วรภพ วิริยะโรจน์ ตั้งข้อสังเกตการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเฟส 2 รอบ 3,600 เมกะวัตต์ ที่ไม่มีความโปร่งใส โดยเฉพาะการไม่ประกาศเกณฑ์การคำนวณคะแนนเทคนิคล่วงหน้า ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมการสานต่อนโยบายที่อาจเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ศาลปกครองเคยมีคำสั่งทุเลาชั่วคราวโครงการพลังงานลม 1,500 เมกะวัตต์จากเฟสแรก 5,200 เมกะวัตต์ ด้วยเหตุผลเดียวกัน และวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดใหม่ที่เร่งลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับเอกชนใน
รับทราบครับท่านประธาน ต้องอธิบายอย่างนี้ครับว่าการมีเพื่อนเจ้าสัวไม่ได้ผิดอะไร ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ได้สานต่อหรือ เอื้อประโยชน์ใด ๆ แต่มันไม่ใช่แบบนั้นครับ เพราะการรับซื้อไฟฟ้าเฟส ๒ รอบ ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ก็ยังคงซ้ำรอยเดิมกับเฟสแรกครับ คือยังคงไม่มีการประกาศหลักเกณฑ์คำนวณ คะแนนเทคนิคออกมาล่วงหน้า คือนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ยังคงเลือกที่จะสานต่อ การจิ้มเลือกอีกรอบครับ สงสัยจิ้มเลือกให้กลุ่มทุนพลังงานรอบเดียวเขายังไม่จุใจครับ นี่จึงเป็นประเด็นทุจริตนโยบายที่ ๔ ของการรับซื้อไฟฟ้าหมุนเวียนเฟส ๒ รอบ ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ ที่นายกรัฐมนตรีตั้งใจและเจตนาที่จะสานต่อทุจริตนโยบายครับ ต้องถือว่า นายกรัฐมนตรีเรียนรู้เร็ว ลอกเลียนเก่งครับ ตั้งใจที่จะสานต่อการจิ้มเลือกกลุ่มทุนพลังงาน อีกรอบ และเรื่องราวมันก็จะพามาสู่ความผิดที่ ๒ ของการสานต่อทุจริตนโยบายที่ถือว่าเป็น ความผิดทุจริตนโยบายที่สำเร็จไปแล้วครับ เมื่อรัฐบาลได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า เฟสแรกรอบ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ ให้กับเอกชนกลุ่มทุนพลังงานที่สนิทสนมกับนายกรัฐมนตรี และครอบครัวไปเรียบร้อยแล้วครับ Highlight ของความผิดทุจริตนโยบายเพราะการสานต่อ ขบวนการค่าไฟแพงจะเริ่มจากตรงนี้ครับ จากสาเหตุที่มันมีข้อพิรุธที่ไม่มีการประกาศ หลักเกณฑ์คำนวณคะแนนเทคนิคล่วงหน้าออกมา มันจึงมีเอกชนที่เขายื่นในโครงการ พลังงานลมในเฟสแรกรอบ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ เขารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมครับ เขาจึง ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอคำสั่งให้มีการทุเลาชั่วคราว พูดง่าย ๆ คือมาขอศาลปกครอง ให้เบรกโครงการชะลอโครงการนี้ออกไปก่อน และศาลปกครองเพชรบุรี คดีดำที่ ๕๓/๒๕๖๖ วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๖ และศาลปกครองกลาง คดีดำที่ ๑๘๐๓/๒๕๖๖ วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ ก็ได้มีคำสั่งทุเลาชั่วคราวการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานลม ซึ่งในคำสั่งทุเลาชั่วคราว นี่ครับทั้ง ๒ ศาลระบุมาชัดเจนมากว่ากระบวนการคัดเลือกไม่มีความโปร่งใส ไม่มีความ ยุติธรรมและเป็นเหตุให้ประเทศชาติเสียประโยชน์ได้ ๒ ศาลปกครองเขาระบุแบบที่ผมพูดมา เป๊ะ ๆ จึงมีคำสั่งทุเลาชั่วคราวโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนพลังงานลมที่เป็น สัดส่วน ๑,๕๐๐ เมกะวัตต์ จากทั้งหมด ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ไว้ก่อน คือเบรกโครงการเฉพาะ พลังงานลมครับ อย่าเพิ่งให้รัฐบาลไปลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า เพราะประเทศชาติ จะเสียหายได้ ซึ่งในกระบวนการพิจารณาของศาลปกครองก็พบข้อมูลหนึ่งที่ตอกย้ำครับ ว่าที่จริงแล้ว กกพ. เขามีหลักเกณฑ์การคำนวณคะแนนเทคนิคอยู่ในกระเป๋า เพียงแต่ว่า หลักเกณฑ์ในการคำนวณคะแนนเทคนิคกำหนดหลังวันปิดรับยื่นโครงการไปแล้ว ๔ วัน ครับท่านประธาน และไม่ประกาศต่อสาธารณะด้วย คือรอให้เอกชนมายื่นโครงการกัน ให้ครบ แล้วถึงมากำหนดวิธีการคำนวณคะแนนเทคนิค มันเหมือนสอบแข่งเข้ามหาวิทยาลัยเลยครับ ให้ผู้สมัครเขียนคำตอบส่งให้ครบก่อน ส่งคำตอบกันครบแล้วค่อยมากำหนดวิธีการให้คะแนนคำตอบครับ แบบนี้คนที่อยากจะล็อก อยากจะจิ้มเลือกเขาก็สอบได้แน่นอนครับ นี่ละครับศาลปกครองเขาถึงมีคำสั่งทุเลาชั่วคราว ออกไปแบบนี้ ถึงตรงนี้ครับ ผมถามท่านประธานง่าย ๆ ในเมื่อโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงาน หมุนเวียนเฟสแรกรอบ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ นอกจากพลังงานลม ๑,๕๐๐ เมกะวัตต์แล้ว มันก็มีพลังงานแสงอาทิตย์อีก ๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ เป็นกระบวนการคัดเลือกเหมือนกับ พลังงานลมเลย คือไม่เปิดประมูลและไม่มีการประกาศหลักเกณฑ์คำนวณคะแนนเทคนิค ล่วงหน้าออกมาเหมือนกัน แล้วในเมื่อเป็นรัฐบาลชุดใหม่แล้วเข้ามาทำหน้าที่จะตัดสินใจ อย่างไรกับการรับซื้อพลังงานแสงอาทิตย์ส่วนที่เหลืออีก ๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ ที่เป็นการริเริ่ม โดยรัฐบาลชุดที่แล้ว แต่มีคำสั่งทุเลาชั่วคราวจากพลังงานลมที่ยืนยันมาแล้วว่าจะเป็นเหตุ ให้ประเทศชาติเสียประโยชน์ได้ ผมก็ถามวิญญูชนร้อยทั้งร้อย ถามคนไทยที่ต้องจ่ายค่าไฟ แพงทุกคน ผมว่าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารัฐบาลชุดใหม่ก็คงต้องให้ชะลอเพื่อไปศึกษา ข้อเท็จจริงกันก่อน เพราะมันเริ่มโดยรัฐบาลชุดที่แล้วด้วย ถูกไหมครับท่านประธาน แต่น่าเสียดายครับท่านประธาน มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ เพราะตั้งแต่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๖ ๓ สัปดาห์หลังมีคำสั่งทุเลาชั่วคราว ศาลปกครองเพชรบุรี ๑ สัปดาห์หลังมีคำสั่งทุเลาชั่วคราว จากศาลปกครองกลาง รัฐบาลก็ได้เร่งรีบลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับเอกชนที่ได้รับ คัดเลือกพลังงานแสงอาทิตย์ไปเรียบร้อยแล้วครับท่านประธาน เร่งรีบลงนามสัญญาซื้อขาย ไฟฟ้าให้กับเพื่อนนายกรัฐมนตรีและก๊วนกอล์ฟพ่อนายกรัฐมนตรีโดยไม่สนใจใยดีต่อคำสั่ง ทุเลาชั่วคราวของศาลปกครอง ๒ ศาล ที่ระบุไว้ชัดเจนว่ากระบวนการคัดเลือกนั้นไม่โปร่งใส ไม่ยุติธรรม คือพอเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชนรัฐบาลก็อ้างว่าศึกษาให้รอบคอบ แต่พอไปเรื่องประโยชน์กลุ่มทุนพลังงานรัฐบาลไม่มีรีรออะไรทั้งนั้น เอาสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ไปเลย นี่กลัวว่าพี่น้องประชาชนหรือสื่อมวลชนเขาจะรวมพลังกันคัดค้านครับเขาเลยต้อง เร่งรีบลงนามสัญญาไปแล้ว ราวกับรับคำสั่งมา ราวกับว่าการลงนามในสัญญามันเป็น ส่วนหนึ่งของ Deal จัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วมันถึงรวดเร็วแบบนี้ และถ้าย้อนกลับไปดูช่วง ก่อนเลือกตั้งครับ มันจะยิ่งตอกย้ำถึงความผิดของการสานต่อทุจริตนโยบายขบวนการค่าไฟ แพงได้เป็นอย่างดีครับ เพราะเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๖๖ ก่อนเลือกตั้ง ๑ เดือน เฟซบุ๊ก Page พรรคเพื่อไทยที่นายกรัฐมนตรีแพทองธารชินวัตรเป็น Candidate นายกรัฐมนตรี เขาก็คัดค้านโครงการไฟฟ้าหมุนเวียนเฟสแรกรอบ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์