ชัชวาล แพทยาไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดยตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งด้านนโยบายเศรษฐกิจที่ไม่สอดคล้องกับผลลัพธ์จริง โดยเฉพาะปัญหาของเกษตรกรที่ยังคงเผชิญวิกฤติขาดทุนจากราคาสินค้าตกต่ำและต้นทุนสูง รวมถึงความล้มเหลวของนโยบายเพิ่มรายได้เกษตรกรและการดูแลภาคปศุสัตว์และประมง อีกทั้งตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในโครงการ Entertainment Complex และร่าง พ.ร.บ. การท่าเรือฯ ที่อาจเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะการเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินเพื่อสร้างท่าเรือมาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์และสถานบันเทิง ซึ่งเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบายและก่อปัญหาสังคมรุนแรง เช่น การพนัน ฟอกเงิน และค้ามนุษย์ โดยไม่มีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของนายกรัฐมนตรีที่อาจถูกครอบงำโดยบุคคลใกล้ชิด และการผลักดันนโยบายคาสิโนที่ขัดกับคำเตือนจากทั้งในและต่างประเทศ โดยอ้างถึงโศกนาฎกรรมส่วนตัวจากการพนันที่ส่งผลให้สูญเสียครอบครัว จึงเรียกร้องให้ทบทวนนโยบายและแสดงความไม่ไว้วางใจในการบริหารประเทศต่อไป
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย วันนี้ผมขอลุกขึ้นทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านในการอภิปราย ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ตามรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๕๑ โดยผมเห็นว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นผู้มีพฤติการณ์อันไม่อาจไว้วางใจให้บริหาร ราชการแผ่นดินในฐานะนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับญัตติของผู้นำฝ่ายค้าน ที่สมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ร่วมลงชื่อในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ท่านประธานครับ ผมขอเริ่มต้นด้วยถ้อยแถลงที่ว่าสิ่งที่ควรทำท่านไม่ทำ สิ่งที่ควรทำท่านกลับเร่งจะทำ ที่ผมต้องได้กล่าวคำนี้เพราะมันสอดคล้องกับข้อกล่าวหาของท่านนายกรัฐมนตรีที่ว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีคุณสมบัติและไม่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายบริหาร ด้วยประการทั้งปวง ขาดภาวะความเป็นผู้นำ ขาดวุฒิภาวะ ขาดความรู้ความสามารถ และขาดเจตจำนงในการบริหารราชการแผ่นดิน ในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติ และประชาชน ส่งผลทำลายภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศชาติครับท่านประธาน ผมขออนุญาตย้อนกลับไปวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแห่งนี้ ท่านได้ กล่าวคำสวยหรู เป็นสัญญาประชาคมที่ฟังดูเหมือนจะเป็นอนาคตที่สดใสให้กับประเทศชาติ และประชาชน โดยประกาศว่าจะยกระดับเกษตรกรรมให้ทันสมัย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร ดูแลทรัพยากรน้ำให้เพียงพอ จัดการปัญหา ยาเสพติดให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ขอเปิดคลิปวิดีโอสักนิดหนึ่งครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพและเสียง)
