ศุภโชติ วิจารณ์รัฐล่าช้าประกาศร่าง PDP เอื้อทุนพลังงาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๘

ศุภโชติ ไชยสัจ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ไม่จัดการปัญหาค่าไฟฟ้าแพงอย่างจริงจัง พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าที่สะท้อนการเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนมากกว่าประชาชน โดยชี้ว่าความล่าช้าในการประกาศแผนดังกล่าวเกิดจากเจตนาผลักดันการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทั้งที่กำลังผลิตล้นอยู่แล้ว แทนที่จะเน้นการบริหารพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

นายศุภโชติ ไชยสัจ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับท่านประธาน อย่างนั้นผมขอต่อนะครับ ๓.๗๐ บาท ที่เคยพูดไว้ยังทำไม่ได้ครับ นี่เอาอีกแล้วอาจจะต้อง ฝากท่านนายกรัฐมนตรีไปสะกิดบุพการีในครอบครัวนิดหนึ่งว่าใจเย็น ๆ อย่าเพิ่งพูด เยอะครับ ขี้โม้อย่างเดียวแต่ทำไม่ได้เดี๋ยวคนเขาจะนึกว่า Skill ปากดีครับมันส่งต่อกันได้ผ่าน ทางสายเลือด ครั้งที่แล้วครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไปลอกคำพูดของบุพการีท่านนี้มาเสียดิบดีครับ บอกว่า จะทำอย่างไรให้ลดค่าไฟเหลือ ๓.๗๐ บาท แล้วเป็นอย่างไรครับ สิ่งที่พูดออกมาแต่ละอย่างครับ บอกว่าจะไปแก้ไขสัญญาทาส พอเอาเข้าจริงครับ ไม่กล้า หรือที่บอกว่าจะไปแก้ไขเรื่องค่า ผ่านท่อก๊าซธรรมชาติครับ หน่วยงานเขาก็ทำกันไปแล้ว หรือจะไปแก้เรื่องท้องถิ่นใช้ไฟฟรีครับ ก็ยังนิ่งครับ สรุปแล้วจะเอาอย่างไรครับ ที่พูดมาทั้งหมดครับ วิธีการที่น่าทำมากที่สุดและ ควรทำมากที่สุดนะครับ อย่างการเข้าไปแก้ไขสัญญาทาสแอดเดอร์ ที่เราเคยไปซื้อไฟฟ้าจาก พลังงานสะอาดหน่วยละเกือบ ๑๐ บาท แถมเป็นสัญญาทาสที่ไม่มีวันหมดอายุ ซื้อกันไปได้ เรื่อย ๆ ครับ ประชาชนแบกรับต้นทุนตรงนี้ปีละเกือบ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งหน่วยงานครับ อย่างคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานหรือ กกพ. เขาก็ออกมาบอกครับ ยืนยันชัดเจนครับว่า ถ้าไปยกเลิกสัญญาตรงนี้ได้จะลดค่าไฟได้ทันที ๑๗ สตางค์ต่อหน่วย แต่แล้วเป็นอย่างไรครับ ล่าสุดครับ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานครับ ท้วงคำเดียวครับว่าถ้าไปยกเลิกเดี๋ยวนายทุนเขา ไม่พอใจครับ แล้วจะมาฟ้องร้องเอาได้ นายกรัฐมนตรีได้ยินแบบนี้ครับ ถอยแบบสุดซอยครับ พอต้องไปแตะนายทุน