ศุภโชติ ชี้นายกฯ ไม่เจรจาซื้อไฟถูกจากลาว ทำประชาชนเดือดร้อย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๘

ศุภโชติ ไชยสัจ ตั้งข้อสังเกตการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า โดยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่เลือกซื้อไฟจากเขื่อนใหม่ในลาวในราคาสูง ทั้งที่สามารถเจรจาต่ออายุสัญญาซื้อไฟจากเขื่อนเดิมในราคาถูกกว่าได้ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนนโยบายเพื่อประหยัดงบประมาณและลดภาระค่าไฟให้ประชาชน

นายศุภโชติ ไชยสัจ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน แต่ผม ก็อยากฟังนายกรัฐมนตรีลุกขึ้นมาชี้แจงเองมากกว่าครับ ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้ครับ นายกรัฐมนตรี Gen Y ของเราครับ เมื่อสักครู่ที่พูดไปครับ ติด Glam ติดหรูครับ ของถูกนี่ซื้อ ไม่จำเป็นครับ ชอบซื้อแต่ของแพงครับ แต่ผมไม่ได้หมายถึงอะไร Life Style การแต่งตัว นะครับ สิ่งที่ผมหมายถึงก็คือการที่นายก Shopping ค่าไฟครับ เลือกซื้อค่าไฟจากเขื่อน ในประเทศลาว มีหลายเขื่อนครับท่านประธานที่พร้อมจะขายไฟให้ประเทศเราในราคาที่ถูก สามารถช่วยลดค่าไฟให้กับพี่น้องประชาชนได้ ท่านนายกรัฐมนตรีเราไม่เลือกครับ อย่างพวก เขื่อนเก่าทั้งหลายที่เราซื้อขายไฟกันอยู่แล้วครับกำลังจะหมดอายุสัญญา ถ้าท่านสั่ง ให้หน่วยงานเข้าไปเจรจาขอขยายสัญญา ปรับค่าไฟที่ซื้อขายกันอยู่ในปัจจุบันให้มันถูกลงครับ ทำไมมันถึงถูกลงได้ครับ เพราะว่าต้นทุนต่าง ๆ มันก็คืนทุนไปหมดแล้ว แล้วตัวเขื่อนเองครับ ก็ยังเหลืออายุการใช้งานอีกหลายสิบปีครับ อาจจะต้องเปลี่ยนอะไหล่บ้างครับ เข้าใจได้ แต่คงไม่ได้เยอะอะไรครับ เจ้าของเขื่อนเขาก็ยินดีที่จะปรับค่าไฟแล้วขายไฟให้เราถูกลง กว่าเดิมได้ เคยทำกันมาแล้วทั้งนั้นครับ อย่างเขื่อนเทินหินบูน ขนาด ๒๒๐ เมกะวัตต์ ขายไฟ ให้เรามาตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ เราเคยซื้อไฟเขาอยู่ที่ประมาณ ๑.๖ บาทต่อหน่วยครับ พอกำลังจะ หมดอายุสัญญาเราก็ไปเจรจาขอซื้อไฟจากเขื่อนนี้ต่อขอขยายสัญญาใหม่ เท่านั้นยังไม่พอไป ขอเขาขยายสัญญาไม่พอไปขอให้เขาขยายให้เขื่อนใหญ่ขึ้นด้วย จนกำลังการผลิตขยาย มาเป็น ๔๔๐ เมกะวัตต์ ต่อรองกันไปมาราคาค่าไฟนี่เพิ่งจะอยู่แค่ ๑.๘ บาทต่อหน่วยเท่านั้น นี่ขนาดให้สร้างเพิ่มใหญ่ขึ้นกว่าเท่าตัวครับ ถ้าไม่สร้างเพิ่มผมคิดว่าอย่างไรราคาค่าไฟ อย่างแย่ก็เท่าเดิมครับ หรืออาจจะถูกลงกว่าเดิมด้วยซ้ำครับ ท่านประธานครับ ท่านประธาน ลองดูเลยครับมีเขื่อนอีกหลายคัน กล่องสีน้ำเงินครับเป็นเขื่อนในลักษณะเดียวกันกับเขื่อน เทินหินบูนที่กำลังจะหมดอายุสัญญาแล้วก็ขายไฟให้เราในราคาถูกครับ แต่รัฐบาลเราไม่ยอม เข้าไปเจรจาขอขยายสัญญาซื้อขายไฟฟ้าครับ ไล่ไปเลยครับ เขื่อนน้ำงึม ๒ ครับ ที่เป็นของ บริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี ถือหุ้นร่วมกับการไฟฟ้าประเทศลาวครับ ปัจจุบันเราซื้อ ไฟเขาอยู่แค่ ๒ บาทครับท่านก็ไม่เข้าไปคุยกับ เขื่อนน้ำเทิน ๒ ครับของบริษัท เอ็กโก จากประเทศไทยถือหุ้นร่วมกับรัฐบาลประเทศลาวครับ แล้วก็บริษัท อีดีเอฟ จากฝรั่งเศส ขายไฟให้เราแค่ ๑.