ท่านประธานครับ ความเป็นจริงสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศกลายเป็นเพียงวาทกรรมขายฝันที่ไม่มีใครตื่นขึ้นมาเจอ ความจริงที่ดีขึ้น พี่น้องเกษตรกรไทยยังคงเผชิญวิกฤติ ไม่สามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นจากการ ทำเกษตรกรรม การแก้ไขปัญหายาเสพติดที่บอกว่าเด็ดขาดครบวงจรกลายเป็นเพียงลมปาก ผู้เสพยังล้นคุก ผู้ค้ายังลอยนวล ท่านประธานครับ ผมขอรื้อฟื้นความทรงจำของรัฐบาล กับนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้ โดยเฉพาะการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรเป็น ๓ เท่า ภายในปี ๒๕๗๐ ชาวนาจากเคยทำนาขายข้าวได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ก็จะขายข้าวได้ ๓๐,๐๐๐ บาท เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว จากเดิมขายวัวได้ตัวละ ๒๐,๐๐๐ บาท ก็จะขายได้ตัวละ ๖๐,๐๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนคิดและเข้าใจจากถ้อยแถลงของท่านนายกรัฐมนตรีครับ จนป่านนี้ ผ่านมาครึ่งทางยังไม่เห็นสัญญาณว่าพี่น้องเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง ๓ เท่า ได้อย่างไร คุณภาพชีวิตเกษตรกรกลับแย่ลง สิ้นหวัง มองไม่เห็นความมั่นคงในอาชีพที่ บรรพบุรุษส่งต่อให้ ราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ ต้นทุนสูง ขาดแคลนปัจจัยการผลิต น้ำไม่มี ดินไม่ดี ปุ๋ยแพง น้ำมันแพง พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ แข่งขันในตลาดไม่ได้ ท่านประธานครับ ในมือของผมนี่คือข้าวเปลือก ข้าวเปลือก ๒ กิโลกรัมถึงจะสีได้ข้าวสาร ๑ กิโลกรัม ท่านประธานครับ วันนี้ราคาข้าวเปลือกสดนาปี ราคากิโลกรัมละ ๑๐ บาท ข้าวเปลือกสดนะครับ ท่านอาจจะแก้ตัววันนี้ราคาข้าวเปลือกมันอยู่ที่ ๑๕ บาท นั่นมันราคาข้าวแห้งท่านประธานครับ ชาวนาไม่มีข้าวแห้งขายล่ะครับ เพราะเขาร้อนเงิน ยิ่งนาปรังยิ่งไปกันใหญ่ท่านประธานครับ ปัจจุบันข้าวเปลือกนาปรังอยู่ที่กิโลกรัมละ ๕ บาท วันที่ ๓๑ มีนาคมนี้ถึงครบกำหนดจ่ายหนี้ ธ.ก.ส. ชาวนาบางคนยังอับจนหนทาง ไม่รู้จะไปต่ออย่างไรท่านประธานครับ ตอนนี้ชาวนาเดือดร้อนทั้งแผ่นดิน วันนี้ก็มีตัวแทนพี่น้องเกษตรกรชาวนามาปักหลักอยู่ที่ หน้ารัฐสภาแห่งนี้ เขาอยู่ไม่ได้ครับ ที่อยู่ไม่ได้เพราะว่าไม่ใช่ราคาถูกอย่างเดียว ที่มันอยู่ไม่ได้ เพราะต้นทุนมันสูง ถ้าราคาขายข้าวเปลือกกิโลกรัมละ ๖ บาท แล้วต้นทุนทำนามันอยู่ กิโลกรัมละ ๓ บาทนี่เขาไม่มาประท้วงหรอกท่านประธานครับ ที่เขามาประท้วงทุกวันนี้ เพราะเขาขาดทุน เขาไม่มีกำไรจากการทำนา เพราะต้นทุนการทำนาอยู่ที่กิโลกรัมละ ๖ บาท ๗ บาท ๘ บาท ๙ บาทแล้วท่านประธานครับ ล่าสุดท่านประธานครับมาตรการห้ามเผา ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยว่าท้ายที่สุดเราต้องงดเผาตอซัง แต่ปัญหาคือชาวนาไม่ได้เตรียมการก่อน สิ่งที่ทำมาคือเป็นการเพิ่มขั้นตอนและเพิ่มต้นทุนในการทำงานให้กับพี่น้องชาวนา ซ้ำร้าย ท่านประธานครับ มาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลก็ไม่ชัดเจน มาตรการด้านการผลิตที่เรียกว่า เงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ก็ต้องคอยลุ้นครับว่าแต่ละปีจะมีต่อหรือไม่ มาตรการด้านพยุงราคาที่รัฐบาลมีอยู่ ๆ มาตราเดียว คือมาตรการสินเชื่อชะลอการขายและ สินเชื่อรวบรวมที่ให้สถาบันมีสภาพคล่องช่วยซื้อข้าวนำตลาด ก็ล่าช้ากว่าจะอนุมัติชาวนา ขายข้าวไปอยู่ในมือโรงสีหมดส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกนาปรัง นาปี ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ ท่านประธานครับ สถาบันเกษตรกรหลายแห่งวันนี้ขาดสภาพคล่องจนไม่สามารถรับซื้อข้าว จากชาวนาได้ ทำให้ชาวนาจำนวนมากต้องจำใจขายข้าวเปลือกในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน คนที่ ได้ประโยชน์ไม่ใช่ชาวนาครับ ข้าวเปลือก ๒ กิโลกรัม กิโลกรัมละ ๖ บาทมีต้นทุนอยู่ที่ ๑๒ บาท สีแล้วได้ข้าวสาร ๑ กิโลกรัม ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ ๓๕ บาท ส่วนต่าง ๒๓ บาท ผมไม่ได้กล่าวหาครับว่าใครได้ประโยชน์ แต่ที่แน่ ๆ เงินส่วนต่างนี่ไม่ได้เข้ากระเป๋าชาวนา ท่านประธานครับ ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน พี่น้องชาวนาออกมาเรียกร้องให้ รัฐบาลแก้ไขปัญหา แต่ได้รับคำตอบว่าให้ไปปลูกกล้วยแทนการปลูกข้าว แล้วเช่นนี้จะให้ผม ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้อย่างไรครับ ไม่ต่างไปจากราคาวัวมีชีวิต ที่ตกต่ำต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ จนถึงปัจจุบัน เกษตรกรจำใจต้องเลี้ยงวัวด้วยน้ำตา เพราะถ้า ขายก็ขายขาดทุน วัวล้นตลาด ปัญหาวัวเถื่อน ปัญหาโรคระบาด ส่งออกวัวไปยังประเทศ เพื่อนบ้านไม่ได้ เพื่อนสมาชิกในสภาก็ร่วมกันอภิปรายปัญหาความเดือดร้อนต่อสภาหลายต่อ หลายครั้งแต่รัฐบาลก็นิ่งเฉย ล่าสุดพี่น้องชาวประมงจาก ๑๙ จังหวัดต้องออกมาประท้วง หน้าทำเนียบ เทปลาหมอคางดำถึง ๕ ตัน เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ท่าน นายกรัฐมนตรีทำคือรับดอกไม้ในทำเนียบไม่ยอมออกมาพบพี่น้องชาวประมง ปล่อยให้ ตำรวจผลักดันพี่น้องเกษตรกรกลับบ้าน พี่น้องเกษตรกรไร่มันเจอปัญหาวิกฤติตกต่ำที่สุด ในรอบหลายปีตั้งแต่มีรัฐบาลมา เกิดจากอะไรนั่นหรือครับ ไม่ทราบครับ อาจจะเกิดจาก ผู้มีอำนาจลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ นี่คือการขาดภาวะ ความเป็นผู้นำ ที่ผู้นำต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ไม่ใช่บริหารแบบเดิม ๆ ตัวท่านเอง ก็เคยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดก่อน ๆ เอาไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ แล้งปีนี้หลายพื้นที่ กำลังจะเข้าสู่วิกฤติขาดแคลนน้ำ ที่บ้านคูเมือง ตำบลคูเมือง อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด พี่น้องยังต้องทนใช้น้ำประปาขุ่น ๆ ดำ ๆ คุณภาพต่ำ ๆ เหมือนกับอีกหลายหมู่บ้านทั่วภาคอีสาน และทั่วประเทศ ที่ต้องใช้คำว่าอยู่ไปวัน ๆ กับน้ำที่ไม่ควรต้องทน ในขณะที่ปัญหากองอยู่ต่อ หน้าคนที่ควรรับผิดชอบกับลอยตัวเนื้อปัญหาทำเป็นไม่เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน น้ำไม่มี น้ำไม่ไหล น้ำใช้ไม่ได้ แต่กลับมีบางคนบริหารไปวัน ๆ แบบนี้จะหวังให้คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีไป พร้อม ๆ กันได้อย่างไร หรือ Slogan พวกนี้เอาไว้พูดตอนน้ำไหลอย่างเดียวท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะที่อีกปัญหาที่พี่น้องประชาชนทุกหนทุกแห่งพูดเป็นเสียง เดียวกันว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะแก้ไขปัญหายาเสพติดตอนกี่โมง ผมลงพื้นที่พบปะพี่น้อง ประชาชนหลายต่อหลายคนเดินมาจับมือแล้วถามด้วยแววตาที่หมดหวังท่านประธานครับ ผู้แทนเฮ็ดจั่งได๋ยาบ้าสิหมดจักเทือ รัฐบาลเฮ็ดอีหยังอยู่ ทั้งที่รัฐบาลประกาศว่าจะจัดการกับ ยาเสพติดอย่างจริงจังตั้งแต่ ๒ ปีที่ผ่านมา ยาเสพติดยังไม่หมดไปตามที่เคยหาเสียงไว้ คำถาม คือรัฐบาลกล้าฟาดฟันขบวนการใหญ่หรือไม่ ทำไมยังคงไล่จับผู้เสพและพ่อค้ารายย่อย แต่ปล่อยให้เจ้าพ่อค้ายายังเดินหน้าลอยนวล แล้วเมื่อไรปัญหานี้จะหมดไป รัฐบาลเคย ประกาศยุทธศาสตร์ปลุก เปลี่ยน ปราบ โดยให้เห็นผลภายใน ๙๐ วัน แต่ความจริงคือ ท่านยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง มีเพียงการแถลงข่าวการจับกุมเป็นครั้งคราว ทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในรัฐบาลนี้ คดียาเสพติดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ต้องขังคดี ยาเสพติดคิดเป็น ๗๔ ของนักโทษทั้งหมด สาเหตุเพราะท่านนายกรัฐมนตรีไม่จริงใจกับการ แก้ไขถึงต้นตอของการแพร่ระบาด ไม่ว่าจะเป็นระบบกฎหมายที่ยังมีช่องโหว่ กระบวนการ ยุติธรรมที่ล่าช้าส่งผลให้ผู้ค้ายาเสพติดใช้เงินเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด อีกทั้งนโยบายที่เปลี่ยนไป วนมา เช่น การเปิดเสรีกัญชาโดยไม่มีมาตรการควบคุม ยิ่งทำให้ปัญหายาเสพติดมีความ ซับซ้อนมากขึ้น ท่านประธานครับ จากที่ผมได้อรรถาธิบายมาในข้างต้นผมกำลังจะชี้ให้ ท่านประธานเห็นว่าผมไม่สามารถไว้วางใจให้ท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร บริหาร ราชการแผ่นดินต่อไปได้ เพราะที่ผ่านมาสิ่งที่ควรทำท่านไม่ทำ ปัญหาของพี่น้องประชาชน ยังคงกัดกินคุณภาพชีวิตของพี่น้อง แต่ในทางกลับกันท่านกับเลือกที่จะทำในสิ่งที่ยังไม่ควรทำ โดยเฉพาะการมุ่งมั่นผลักดันนโยบายให้พี่น้องประชาชนตกเป็นทาสของอบายมุข อย่างโครงการนโยบาย Entertainment Complex โดยมีกาสิโนสอดไส้ และอีกหลาย นโยบายที่ชวนสงสัยว่ามันสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติได้จริงหรือ ท่านประธานที่เคารพ พี่น้องประชาชนทุกท่านตามผมมาครับ ผมจะชี้ให้เห็นถึงนโยบายที่ส่อไปในทางทุจริต เพราะโครงการนี้จะมอมเมาประชาชนให้ลุ่มหลงในอบายมุขให้เป็นหนี้เป็นสินมากขึ้นจน กลายเป็นปัญหาร้ายแรงทางสังคม และผลพวงจากนโยบายนี้ โดยนโยบาย Entertainment Complex เป็นแนวคิดที่รัฐบาลต้องการหารายได้จากการท่องเที่ยวโดยสร้างพื้นที่เพื่อความ บันเทิงอย่างครบวงจร ทั้งโรงแรม ห้างสรรพสินค้า สนามกีฬาและกาสิโน โดยหวังว่าโครงการ ดังกล่าวนี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาท่องเที่ยวประเทศไทยให้มากขึ้น แต่ท่านประธานครับ นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศที่มาท่องเที่ยวประเทศไทยเขาตั้งใจ เดินทางมาชมศิลปวัฒนธรรม ชมธรรมชาติ ชิมอาหารที่เป็นของดีที่มีอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ในประเทศไทย โครงการนี้จึงไม่น่าจะตอบโจทย์นักท่องเที่ยว แต่เมื่อทราบความจริง ถึงบางอ้อท่านประธานครับ เพราะโครงการ Entertainment Complex นี้มีกาสิโนซ่อนอยู่ ลองคิดดูครับ จะมีประชาชนต่อต้านมากเพียงใด หากท่านนายกรัฐมนตรีประกาศนโยบาย รณรงค์หาเสียงนี้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่พรรคของท่านนายกรัฐมนตรีไม่รายงานต่อ กกต. ถึง นโยบายกาสิโนหรือไม่ สักครู่ผมจะบอกข้อมูลว่ารัฐบาลเตรียมประเคนทรัพย์สินภาครัฐ เพื่อเอื้อประโยชน์เอกชนผ่านโครงการ Entertainment Complex อย่างไร ซึ่งเป็นการ ทุจริตเชิงนโยบายอย่างชัดเจน