นายกรัฐมนตรีเรานิ่งไปเลยครับ ไปไม่เป็นครับ ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้อีก เลย ทั้ง ๆ ที่กฎหมายครับท่านประธาน หน่วยงานเขาก็ทำถูกแล้วครับ พอหน่วยงานเขาเห็น ว่าสัญญาทาสอันนี้มันเป็นการเอื้อให้นายทุนค้ากำไรเกินควรครับ ทำให้ค่าไฟแพง เขาก็ไป เสนอให้ยกเลิก ก็ถูกต้องแล้วครับ แทนที่ตัวเองในฐานะประธาน กพช. เรียกได้ว่าใหญ่สุด แล้วครับในเรื่องพลังงาน ควรจะมีมติออกมาให้ยกเลิกสัญญาทาสอันนี้ เป็นอำนาจของตัวเอง แท้ ๆ ครับ แต่กลับไม่ทำครับ เกรงใจไปหมดครับ เกรงใจรัฐมนตรี เกรงใจพรรคร่วม เกรงใจ นายทุน เจ้าสัว เกรงใจทุกคนครับ แต่คนเดียวที่ท่านไม่กล้าเกรงใจ ไม่กล้ารักษาผลประโยชน์ ให้ก็คือประชาชน หรือถัดมาครับ ตอนที่ท่านแถลงผลงานของตัวเอง ๙๐ วันครับ ผมจำได้ดีครับ ท่านบอกว่าจะแก้ไขเรื่องค่าผ่านท่อก๊าซธรรมชาติที่มันมีความซ้ำซ้อน อยู่มากครับ บอกว่าการลงทุนในตอนสร้างท่อมันคืนทุนไปหมดแล้วครับ มันมีการจ่ายค่าเสื่อม ไปหมดแล้วครับ แต่มันก็ยังถูกนำมาคิดในราคาก๊าซธรรมชาติในค่าไฟอยู่ครับ พูดเสียดิบดีครับ เยอะแยะอย่างนั้นเยอะแยะอย่างนี้ครับ ผมก็ไปดูเรียกหน่วยงานเข้ามาชี้แจงให้ข้อมูล ในชั้นกรรมาธิการครับ ปรากฏว่าเรื่องที่นายกรัฐมนตรีพูดเรื่องค่าเสื่อมของท่อก๊าซธรรมชาติ หน่วยงานเขาแก้กันไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ แล้วครับ นี่นะครับท่านประธาน ประกาศเขาก็เขียนไว้ ชัดเจนครับว่าเรื่องของราคาท่อก๊าซ มีการคิดค่าเสื่อมเข้ามาเรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้มันแสดงถึง อะไรครับ มันแสดงถึงการที่นายกรัฐมนตรีของเราไม่มีความรู้พื้นฐานอะไรเลยครับ ไม่รู้ไปจำ ขี้ปากใครเขามาครับ ผมขออย่างเดียวครับ บริหารประเทศอย่าไปจำคำพูดเขามา มันอายครับ หรือท่านไม่อายครับ หรือที่ท่านบอกว่าจะเข้าไปแก้เรื่องท้องถิ่นใช้ไฟฟรี ถ้าท่านจะไปยกเลิก โควตาค่าไฟฟรีของท้องถิ่นท่านก็ต้องมีวิธีการที่ดี เพราะไม่อย่างนั้นหน่วยงานเขาก็มาขอตั้ง งบประมาณแผ่นดินมาจ่ายค่าไฟตรงนี้อยู่ดีครับ สุดท้ายครับสิ่งที่ท่านพูดมันก็แค่การเอา กระเป๋าซ้ายมาจ่ายแทนกระเป๋าขวาครับ อย่างไรก็เอาเงินภาษีของพี่น้องประชาชนมาใช้ เหมือนกันครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานจะเห็นได้เลยนะครับว่านายกรัฐมนตรี ที่ชื่อแพทองธาร ไม่มีความตั้งใจที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาเรื่องค่าไฟแพงครับ ไปจำเขามาทั้งนั้น ครับ ไม่มีแม้แต่ภาวะผู้นำในการบริหารประเทศ โดนพรรคร่วมขี่คอครับ เขาว่าซ้ายก็ซ้าย เขาว่าขวาก็ขวาครับ เชื่องเหลือเกินครับ แต่มีสิ่งหนึ่งครับท่านประธาน มีสิ่งหนึ่งครับที่ผม ยืนยันได้ว่านายกรัฐมนตรีของเราเก่งที่สุดครับ เก่งจริง ๆ ครับเรื่องนี้ คือการพิทักษ์ ผลประโยชน์ของกลุ่มทุนพลังงาน ดูได้จากอะไรครับ ดูได้จากสิ่งที่สะท้อนออกมาในร่างแผน พลังงานชาติหรือพีดีพีอันล่าสุดครับ ซึ่งเป็นแผนพลังงานที่สำคัญที่สุดของประเทศครับ เหมือนรัฐธรรมนูญทางด้านค่าไฟครับ เป็นแผนที่บอกว่าจะสร้างโรงไฟฟ้าอะไร จะสร้าง เมื่อไร สร้างมาก สร้างน้อยแค่ไหน เรียกได้ว่าถ้าค่าไฟคนเรามันจะถูกจะแพงมันก็ขึ้นอยู่กับ แผน PDP อันนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน กพช. อำนาจอยู่ในมือ มีสิทธิที่จะชี้นิ้วสั่งว่าจะเอาอย่างไร กำหนดนโยบายพลังงานผ่านแผน PDP ได้เลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตัวร่างที่ออกมาล่าสุดมันก็มี ปัญหาครับ ปัญหาอย่างแรกเรื่องของระยะเวลา ร่างแผนมันก็ออกมาตั้งนานครับ ผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์มาแล้วเรียบร้อยครับ แทนที่จะรีบเอา Comment เอา Feedback ให้หน่วยงานกลับไปแก้ไขแล้วปล่อยแผนตัวจริงออกมาแต่นายกรัฐมนตรี ก็ยังเตะถ่วงให้แผน PDP ฉบับนี้ออกมาล่าช้า เอาให้ช้าที่สุดครับ ลากกันมาตั้งแต่รัฐบาลที่ แล้ว ผมก็นึกว่าจะเสร็จกันตั้งแต่นายกรัฐมนตรีเศรษฐา แต่ก็ไม่เสร็จครับ ลากกันมาเรื่อย ๆ จนถึงนายกรัฐมนตรีแพทองธาร มันเป็นไปได้อย่างไร แผน PDP ฉบับนี้ครับท่านประธาน กำหนดการเดิมของมันนี่มันควรจะเสร็จตั้งแต่ปี ๒๐๒๒ เปลี่ยนชื่อมาแล้วตั้งกี่ครั้งปี ๒๐๒๓ ปี ๒๐๒๔ ปัจจุบันปี ๒๐๒๕ ผมว่าเหลืออีก ๙ เดือนหมดปีแต่ก็ไม่เสร็จ ผมว่าเราได้ใช้แผน PDP ฉบับใหม่กันปีหน้าแน่นอน ทำไมครับ ทุก ๆ ครั้งที่มันมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี มันจะต้องไปเจรจาขอค่า Clear กันใหม่หรืออย่างไร มันถึงได้ช้าขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว มันไม่ได้ติดอะไรเลยครับ ร่างแผนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลยมาเป็นปีแล้ว ไม่ต้องมาทำ เป็นพูดคำว่ากำลังแก้อยู่ กำลังปรับอยู่ ถ้าจะแก้จริง ๆ มันเสร็จไปตั้งนานแล้ว ท่านประธานครับ ที่แผน PDP มันออกมาช้าขนาดนี้มันมาจาก ๒ สาเหตุครับ

