สุธรรม จริตงาม อภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร โดยกล่าวหาว่านางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นบุคคลที่ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์ ขาดจริยธรรม มีพฤติกรรมเอาเปรียบประชาชน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและครอบครัว เป็นที่ตั้งโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสุธรรม จริตงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากพรรคพลังประชารัฐให้อภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๑ โดยผมขอตั้งข้อกล่าวหาว่านางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นบุคคลที่ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีพฤติการณ์เอาเปรียบประชาชน เอาเปรียบสังคม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและครอบครัว เป็นที่ตั้งโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติเป็นสำคัญ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร จึงเป็นบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติและไม่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีโดยประการทั้งปวง เหตุที่ผมต้องตั้งข้อกล่าวหาท่านรุนแรงเช่นนี้ไม่ได้เป็น เพราะว่าผมมีเหตุขุ่นเคืองหรือว่าโกรธเคืองอะไรท่านเป็นการส่วนตัว แต่ว่าเพราะว่าเป็น พฤติการณ์ของท่านที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เข้าไปถือครองและทำมาหากินในที่ดินอันเป็นที่ ธรณีสงฆ์ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของวัดธรรมิการาม โดยท่านได้เข้าถือหุ้นในบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ต คลับ จำกัด เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ดังที่ท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ ได้อภิปรายลงรายละเอียด ไว้แล้วนะครับ ซึ่งบริษัทนี้เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในเจ้าของที่ดินธรณีสงฆ์แปลงนี้และใช้ที่ดิน แปลงนี้ในการประกอบกิจการสนามกอล์ฟนะครับ ผมเองเพื่อความราบรื่นในการอภิปราย ป้องกันการประท้วงเนื้อหา เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกัน ข้อเท็จจริงเดียวกัน ดังนั้น เพื่อความกระชับในการอภิปรายเพื่อไม่ให้สภาแห่งนี้ต้องเสียเวลามากเกินไปอันเนื่องมาจาก การประท้วง ผมจึงขอข้ามไปสไลด์ที่ ๔ จะได้ง่ายแล้วก็ราบรื่นในการอภิปราย แต่ก่อนที่จะ ลงลึกในรายละเอียดผมเองก็ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ที่ได้อุตส่าห์ตอบ ข้ออภิปรายของท่านพลเอก ประวิตร โดยตอบสั้น ๆ แล้วยิ้มอย่างผู้ชนะว่าทุกอย่างที่ ท่านประวิตรพูดนั้นไม่เป็นความจริง จริง ไม่จริงทุกคนตัดสินเองครับ ประชาชนตัดสิน ข้อเท็จจริงที่ท่านจุลพงศ์กล่าวมานั้นล้วนปรากฏเอกสารตามกฎหมาย ตามหนังสือราชการ จริง ไม่จริงทุกท่านย่อมทราบดี ผมเองก็อยากฟังว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะชี้แจงอธิบายเรื่องนี้ อย่างไรด้วยตัวท่านเอง รอฟังครับท่านผู้ชมว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร รอฟังครับท่านประธาน ดังนั้นเพื่อให้รู้ว่าข้อเท็จจริงในเรื่องราวเหล่านี้ศาลได้พิพากษายุติว่าอย่างไร ผมเองจึงมี ความจำเป็นที่จะต้องอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ซึ่งได้ถึงที่สุดแล้ว เนื่องจากศาลฎีกา ไม่อนุญาตให้ฎีกา โดยศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยวินิจฉัยไว้ว่า เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ จำเลยคือนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ในขณะนั้น จำเลยดำรงตำแหน่งรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย แล้วจำเลยกลับไม่ปฏิบัติตามความเห็น ของคณะกรรมการกฤษฎีกา เช่นนี้เชื่อว่าย่อมมีเหตุจูงใจที่จะทำให้ความคิดในการปฏิบัติงาน ของจำเลยเปลี่ยนแปลงไป ดังจะเห็นได้ว่าในขณะที่จำเลยเป็นอธิบดีกรมที่ดินขณะนั้น พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ผู้ซื้อสนามกอล์ฟอัลไพน์จากนายเสนาะยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ขณะที่จำเลยดำรงตำแหน่งรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๔๕ พันตำรวจโท ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว การที่จำเลยพิจารณาอุทธรณ์โดยไม่ปฏิบัติตาม ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงน่าเชื่อว่าเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ ที่มิควรได้ให้แก่จำเลยเพื่อหวังให้พันตำรวจโท ทักษิณ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้จำเลย ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในภายหลัง ซึ่งปรากฏต่อมาว่าจำเลยก็ได้ดำรงตำแหน่งเป็น ปลัดกระทรวงมหาดไทยจนเกษียณอายุ จากนั้นจำเลยก็มีตำแหน่งทางการเมือง ในขณะที่ พันตำรวจโท ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี และยังเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้สำหรับ บริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตท จำกัด และบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด ผู้ซื้อที่ดินจากวัดธรรมิการามวรวิหาร และผู้ซื้อที่ดินต่อมา รวมถึงพันตำรวจโท ทักษิณ ด้วย โดยไม่ถูกเพิกถอนการจดทะเบียนโอน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริตที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดมานั้นศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริต และประพฤติมิชอบเห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น นี่ละครับคำพิพากษาของ ศาลอุทธรณ์ที่บ่งชี้ให้เห็นว่าข้อเท็จจริงในคดีนี้ ข้อกฎหมายในคดีนี้ได้ยุติลงแล้วเนื่องจากศาล ฎีกาได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้มีการฎีกาและแล้วในวันที่ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา จำเลยในคดีคือท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ต้องขออภัยที่จำเป็นต้องเอ่ยนามท่าน เพราะว่าท่านเป็น