ประการแรก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บริหารงานราวกับ เป็นหุ่นเชิด ในการจัดทำโครงการ Entertainment Complex โดยเจ้าของนโยบายที่แท้จริง เป็นผู้มีบารมีนอกรัฐบาลซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวของท่านนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนิน โครงการดังกล่าวตาม Time Line ดังนี้
วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๗ บุคคลในครอบครัวของท่านนายกรัฐมนตรีได้ไป ออกอากาศในรายการ Dinner Talk ในหัวข้อ Vision For Thailand ๒๐๒๔ ซึ่งเป็น ๑ ใน ๑๔ Vision คือโครงการ Entertainment Complex กำหนดงบลงทุนการลงทุนแห่งละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในกรุงเทพมหานคร ส่วนต่างจังหวัดงบลงทุนแห่งละ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งนี้ก่อนหน้านั้นในวันที่ ๒๙ เมษายน ถึง วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๗ สื่อมวลชนรายงานว่า บุคคลในครอบครัวท่านนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อดูพื้นที่โครงการ Entertainment Complex จากนั้นวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๗ ท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาในข้อ ๗ ระบุว่า รัฐบาลจะส่งเสริมโครงการ Entertainment Complex ซึ่งสอดรับกับ Vision ของบุคคลในครอบครัวท่าน ต่อมาวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๘ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ หลักการร่าง พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งถือว่าท่านนายกรัฐมนตรี ได้เริ่มนโยบายที่ส่อไปในทางทุจริตเชิงนโยบายอย่างเป็นทางการแล้ว ท่านประธานครับ ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของท่านไม่มีนโยบายที่จะให้มีกาสิโนแต่ประการใด วิญญูชน คาดการณ์ได้ว่าอาจมีบุคคลใดได้ประโยชน์จากเงินใต้โต๊ะจากใบอนุญาตกาสิโนหรือไม่ หากมีการทำนโยบายการพนันออนไลน์ก็เป็นการเปิดช่องให้มีการหารายได้ที่มิชอบด้วย กฎหมายให้กับตนเองและพวกพ้อง ส่อว่าเป็นการทุจริตเชิงนโยบายได้เช่นเดียวกัน หากท่าน หรือพวกพ้องจะไม่มีพฤติกรรมเช่นนี้ก็ขอให้ประกาศกลางสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ครับ ให้ประชาชนได้รู้ว่ากาสิโนและพนันออนไลน์จะไม่มีเงินใต้โต๊ะ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอฝากคำถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรี
ประเด็นที่ ๑ เหตุใดในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งจึงไม่มีนโยบายกาสิโน ท่านเกรงว่าประชาชนจะต่อต้านโครงการดังกล่าวหรือไม่ ถ้าไม่เกรงประชาชนต่อต้านเหตุใด ไม่เปิดเผยในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
ประเด็นที่ ๒ เหตุใดโครงการสำคัญเช่นนี้จึงไม่รายงานต่อ กกต. รวมทั้ง ไม่ระบุถึงงบประมาณที่จะใช้จ่ายในโครงการทั้งโดยตรงและโดยอ้อมที่จะนำทรัพย์สินของ ทางราชการไปเอื้อการลงทุนของกลุ่มทุน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในการประชุมครั้งนั้นมีการพิจารณา พ.ร.