สาเหตุแรก เพราะนายกรัฐมนตรีอยากจะ Clear ปัญหาโครงการค้างท่อ ให้แล้วเสร็จก่อนครับ อ้ายพวกโครงการทุจริตการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ที่มันมาจากแผนเก่าครับ ทั้งล็อกสเปก ล็อกโควตาแล้วยังไปซื้อไฟมาแพงรวมกัน เราเสียหายเป็นแสนล้านบาทครับ บอกมาตรง ๆ เลยครับว่าขอ Clear ปัญหาตรงนี้ให้กับ นายทุนก่อน ให้นายทุนเจ้าของโรงไฟฟ้าเขาเข้ามาเซ็นสัญญาก่อนจะได้ไม่มีใครไปยกเลิก สัญญา ไปยกเลิกสัมปทานของเขาได้ แล้วก็สาเหตุที่ ๒ ครับท่านประธาน ที่ประกาศช้า เพราะนายกรัฐมนตรีต้องการยัดโครงการของนายทุนให้เข้ามาอยู่ในแผน ก็เพราะว่าถ้าได้ ใส่เข้ามาในแผนเมื่อไรมันหมายความว่าโรงไฟฟ้าสัมปทานมันได้สร้างแน่ถูกต้องไหมครับ ในร่างครับท่านประธาน ผมจำได้หมดครับว่าจะมีโรงไฟฟ้าอะไร สร้างขึ้นมาเมื่อไร สร้างขึ้นมาปีไหน ที่ไหนบ้าง แต่ไม่ใช่อยู่ดี ๆ พอมีการประกาศแผนออกมาแล้วมีโครงการ โซลาร์เซลล์ ๕๐๐ เมกะวัตต์แถวอีอีซี หรือโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่สนามบินอู่ตะเภาโผล่ เข้ามาในแผนแบบนี้ไม่เอานะครับ เรียกได้ว่าที่แผนออกมาช้าเพราะแพทองธารกำลังช่วย นายทุนทุกคนได้หมดครับ ไม่ยอมให้มีใครต้องตกขบวนแม้แต่คนเดียวครับ ท่านประธานครับ ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่การที่นายกรัฐมนตรีจงใจเตะถ่วงให้แผนออกมาช้าแค่อย่างเดียวครับ แต่ตัวเนื้อหาของร่างแผน PDP ฉบับใหม่ก็เป็นปัญหา ตั้งแต่ที่ร่างแผน PDP ฉบับนี้ออกมา ครับมันก็มีการเรียกร้องจากภาคนักวิชาการ ภาคประชาสังคมตั้งเท่าไรครับ ประชาชนเขา รวมตัวกันยื่นหนังสือถึงรัฐบาล ขอให้มีการทบทวน ขอให้มีการแก้ไขแผนพลังงานชาติฉบับนี้ เรียกร้องกันมาเป็นปีครับ แต่นายกรัฐมนตรีแพทองธารเราไม่สนใจคำทักท้วงอะไรเลยครับ ทั้ง ๆ ที่ท่านสามารถแก้ได้ง่าย ๆ ครับ ตำแหน่งที่ท่านเป็นอยู่สามารถเคาะโต๊ะทีเดียวครับ ขอให้มีการแก้ไขเอาให้เสร็จกันภายใน ๑ ปีท่านก็ทำได้ครับ ผมไม่เข้าใจทีจะไปแจกจ่าย สัมปทานให้กับกลุ่มทุนพลังงานท่านดูตั้งใจเร่งเอาให้เสร็จ เอาให้เร็ว แต่พอเป็นของ ประชาชนท่านกลับเตะถ่วงครับ เห็นได้อย่างชัดเจนครับว่าการที่นายกรัฐมนตรีไม่ยอมออก ร่างแผนเพราะเขากำลังที่จะวางแผนการทุจริตเชิงนโยบายครั้งใหม่ครับ เพื่อเอื้อประโยชน์ ให้กับกลุ่มทุนพลังงานกันแบบจุก ๆ ครับ อย่างแรก ผมเรียกได้ว่ามันเป็นสิ่งที่น่าอัปยศที่สุด ในแผนอันใหม่คือนายกรัฐมนตรีเรากำลังจะสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม รู้ทั้งรู้ครับว่าค่าไฟของพี่น้อง ประชาชนแพงเพราะอะไร รู้ทั้งรู้ครับว่าโรงไฟฟ้าในประเทศของเรามันมีเยอะเกิน ต้องจ่าย ค่าความพร้อมจ่ายให้กับเจ้าของโรงไฟฟ้าฟรี ๆ ปีละหลายหมื่นล้านบาท ตอนนี้ครับ ท่านประธานไปถามใครก็ได้ครับเขายังรู้เลยครับว่าค่าความพร้อมจ่ายคืออะไร เจ้าสัว พลังงานของเมืองไทยรวยขึ้นมาได้อย่างไร ต่อให้เจ้าสัวไปสร้างโรงไฟฟ้าแล้วโรงไฟฟ้านั้นไม่ได้เดินเครื่องเลยเขาก็ยังได้เงินไปครับ แต่นายกรัฐมนตรีแพทองธารของเราก็ยังจะโกงเพิ่ม ยังปั๊มโรงไฟฟ้าให้เจ้าสัวพวกนี้ไม่หยุด ในแผน PDP ฉบับใหม่ครับท่านประธาน นายกรัฐมนตรีปล่อยให้หน่วยงานปั้นตัวเลขเพื่อ สร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม ปั้นตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตสูงเกินจริงครับ ปั้นตัวเลข ปลอม ๆ ว่าเราจะต้องใช้ไฟฟ้าเยอะมากเพื่อที่จะให้กลุ่มทุนพลังงานได้สร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มได้ นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ครับท่านประธาน ในอดีตมันก็เคยมีการทำผิดพลาดอย่างนี้มาตลอดครับ ท่านประธานดูได้จากกราฟที่ผมนำมาโชว์ครับ กราฟเส้น ๆ ที่มันพุ่ง ๆ มันคือการพยากรณ์ ความต้องการใช้ไฟฟ้า ส่วนกราฟแท่ง ๆ สีฟ้าด้านล่างมันคือการใช้ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจริงครับ เรามีการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าหลายครั้งตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งหมดก็เพื่อ จะได้วางแผนถูกครับว่าจะต้องสร้างโรงไฟฟ้าเท่าไร แต่ท่านประธานจะเห็นได้เลยครับว่า ไม่มีปีไหนเลยที่กราฟแท่งมันจะสูงเลยกราฟเส้นครับ มันหมายความว่าอย่างไรครับ ท่านประธานมันหมายความว่าเราประมาณการความต้องการใช้ไฟฟ้าไม่ค่อยตรงกับค่า ที่เราใช้จริงครับ เผื่อเหลือเผื่อขาดมาตลอดครับ แต่เราไปสร้างโรงไฟฟ้าเผื่อรอไว้แล้วครับ ซึ่งพื้นที่ที่อยู่ระหว่างกราฟเส้นกับกราฟแท่งมันคืออะไรครับ มันคือโรงไฟฟ้าที่ถูกสร้างมาแล้ว ไม่ได้เดินเครื่อง ปัญหาเรื่องนี้มันเกิดซ้ำมาเรื่อย ๆ ครับท่านไม่ต้องมาอ้างเพราะว่าโควิดที่ทำ ให้เรามีโรงไฟฟ้าล้นครับ แต่เป็นเพราะเราเองนั่นละครับที่ไปสร้างโรงไฟฟ้าเผื่อมาตลอด เผื่อกันจนเป็นดินพอกหางหมูครับ จนปัจจุบันเรามีโรงไฟฟ้าล้นอย่างที่เป็นอยู่ จ่ายค่าความ พร้อมจ่ายฟรี ๆ ปีละ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ทำกันมาอย่างนี้ครับ ยอมให้นายทุนพลังงาน มาปล้นประชาชนผ่านค่าไฟไปได้เรื่อย ๆ ตัวนายกรัฐมนตรีแล้วก็พรรคเพื่อไทยรับรู้ถึง ปัญหาดี หลายคนในพรรคครับคุณจุลพันธ์ครับ ขอโทษที่ต้องเอ่ยนามครับ