อทำให้คันทำให้เจ็บก็จะเผาก่อน ในส่วนนี้ปริมาณสำหรับปีนี้ลดลง อันนี้ผมเรียนตัวเลขที่สามารถตรวจวัดได้รับรอง โดยสำนักงานอ้อยน้ำตาลทรายซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่โรงงานทั้ง ๕๘ โรงทั่วประเทศ เรานับทุกตันอ้อย อ้อยทุกตันทุกคันที่เข้ามาสู่โรงงานน้ำตาลตรวจหมดครับ ถ้าคันไหน มีอ้อยเผาแม้แต่นิดเดียวเรานับเลยว่าทั้งคันนี้เป็นอ้อยเผา สำหรับปีนี้ขนาดปริมาณอ้อย ที่รับเข้าสู่ระบบ ปีที่แล้ว ๘๒ ล้านตัน ปีนี้จนถึงวันนี้ยังไม่ปิดหีบร้อยเปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ ประมาณ ๙๑ ล้านตันเศษ คือจริง ๆ แล้วเรารับอ้อยทั้งหมดเพิ่มขึ้นนะครับ แต่ปริมาณอ้อย เผาที่รับเข้าสู่ระบบลดลงจาก ๒๔.๖ ล้านตัน เหลือเพียง ๑๓.๖ ล้านตัน ๒๔.๖ เหลือ ๑๓.๖ หายไป ๑๑ ล้านตัน หรือถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์นี่ในปีก่อนคือจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มาเหลือปีนี้ยังไม่ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ตั้งแต่ต้นฤดูกาลจนถึงปัจจุบัน ซึ่งผมเรียนกับท่าน ตรง ๆ ว่าถ้าบอกมาตรการของรัฐบาลในช่วงนี้ไม่ชัด ผมก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรชัดมากไปกว่า การสั่งให้ปิดโรงงานน้ำตาล ๒ โรง ไม่เคยมีมาก่อนครับในประวัติศาสตร์ นี่คือความจริงจัง ความเข้มงวด ความสำคัญที่ท่านนายกรัฐมนตรีและผมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาที่รบกวนทำร้ายสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศ การปิด โรงงานน้ำตาลท่านนายกรัฐมนตรีก็สนับสนุนในการปฏิบัติทุกขั้นตอน ส่วนเรื่องปริมาณ กี่ล้านไร่ อันนี้อยู่ที่ตัวเลขที่ท่านจะใช้ไปประมาณการ แน่นอนแต่ละปีนี่จำนวนตันที่ออกมา ก็ต้องถูกนำไปหารค่าเฉลี่ยของผลผลิตต่อไร่ถึงจะออกมาเป็นล้านไร่ แต่ตัวเลขที่ทาง สำนักงานอ้อยและน้ำตาลทรายได้ส่งให้กับผม จากการที่มีการเผาอ้อย ๒๔.๖ ล้านตัน เหลือ ๑๓.๖ ล้านตัน หายไป ๑๑ ล้านตัน พอเทียบค่าเฉลี่ยผลผลิตของอ้อยปีก่อนกับปีนี้ เท่ากับลดจากปริมาณการเผา ถ้าเปรียบเทียบเป็นการเผาในพื้นที่โล่งประมาณ ๓ ล้านไร่ เหลือประมาณ ๑.๓ ล้านไร่กว่า ก็ Save ไปประมาณ ๑.๖ ล้านไร่ Save การเผาในพื้นที่โล่ง ไป ๑.๖ ล้านไร่ นี่คือตัวเลขฝั่งผมนะครับ แต่ผมก็ไม่หยุดแค่นี้เพราะป้องกันเผามี ๒ ประเภท คือเผาก่อนเข้าไปเก็บ และยังมีอีกประเภทหนึ่งคือเก็บเสร็จแล้วนี่ใบที่อยู่บนแปลงอ้อยก็เอา ไปเผาต่ออีก เพราะกลัวว่าเดี๋ยวถ้าพอยอดอ้อยตอนเป็นต้นอ่อน ๆ มันโผล่ขึ้นมา มันไปเผา ตอนนั้นก็จะกระทบกับผลผลิตการเกษตร ซึ่งผมต้องเรียนกับทุกท่านว่าปีนี้เราให้ความสำคัญ พยายามที่จะลดการเผาอ้อย ผมได้สื่อสารผ่านทั้งกระทรวงไปถึงพี่น้องชาวเกษตรกร แล้วก็ รวมไปถึงโรงงานด้วยนะครับว่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเราจะมีความเข้มงวด เราจะชดเชย เราจะสนับสนุนให้ตัดอ้อยสด รวมไปถึงเรื่อง ของใบอ้อยด้วยนะครับ ซึ่งตอนนี้กำลังเตรียมมาตรการสนับสนุนเกษตรกรให้ไปตัดใบ เพื่อที่จะส่งโรงงานไปผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ผมก็เรียนตรงไปตรงมาว่าการรับใบอ้อยเข้าโรงงาน เพื่อไปผลิตไฟฟ้า จากปีก่อนมาถึงปีนี้เพิ่มขึ้น ๑ เท่าตัวครับ ปีที่แล้ว ๑ ล้านตัน มาปีนี้ ๒ ล้านตันเท่ากับมีสัญญาณที่ดีครับว่าในขณะนี้กำลังนำใบที่โดยปกติแล้วอยู่บนแปลง รวบรวมส่งโรงงานไปผลิตไฟฟ้า แล้วอีกส่วนหนึ่งแน่นอนครับก็ต้องมีการไถกลบ แต่สำหรับ ปีนี้และปีต่อ ๆ ไปผมเรียนกับทุกท่าน ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม คือการลดปัญหา PM2.5 แต่สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการรักษาสิ่งแวดล้อมคือเศรษฐกิจครับ ไม่ใช่ว่าไปใช้แต่มาตรการเข้มงวด ปิดโรงงานน้ำตาล ในที่สุดพี่น้องเกษตรกรอาจจะได้รับ ความเดือดร้อน แต่ผมเรียนกับทุกท่านว่าตอนที่กระทรวงเข้าไปดำเนินการปิดโรงงานน้ำตาล เราก็ Safe เกษตรกรชาวไร่อ้อยให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดครับ แล้วก็ใช้วิธีการสื่อสารส่ง สัญญาณไปจนกระทั่งความสำเร็จในปีนี้ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งมาจากความร่วมมือของพี่น้อง ชาวเกษตรกรที่ร่วมกันตัดอ้อยสดในปริมาณที่มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ ลดอ้อยเผามาก ที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ แต่เราจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ครับ จะอาศัยจังหวะนี้แก้ปัญหาเรื่องของ อ้อยเผาอย่างยั่งยืนที่สุด ไม่ใช่ออกมาตรการเข้มงวดอย่างเดียว แต่ที่กำลังเตรียมไว้ตั้งแต่เรื่อง ของการเพิ่มมูลค่าในการเอาใบไปผลิตไฟฟ้านะครับ ในเรื่องของการสนับสนุนอุปกรณ์ในการ จัดใบทั้งหมด อุปกรณ์ในการตัดอ้อยสด ทั้งอุปกรณ์ใหญ่ อุปกรณ์เล็ก ทั้งอุปกรณ์ในการ เข้าไปสางใบ แทนที่จะเผาก่อนที่เกษตรกรจะเข้าไปเก็บเกี่ยวอ้อยนะครับ และรวมไปถึงการ จัดการใบหลังจากเก็บเกี่ยวด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรวบรวม Pack ส่งไปขาย โรงงานเพื่อไปผลิตไฟฟ้าหรือจะเป็นการไถกลบเพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน เราเตรียม มาตรการไว้ทั้งหมดครับ รวมไปถึงการเพิ่มมูลค่าในระบบเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เชื้อเพลิงชีวภาพ เรื่องของพลาสติกชีวภาพ ในที่สุดแล้วอาจจะต้องมีการกำหนดราคาน้ำตาล ที่มีคุณภาพพิเศษ คุณภาพพิเศษนี้ก็คือน้ำตาลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมครับ ที่ผลิต ที่เก็บ เกี่ยวด้วยกระบวนการที่ไม่ทำร้ายชีวิตของพี่น้องประชาชน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นี่คือสิ่ง ที่เราคิดที่ทำครบวงจรครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนกับเพื่อนสมาชิกนะครับว่าในส่วนของการ ลดฝุ่น PM2.5 ซึ่งต้องยอมรับว่าการเผาอ้อยเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ปีนี้อ้อยเผาลดลงต่ำสุด เป็นประวัติศาสตร์จาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์เมื่อปีก่อนเหลือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ลดลงไปประมาณ ๑๑ ล้านตัน ซึ่งถ้าคำนวณเป็นพื้นที่การเผาในที่โล่งก็นับได้อยู่ที่ประมาณ ๑.๖ ล้านไร่ในที่โล่ง แต่ไม่หยุดอยู่แค่นี้ นอกจากเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องของระบบเศรษฐกิจเราก็กำลังออกแบบ ออกมาตรการทำงานร่วมกับทั้งโรงงานและเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมไปถึงสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับการจัดการใบ จัดการซากเกษตร กากเกษตรเพื่อไม่ให้ เป็นภาระเพื่อไม่ให้ถูกนำไปเผา ผลิต PM2.5 แล้วทำร้ายชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนครับ ขอบคุณครับ