บ. การท่าเรือแห่งประเทศไทย โดยคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ เป็นที่น่าสงสัยครับว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ส่อปูทางเอื้อต่อธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรหรือไม่ เพราะเมื่อดูในรายละเอียด ในร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวพบว่าร่างมาตรา ๘ (๓) และมาตรา ๙ (๑๒) ได้เพิ่มสาระสำคัญให้ การท่าเรือแห่งประเทศไทยสามารถดำเนินธุรกิจนอกเหนือจากกิจการของการท่าเรือ ซึ่งกำหนดวัตถุประสงค์ไว้เฉพาะธุรกิจการท่าเรือ สาระสำคัญที่เพิ่มขึ้นท่านประธานครับ คือการกำหนดวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการอื่น ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ที่กว้างมากและน่าจะ เป็นปัญหาขัดกับวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างท่าเรือ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๔๘๐ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างท่าเรือเท่านั้น ดังนั้นการนำพื้นที่ไป พัฒนาโครงการอื่น ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการท่าเรือจึงอาจขัดต่อกฎหมายอย่างชัดแจ้ง
ประการสำคัญอีกประการหนึ่งท่านประธานครับ การท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้เปิดแผนผัง Model การพัฒนาท่าเรือคลองเตยบนพื้นที่ ๒,๓๕๓ ไร่ จัด Zoning สร้าง Smart City Smart Port Smart Community พร้อมรับนโยบาย Entertainment Complex ท่านประธานที่เคารพครับ ในร่าง พ.ร.บ. การท่าเรือแห่งประเทศไทย มาตรา ๙ (๑๐) ได้เพิ่ม วัตถุประสงค์ของการท่าเรือแห่งประเทศไทยว่าลงทุนหรือเข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่น หรือ ถือหุ้นให้บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนทั้งในและนอกราชอาณาจักรเพื่อประโยชน์แก่ กิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย การแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๙ (๑๐) ดังกล่าวสอดคล้อง กับผู้บริหารของการท่าเรือที่ให้สัมภาษณ์ว่า การแก้ไข พ.ร.บ. การท่าเรือ ทำให้การท่าเรือ สามารถทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้ ทั้งลงทุนเองและเป็นผู้ร่วมงาน อะไรที่การท่าเรือชำนาญก็จะ ทำเอง อะไรที่ไม่ชำนาญก็ให้บริษัทลูกรับร่วมกับผู้เชี่ยวชาญหรือจะเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้น นี่คือ เหตุผลชัด ๆ ว่าแก้ พ.ร.บ. การท่าเรือครั้งนี้รองรับโครงการ Entertainment Complex ท่านประธานที่เคารพครับ พอการเมืองเข้าไปแทรก ไปหาประโยชน์ก็แก้ไขวัตถุประสงค์ของ การจัดตั้งการท่าเรือให้ผิดเพี้ยนไปจากเดิม นี่คือการเตรียมการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนในการ ใช้อำนาจจากอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ และเตรียมการใช้งบประมาณในการพัฒนาอสังหาเพื่อ ประโยชน์ในโครงการ Entertainment Complex ส่อกระทำการทุจริตเชิงนโยบายอย่างชัดแจ้ง ท่านนายกรัฐมนตรีจึงเป็นเพียงหุ่นเชิดของนโยบายนี้ครับ จะปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ด้วยเหตุผล อย่างไร ทั้งการแก้ พ.ร.