ประวิตร วงษ์สุวรรณ อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีจากปัญหาการบริหารเศรษฐกิจที่ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อน ทั้งหนี้ครัวเรือนสูง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่เหมาะสม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความบกพร่องในนโยบายต่างประเทศ ความมั่นคง และประเด็นจริยธรรมของผู้นำ รวมถึงการถือครองทรัพย์สินและอิทธิพลครอบงำพรรคการเมือง ซึ่งอาจขัดรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใส โดยย้ำว่าการตัดสินควรอยู่ที่ประชาชนเป็นผู้พิพากษา
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ได้เข้าชื่อเสนอญัตติอภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้มีพฤติการณ์อันไม่อาจไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้ต่อไปอีก
ประเด็นแรก การดำเนินนโยบายทางด้านเศรษฐกิจผิดพลาดล้มเหลว วันนี้ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส เกิดปัญหาทุกข์ยากทุกหัวระแหง ปัญหาปากท้องไม่ได้ รับการแก้ไขอย่างที่รัฐบาลได้ให้คำมั่นสัญญา พนักงานถูกเลิกจ้าง บริษัท ห้างร้านปิดกิจการ จำนวนมาก การแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุดผิดที่ผิดทาง ประชาชนเกิดปัญหาหนี้สินทั้งในระบบ และนอกระบบ หนี้ครัวเรือนสูงถึง ๑๐๔ เปอร์เซ็นต์ ราคาข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง ราคาอ้อย ปาล์มน้ำมัน พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ตลาดหุ้นดำดิ่ง เศรษฐกิจไทยมืดมน รัฐบาลกลับนิ่งเฉย ไม่มีมาตรการใด ๆ มาแก้ปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องประชาชน จริง ๆ ผมพยายามเอาใจช่วย ท่านนายกรัฐมนตรีให้แก้ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชนได้สำเร็จนะครับ เพราะเห็นว่า นายกรัฐมนตรีเคยบริหารด้านเศรษฐกิจมาก่อน ด้านธุรกิจมาก่อน คงมีประสบการณ์ที่จะมา ช่วยประเทศชาติได้บ้าง แต่ปรากฏว่านายกรัฐมนตรีไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ซ้ำยังถอยหลังไปอีกจนจีดีพีของไทยรั้งท้ายในกลุ่มประเทศอาเซียน และที่สำคัญคือ การตัดสินใจที่ผิดพลาด ขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจด้วยการตัดงบประมาณ นับแสนล้านบาทที่ควรจะอัดฉีดเข้าสู่เศรษฐกิจ แต่นายกรัฐมนตรีกลับเอาเงินก้อนนี้ไปแจก เงินหมื่น ซึ่งธนาคารโลกและกองทุนไอเอ็มเอฟได้ออกมาเตือนแล้วว่าการแจกเงินหมื่น ไม่ได้ผลควรกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการต่าง ๆ แทน ถ้านายกรัฐมนตรีได้ศึกษาข้อมูล เศรษฐกิจอย่างรอบคอบในทุกด้านวันนี้คนไทยคงจะไม่ลำบากทุกข์ใจในเรื่องปากท้องอย่าง แสนสาหัสเช่นนี้ ท่านจะนำพาประเทศให้รอดพ้นปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร
ประเด็นต่อมา ผมห่วงประเทศชาติเป็นอย่างมากและไม่สบายใจต่อการ ดำเนินนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงคือเรื่อง MOU44 ที่วันนี้ท่านพาประเทศชาติไปสู่ ความเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดนและทรัพยากรทางทะเลมูลค่ามหาศาล ที่น่าเศร้าใจคือ ลูกเรือของประเทศไทยที่นายกรัฐมนตรีรับปากว่าจะนำกลับมา แต่นี่ก็ผ่านมา ๔ เดือนแล้ว ก็ยังไม่ได้กลับ ในฐานะที่ผมทำงานด้านความมั่นคงมาตลอดทั้งชีวิตเป็นผู้บัญชาการทหารบก เป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผมทราบดีว่า งานด้านความมั่นคงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ จำเป็นต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ ในหลาย ๆ มิติอย่างมาก ผมเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีที่ต้องมาเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องที่ท่าน ไม่มีประสบการณ์ แต่เรื่องความมั่นคงของชาติสำคัญอย่างยิ่ง ประเทศชาติไม่ใช่เวทีที่จะให้ มือสมัครเล่นมาซ้อมมือได้นะครับ
ประเด็นที่ ๓ การบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะ ร่างกฎหมายประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรที่เรียกว่า Entertainment Complex รัฐบาลพยายามที่จะผลักดันมันมีช่องทำให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ส่วนตน และพวกพ้อง ขอย้ำว่ากาสิโนจะนำชาติไปสู่ความหายนะอันตรายอย่างที่สุด เพราะจะทำให้ สังคมอ่อนแอและเกิดธุรกิจสีเทาติดตามมาอีกมาก ซึ่งทุกวันนี้การปล่อยปละละเลยในเรื่อง ต่าง ๆ ก็ส่งผลให้ไทยได้กลายเป็นแหล่งฟอกเงินธุรกิจสีเทา ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม และพนันออนไลน์มากมายอยู่แล้ว
อีกประเด็นสำคัญคือนายกรัฐมนตรีขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ (๔) และ (๕) ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ท่านได้ทำนิติกรรมอำพรางยื่นบัญชี ทรัพย์สินอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เรื่องการถือหุ้นบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นที่ดินธรณีสงฆ์ ท่านไม่ควรแสวงประโยชน์ในทางที่ผิด นอกจากนั้นท่านได้ปล่อยปละละเลยให้บุคคล ในครอบครัวมากระทำให้เกิดผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ ท่านประธานที่เคารพ การที่ บุคคลในครอบครัวของท่านนายกรัฐมนตรีได้เรียกแกนนำของพรรคการเมืองไปพูดคุยในการ จัดตั้งรัฐบาลที่บ้านจันทร์ส่องหล้าและบุคคลในครอบครัวของท่านนายกรัฐมนตรีทำตัวเป็น ผู้มีอิทธิพลเหนือพรรคส่อไปในทางครอบงำหรือไม่ เรื่องนี้ขอให้เป็นไปตามการตรวจสอบของ องค์กรที่เกี่ยวข้องต่อไป ผลจะเป็นอย่างไรนั้นผมเชื่อว่าประชาชนเป็นผู้ตัดสินท่านเอง ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนั้นไม่ใช่กล่าวหาด้วยความอคติ แต่ตามหลักฐานข้อเท็จจริงทุกประการ สส. ของพรรคพลังประชารัฐอีก ๔ ท่าน จะนำเสนอในรายละเอียดต่อไป ผมขอขอบคุณ ทุกท่านในที่นี้ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ประชาชนทุกคนที่รับฟังในสิ่งที่ผมพูด ผมเป็น คนพูดไม่เก่งอาจไม่กระฉับกระเฉงเท่ากับตอนเป็นหนุ่ม ๆ ผมจึงใช้ใจบันดาลแรงบริหารประเทศ ให้สำเร็จมาได้หลายอย่าง ส่วนนายกรัฐมนตรีเป็นคนหนุ่มสาวที่ยังแข็งแรง ผมเชื่อว่า ท่านบริหารประเทศด้วยสติปัญญา มีความอ่อนน้อมแต่หนักแน่นในหลักการ ยึดถือประโยชน์ ของประเทศชาติมากกว่าครอบครัวและพวกพ้อง ประชาชนจะชื่นชมและยอมรับท่านเอง ผมขอจบเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ โชคดีครับ