๖๓ บาทท่านก็ไม่เอาครับ หรือถัดมาครับ เขื่อนห้วยเหาะ ของบริษัท โกลว์พลังงาน จำกัด ร่วมกับการไฟฟ้าประเทศลาว แล้วก็บริษัท ดับบลิวเอชเอ เอ็นเนอร์ยี่ 2 อันนี้ซื้อไฟอยู่ที่ ๒.๑๔ บาท ๒ บาทต้น ๆ ครับท่านก็ไม่เอาอีกครับ ของถูก ๆ ดี ๆ แบบนี้ รัฐบาลไทย นายกรัฐมนตรีเราเขาไม่เอาครับ แต่ท่านลองดูครับ ลองไปดูเขื่อนแต่ละเขื่อน ที่รัฐบาลเรา นายกรัฐมนตรีเราไปเซ็นสัญญาขอซื้อไฟมาแถมซื้อแพงด้วยครับ มีอะไรบ้างครับ ท่านประธานลองดูได้เลยครับ กล่องสีแดงครับ อันแรกครับเขื่อนปากแบง ของบริษัท ไซน่า ต้าถัง โอเวอร์ซี สัญชาติจีน ร่วมทุนกับบริษัท กัลฟ์ เสนอขายไฟให้เราที่ ๒.๗๑ บาท อันนี้เราซื้อครับ ผมไม่เข้าใจครับ หรือถัดมาครับเขื่อนปากลายครับ ของบริษัท กัลฟ์ ร่วมทุน กับบริษัท ซิโนไฮโดร จากฮ่องกงก็ไปขอซื้อไฟเขาที่ ๒.๖๙ บาท หรือเขื่อนหลวงพระบางครับ อันนี้ร่วมทุนกันหลายเจ้าครับ ไล่ไปตั้งแต่ซีเค พาวเวอร์ ช. การช่าง บริษัท กัลฟ์ไฮโดร เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด แล้วก็บริษัท พีที อันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ครับ ไปขอซื้อไฟเขาที่ ๒.๘๔ บาท พร้อมกับให้สัญญาสัมปทานไปอีก ๓๕ ปีครับ เขื่อนเก่า ๆ ที่ผมพูดมาสัญญา ๓๐ ปีก็หรูครับ แต่อันนี้ให้กันจุก ๆ ไปเลย ๓๕ ปีครับ หรือสุดท้ายเขื่อนเซกอง 4A 4B ซึ่งเป็นของบริษัท ราช ร่วมกับบริษัท บี.กริม แล้วก็ Lao World ครับ ก็ไปตกลงการซื้อไฟ เขาที่ ๒.๗๔ บาทครับ เกือบ ๓ บาททั้งนั้นครับ นี่ยังไม่รวมเขื่อนสานะคามที่กำลังมีข้อพิพาท อยู่กับประชาชนในพื้นที่ เราก็ต้องมานั่งลุ้นกันต่อครับว่าเราจะไปเซ็นสัญญาซื้อไฟที่เท่าไร ไปเซ็นสัญญามากี่ปี แต่ถ้าให้ผมเดาเฉียด ๓ บาทแน่ ๆ ท่านประธานลองคิดดูครับ ถ้าเราไปไล่ต่อสัญญาเขื่อน อันเก่าที่มันมีราคาถูก เราจะสามารถลดปริมาณการสร้างเขื่อนใหม่ได้เท่าไร จะช่วยให้ ประเทศชาติสามารถประหยัดเงิน ช่วยให้พี่น้องประชาชนสามารถประหยัดเงินค่าไฟไปได้อีก เท่าไร แต่การที่นายกปล่อยให้เป็นอย่างนี้ ถ้าไม่ให้เรียกว่านายกรัฐมนตรีติด Glam ติดหรู จะให้ผมเรียกว่าอะไรครับ นายกรัฐมนตรีต้องอย่าเอานิสัยส่วนตัวมาใช้กับการบริหาร ประเทศ ถ้านั่นเป็นเงินของท่านใช้ไปเลยไม่มีใครว่าครับ แต่ท่านต้องอย่าลืมครับว่าเงินที่ท่าน กำลังจะควักไปจ่ายให้กับเจ้าของเขื่อนพวกนี้ที่มันมีราคาแพงท่านควักมาจากกระเป๋าสตางค์ ของพี่น้องประชาชน ทำไมครับไฟฟ้าจากเขื่อนที่มันแพงมันดีกว่าไฟจากเขื่อนที่ถูกอย่างไร มันมีโลโก Brand Name ติดหรู หรือว่าใช้แล้วไฟมันจะสว่างจ้ากว่าปกติ หรือท่านตอบเขา ไปเลยครับว่าที่ท่านเลือกท่านไม่ได้เลือกซื้อไฟจากราคา แต่ท่านเลือกซื้อไฟฟ้าจากรายชื่อ เจ้าของเขื่อนที่ท่านสนิท หรือพ่อของท่านสนิท เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นคนเขาจะเข้าใจได้ง่ายขึ้น ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีของเรายังไม่จบครับ ติด Glam ติดหรูยังไม่พอ แพทองธาร ยังไม่เห็นหัวประชาชน จงใจล็อกโควตาให้กับกลุ่มทุนพลังงาน ในแผน PDP ฉบับก่อน ๆ รัฐบาลจะมีการล็อกโควตาให้ประชาชนชัดเจนครับ ว่าจะให้พวกเขาสามารถติดตั้งโซลาร์ เซลล์บนหลังคาบ้านแล้วขายคืนรัฐบาลได้เท่าไร อย่างของ PDP ฉบับก่อนบอกว่าจะมีการ ติดตั้งโซลาร์เซลล์ทั้งหมด ๘,๐๐๐ เมกะวัตต์ เขาก็กำหนดไว้ชัดเจนว่าเป็นของพี่น้อง ประชาชน ๙๐ เมกะวัตต์ หรือประมาณ ๙,๐๐๐ หลังคาเรือน ใช่ครับ ถึงแม้จะน้อย แต่อย่าง น้อยก็กันไว้ให้ประชาชนชัดเจน ซึ่งโครงการนี้คนก็สนใจเป็นจำนวนมาก เพราะมันช่วยให้เขา ประหยัดค่าไฟได้จริง ๆ นอกจากจะได้ไฟใช้ ยังขายคือรัฐได้ด้วย เงินที่ไปซื้อแผงลงทุนติดตั้ง บนหลังคาบ้านมันก็คืนทุนเร็วขึ้น ได้มีโอกาสเปลี่ยนหลังคาบ้านตัวเองเป็นโรงไฟฟ้าน้อย ๆ โครงการดี ๆ อย่างนี้ โควตา ๙,๐๐๐ เมกะวัตต์ เต็มไปตั้งแต่กลางปี ๒๕๖๖ ท่านประธาน ผมก็หวังว่านายกรัฐมนตรีจะขยายโควตาอันใหม่ให้กับประชาชน แต่เปล่าครับ แต่เปล่าเลยครับ ในร่างแผน PDP ฉบับใหม่ไม่มีการขยายโควตาให้ประชาชนแม้แต่นิดเดียว ไม่เข้าใจครับ ทีโครงการ ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ให้เจ้าสัวนายกรัฐมนตรีรเราให้ได้ แต่ขยายโควตาให้ประชาชน จาก ๙,๐๐๐ หลังคาเรือนเพิ่มให้เขาไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ในร่างแผนก็บอกว่าจะมีการติดตั้ง โซลาร์เซลล์ทั้งหมด ๒๔,๐๐๐ เมกะวัตต์ มากกว่าเดิม ๓ เท่าครับ ถ้าเราเอาทั้งหมดไปให้กับ พี่น้องประชาชน เราสามารถช่วยเขาได้หลายล้านหลังคาเรือน แต่รัฐบาลเราไม่ได้ล็อกโควตา ไว้ให้แม้แต่ครอบครัวเดียว ประชาชนเราไม่ได้รับการประกันอะไรเลยทั้ง ๆ ที่มันเป็นอีกหนึ่ง วิธีที่มันช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับเขาได้ แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นครับท่านประธาน โครงการ โซลาร์เซลล์ทั้งหมดหลายหมื่นเมกะวัตต์นี้ มันอาจจะถูกประเคนไปให้กับกลุ่มทุนพลังงาน เพียงไม่กี่รายก็ได้ แทนที่นายกรัฐมนตรีเราจะเลือกประชาชนหลายล้านคนครับ ท่านกลับ เลือกเอื้อประโยชน์ให้กับคนไม่กี่คน นายกรัฐมนตรีทำเหมือนประชาชนต้องขอแบ่งเศษข้าว จากนายทุนกลุ่มทุนพลังงาน ทั้ง ๆ ที่โควตาพวกนี้มันควรจะเป็นของพวกเขาตั้งแต่แรก หรือแม้แต่ระยะเวลาการรับซื้อไฟฟ้า พอเป็นโครงการของกลุ่มทุนนายทุนพลังงาน ท่านบอก ว่าท่านจะไปซื้อไฟเขา ๒๕ ปี แต่พอเป็นโครงการของประชาชนท่านกลับบอกว่าจะรับซื้อ ไฟจากเขาเพียงแค่ ๑๐ ปีเท่านั้น ความยุติธรรมอยู่ตรงไหนครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ที่ผมพูดมาทั้งหมดมันแสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีแพทองธาร คนนี้กำลังเจตนาบริหาร บ้านเมืองผิดพลาด วันนี้ความจริงปรากฏต่อสายตาประชาชนอย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่แค่ความ ผิดพลาดครับ แต่มันคือการสมคบคิดระดับชาติ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนพลังงาน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นคนควบคุมเกม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจเต็มในการ หยุดยั้งกระบวนการทุจริตที่เกิดขึ้นครับ แต่สิ่งที่เราเห็นมาตลอดกลับเป็นเพียงการบ่ายเบี่ยง ตีรวน เปิดทางให้การทุจริตล็อตใหญ่ดำเนินมาได้ถึงขนาดนี้ ไม่เคยมีแม้แต่ครั้งเดียวที่ประเด็น นี้จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในที่ประชุมที่ตัวเองนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานอยู่เลยครับ มันเหมือนกับว่านายกรัฐมนตรีกำลังกดไฟเขียวให้ขบวนการปล้นชาติกำลังทำงานได้อย่าง ไหลลื่นครับท่านประธาน คำพูดสวยหรูว่าจะลดค่าไฟไม่ใช่อะไรอื่นครับ นอกจากเป็นเพียง คำโกหกหลอกลวงประชาชน แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่เข้าไปแก้ไขสัญญาทาส Adder หรือร่างแผน PDP ฉบับล่าสุดที่เต็มไปด้วยลูกเล่นสกปรกครับ เตะถ่วงไม่ให้แผนออกมา แต่เนื้อหาภายในกับเลวร้ายยิ่งกว่า ทุกอย่างในแผนถูกจัดวางกระจัดกระจายเพื่อเอื้อ ประโยชน์ให้ทุกกลุ่มทุนอย่างทั่วถึงแล้วก็เท่าเทียมแต่ไม่มีประชาชนอยู่ในนั้น ใครทักท้วง ก็ไม่ฟังครับ ใครร้องก็ถูกเมินครับ ทั้งหมดที่แพทองธารแสดงออกมาเป็นเพียงแค่แผน หลอกลวงจกตาประชาชนเพื่อปูทางเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนพลังงานเพื่อนพ่อตัวเองครับ นี่แค่แผนครับ ยังไม่รวมสัญญาการรับซื้อไฟฟ้าที่จะออกตามมาทีหลังครับ ตัวผมก็กลัวใจ เหลือเกินครับท่านประธาน กลัวหัวใจเหลือเกินว่ามันจะเกิดกรณีเดียวกับที่เกิดกับการรับซื้อ ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ที่ไปกำหนดราคารับซื้อกันเอาเองครับ ล็อกโควตา ล็อกสเปกไปเอื้อกำไรให้กับนายทุน หลายคนเขาอาจจะมองว่านี่คือความ ล้มเหลวในการบริหารของรัฐบาลชุดนี้ครับ แต่คำว่า ล้มเหลว ครับท่านประธานควรใช้กับ ผู้ที่มีเจตนารมณ์แน่วแน่ในการแก้ไขปัญหาแต่ทำไม่สำเร็จ เราถึงจะเรียกได้ว่าคือความ ล้มเหลว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครับมันเกินไปไกลกว่านั้นเยอะ มันคือความอัปยศอันแยบยลครับ จงใจปล้นเงินประชาชนเพื่อส่งต่อผลประโยชน์ให้กับนายทุนพลังงานอย่างไร้ยางอาย ท่านประธานครับ ถ้าเราจะแก้ไขปัญหาเรื่องค่าไฟเราจะยอมให้บุคคลที่ชื่อแพทองธาร คนนี้นั่งอยู่ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติต่อไปไม่ได้ครับ แต่บังเอิญครับท่านประธาน ตำแหน่งประธาน กพช. มันผูกติดกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้นผมไม่สามารถไว้วางใจแพทองธาร ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไปครับ เพราะแพทองธารคนนี้เห็นประโยชน์ของนายทุนมากกว่าประชาชน สวนทางกับสิ่งที่ตัวเอง ที่พ่อตัวเองเคยพูดไว้ สุดท้ายครับท่านประธาน สุดท้ายจริง ๆ ถ้าจะแก้ปัญหาเรื่องค่าไฟ มีเพียงแค่ทางเดียวครับ แพทองธารจะต้องออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้เร็วที่สุด ไม่มีหรอกครับประชาชนมีกินมีใช้ในยุคแพทองธาร ถ้าเป็นนายทุนพลังงานยังว่าไปอย่าง ขอบคุณครับ