บ. การท่าเรือ ทั้งการเตรียมแผนพัฒนาโดยใช้งบประมาณของรัฐบาล ไปสนับสนุน ท่านประธานครับ หากโครงการนี้ดำเนินการไปจนแล้วเสร็จผมเกรงว่าจะสร้าง ความเสียหายให้กับประเทศชาติและประชาชน ปัญหาด้านสังคมตามมาอีกมากมาย ปัญหา ด้านอาชญากรรม ปัญหาด้านการฟอกเงิน เมืองที่มีกาสิโนไปตั้งอยู่จะกลายเป็นเมืองบาปครับ เพื่อให้เห็นภาพ ผมจะขอยกตัวอย่างประเทศรอบ ๆ บ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นพม่า กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ ซึ่งมีกาสิโนถูกกฎหมายครับ ทุกประเทศล้วนมีปัญหาอาชญากรรม รายได้จาก กาสิโนไม่ได้นำมาซึ่งความเจริญครับ นำมาซึ่งความอยู่ดีของพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นแหล่งก่ออาชญากรรมค้ามนุษย์ Call Center ฟอกเงินของกลุ่มสีเทา เราเพิ่งเห็นภาพการค้ามนุษย์ที่เห็นภาพแก๊ง Call Center ไปทำงานยังบ่อนกาสิโน ในประเทศเพื่อนบ้านถูกจับกุมจำนวนมาก เราต้องการให้ประเทศของเรามีสภาพเป็น อย่างนั้นหรือท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผียาเสพติดมีอยู่มากมายทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ทุกวันนี้รัฐบาลยังแก้ไขไม่ได้เป็นปัญหาสังคมที่หนักหนาสาหัส รัฐบาลยังจะ ส่งเสริมให้มีผีพนันให้เต็มบ้านเต็มเมืองอีก แล้วประชาชนทั่วไปจะอยู่กันอย่างไร ที่ผ่านมา รัฐบาลมักจะยกตัวอย่างกาสิโนของสิงคโปร์ ท่านประธานครับ ในการสร้างรายได้ให้กับ ประเทศ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าสิงคโปร์ใช้เวลาในการศึกษาโครงการนี้เป็นเวลา กว่า ๑๐ ปี ภายใต้กฎหมายที่เข้มงวดเพื่อให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด ในขณะที่ประเทศเรา ใช้เวลาไม่กี่เดือนในการทำให้การพนันถูกกฎหมายไร้การรองรับชนิดที่เรียกว่าคิดไปทำไป เพื่อใครสักคน ท่านคิดจะเลียนแบบแต่ไม่คิดจะเรียนรู้ สนใจแต่ตัวเลขรายได้ แต่ไม่สนใจว่า โครงสร้างการควบคุมดูแลของตนนั้นอ่อนแอเพียงใด
ประการสำคัญอีกหนึ่งประการท่านประธานครับ การบังคับใช้กฎหมายของ กาสิโนมันเข้มข้นเป็นประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชันน้อยมาก อยู่อันดับ ๓ ของโลกแล้วครับ ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศไทยอยู่อันดับที่ ๑๐๘ จากทั่วโลก มันเทียบไม่ติดกับสิงคโปร์ ท่านประธานครับ เมื่อไม่นานมานี้ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะเพิ่งไปเยือน ประเทศจีน การเยือนจีนของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาได้พบกับ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง (Xi Jinping) สื่อมวลชนรายงานว่าผู้นำจีนส่งคำเตือนพร้อมคำแนะนำว่า หากไทยเดินหน้ากาสิโนอาจนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ มากมาย แต่เมื่อกลับมาถึงประเทศไทยนายกรัฐมนตรีไม่สนใจคำเตือน กลับเดินหน้าต่ออย่างเร่งรีบจัด ทั้งการเร่งรัดให้กฤษฎีกาพิจารณากฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน ๕๐ วัน ขณะเดียวกันก็ เดินหน้า พ.ร.บ. การท่าเรือ นี่คือข้อสงสัยท่านประธานครับ ในอดีตองค์พระประมุขของชาติ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ สมเด็จพระปิยะมหาราช ทรงเสด็จประภาสยุโรป ในปี ๒๕๔๐ ทรงมี พระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระยาดำรงราชานุภาพ มีความตอนหนึ่งที่สำคัญมาก ที่ท่านทรง กล่าวว่า ภัยของบ่อนกาสิโน หากชาวบางกอกได้รู้ได้ไปเล่นฉิบหายกันไม่เหลือ หลังจากนั้น เมื่อเสด็จกลับไทยทรงพระราชทานนโยบายให้เลิกบ่อน ทั้งที่ทำรายได้ให้รัฐบาลปีละกว่า ๖๐๐,๐๐๐ บาท กว่าจะเลิกได้ใช้เวลาหลายสิบปีครับ สิ่งสำคัญที่สุดท่านประธานครับ พวกเราในนามพรรคไทยสร้างไทย คงยอมไม่ได้ที่จะให้ราชอาณาจักรไทย คำที่มีความหมาย สูงยิ่งหมายถึงประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เปลี่ยนจากประเทศที่มี วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม มีความศิวิไลซ์ ใต้ร่มพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเราต้อง กลายเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยอบายมุข เป็นแหล่งพนันของยาเสพติดและแหล่งฟอกเงิน การไม่ฟังคำทักท้วงจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคณาจารย์ องค์กรทางศาสนา สภาพัฒน์ กฤษฎีกา ซึ่งมีความเห็นในเบื้องต้นว่ารายได้ที่เกิดจากการพนันนี่ไม่ได้ส่งผลดีต่อ จีดีพีเลย ตลอดจนคนที่อยู่ในครอบครัวท่านได้แสดงวิสัยทัศน์ในงาน Dinner Talk และลงพื้นที่ จังหวัดภูเก็ตเพื่อดูงานสะท้อนว่ามีการเตรียมการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ท่านประธานครับ หากกระบวนการที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นไปโดยสุจริต เหตุใดรัฐบาลไม่นำนโยบายนี้ ขอความเห็นจาก กกต. ซึ่งในท้ายที่สุดประชาชนตัวเล็ก ๆ จะได้ประโยชน์อะไรจากนโยบาย ส่งเสริมอบายมุขที่เร่งผลักดันอยู่ในขณะนี้ ก่อนจะสิ้นสุดการอภิปรายในครั้งนี้ท่านประธานครับ การเป็นผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะผู้แทนในระบบเขต ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานกับพี่น้องประชาชน อยู่เสมอ มี ๑ คลิป ภาพสะเทือนใจที่ผมอยากจะให้ฟังครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นี่เป็นงานศพของน้องชายผมคนหนึ่ง เป็นเยาวชนอายุ ๑๘ ปีครับ มีครอบครัวอบอุ่น เป็นเด็กดี เป็นที่รักของเพื่อน แต่ด้วยความ เป็นเด็กหนุ่มชอบลอง เริ่มลองเล่นพนันจนติด ท้ายที่สุดถอนตัวไม่ได้ เงินที่ได้มาหมดไปกับ การพนัน จากตาละบาทกลายเป็นตาละร้อย จากเสียหลักร้อยกลายเป็นเสียหลักแสน ท้ายที่สุดหมดตัวหาทางออกไม่ได้ เลือกจบชีวิตตนเอง กระทำอัตวินิบาตกรรม เหตุการณ์ ในครั้งนั้นครับสร้างความเสียใจให้กับครอบครัวญาติมิตรเพื่อนฝูงเป็นอย่างยิ่ง นี่ไม่ใช่ความ สูญเสียครั้งสุดท้ายที่เกิดจากการพนันครับ ถ้ายังเดินหน้านโยบายนี้ต่อ อันความตายนี่แขวนคอ ทุกบาดยาง ตื่นขึ้นมื๊ออื่นเซ้าเห็นหน้าจั่งว่ายัง มนุษย์ทั้งหลายมีความตายเป็นที่สุด เราไม่ สามารถอยู่บนโลกนี้ได้โดยการท้าทายกฎเวลาครับ สักวันหนึ่งเราก็ต้องจากโลกนี้ไป แต่สิ่งที่ จะอยู่จีรังยั่งยืนนั่นคือผลงานที่ท่านสร้างไว้ครับ หากท่านยังดำเนินงานเป็นไปตามที่ผมได้ กล่าวมามันจะกลายเป็นมรดกบาปให้ลูกหลานในรุ่นต่อ ๆ ไปครับ ผมจึงขอเรียกร้องให้ท่าน นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลพินิจพิจารณาในเรื่องนี้ให้ละเอียดถี่ถ้วน ทำในสิ่งที่สำคัญจำเป็น ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมได้อธิบายมาทั้งหมดทั้งปวงจึงเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล ที่ต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน ตามที่ได้แถลงนโยบายกับสภาแห่งนี้ กลับดำเนินการล้มเหลว ความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชนไม่ดีขึ้น ซ้ำร้ายยังจะฝืนนำนโยบายอันจะพาบ้านเมืองนี้ตกต่ำลงไป กระผมในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนจึงไม่สามารถไว้วางใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป ด้วยความเคารพครับท่านประธาน