สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๘

วรภพ วิริยะโรจน์ หารือเรื่องร่าง พ.ร.บ. ประมง โดยเน้นย้ำถึงมาตรา ๖๙ และขอให้มีการพูดคุยกันและหาข้อสรุปในกรรมาธิการร่วม โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับเกณฑ์พื้นที่ในการประมงและการควบคุมการใช้เรือปั่นไฟ

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรค ประชาชนครับ วันนี้ผมขออภิปรายในญัตติที่สมาชิกวุฒิสภาส่งร่าง พ.ร.บ. ประมงนี้กลับมา ซึ่งแน่นอนในวาระนี้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ต้องตัดสินใจมีเพียงแค่ ๒ ทางเลือกว่าจะ เห็นชอบทั้งหมดที่ สว. แก้มาทั้ง ๖ มาตราเลย หรือจะให้มีการตั้งกรรมาธิการร่วมกันของ ๒ สภา ซึ่งแน่นอนครับประเด็นที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดก็คือมาตรา ๖๙ สาระสำคัญก็คือว่ากฎหมายที่ทาง สส. ได้เสนอแก้ไปก็คือบอกว่าจากเดิมที่ใช้อวนล้อมจับ ที่เล็กกว่า ๒.๕ เซนติเมตรในเวลากลางวันทำได้อยู่แล้ว แต่ในเวลากลางคืนจะสามารถ ผ่อนผันเฉพาะนอกเขต ๑๒ ไมล์ทะเลตามที่รัฐมนตรีกำหนดหรือไม่ ซึ่งแน่นอนประเด็นนี้ทาง สว. ก็คือเห็นแก้ไขให้กลับไปใช้ตามร่างกฎหมายเดิม ก็เลยเป็น ประเด็นที่พี่น้องประชาชนอาจจะให้ความสนใจจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนครับในส่วนของ ประเด็นนี้ผมก็ขออนุญาตให้ความเห็นแบบนี้ครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องมีการพูดคุยกัน แล้วก็เห็นด้วยตรงกันครับว่าในข้อความในมาตรานี้เองก็อาจจะต้องมีการปรับปรุงและ อาจจะไม่เป็นเหมือนเดิมอย่างที่ร่าง สส. ได้เสนอไปก็ได้ ถ้าได้มีการพูดคุยกันและมีการ หาข้อสรุปในกรรมาธิการร่วม แล้วมันก็ควรจะต้องมีกรอบพิจารณาในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าผมเองก็เคยอภิปรายยืนยันไปแล้วว่าในเรื่องของประเด็นนี้มันจะไม่มี การเพิ่มจำนวนเรืออวนล้อมจับนี้ครับ

ข้อที่ ๒ เกณฑ์พื้นที่ในเขต ๑๒ ไมล์ทะเล ถ้าเอาตามข้อมูลวิชาการก็ยืนยันว่า มันอาจจะไม่พอ ก็คือต้องมากกว่า ๑๒ ไมล์ทะเลขึ้นไปเท่านั้น และถ้ามีความชัดเจนก็ควร จะต้องมีการระบุมาเลยว่าเป็นพื้นที่ไหน เพราะว่าในข้อมูลทางวิชาการก็อาจจะพบว่าพื้นที่ ทางฝั่งอันดามันอาจจะมีความเปราะบางหรือว่าแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกปลามากกว่าในฝั่ง อ่าวไทย แล้วก็รวมถึงการใช้เรือปั่นไฟ เพราะแน่นอนครับในข้อมูลทางวิชาการก็พบเช่นกัน ว่าการใช้เรือปั่นไฟ โดยเฉพาะในเขตอันดามันก็จะได้ติดลูกปลาหรือว่าสัดส่วนปลาอื่นเข้ามา ได้มากกว่าฝั่งอ่าวไทย ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้ที่ในการพูดคุยของกรรมาธิการร่วมอาจจะ กำหนดเป็นพื้นที่ออกมาให้มีความชัดเจนไปเลยก็ได้ว่าถ้าเป็นอย่างฝั่งอันดามันอาจจะไม่ให้ใช้ ปั่นไฟไปเลย แต่แน่นอนไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหนก็ตามการใช้ปั่นไฟมันต้องมีการควบคุม และใน พ.ร.บ. การประมง นี้เองมันก็มีหลักเกณฑ์ที่สามารถออกกติกามาเพื่อควบคุมการใช้เรือ ปั่นไฟได้ ไม่ใช่เฉพาะเรืออวนล้อมจับแต่เพียงอย่างเดียว และเรื่องของฤดูครับก็ต้องยืนยัน ไม่ได้มีในที่เราพูดคุยกันในกรรมาธิการของ สส. เอง ไม่ได้มีใครคิดตรงกันว่าจะต้องทำ กลางคืนได้ทุกเดือน ทุกวัน มันก็ต้องมีบางช่วงเวลาเท่านั้น เป็นบางฤดู บางเดือน แล้วก็ โดยเฉพาะเดือนที่มันมีเรื่องของแสงจันทร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ตรงนี้ก็อาจจะผ่อนผันได้ แม้กระทั่งรวมถึงข้อมูลสำคัญก็คือข้อมูลทางวิชาการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่า MSY ต่าง ๆ ที่ถึงเวลาก็ต้องมีการทบทวน แล้วก็ปรับปรุงให้เหมาะสมกับการใช้ผ่อนผันต่าง ๆ เหล่านี้ ดังนั้นก็เลยเป็นที่มาที่ทางผมก็ยังอยากเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการร่วม เพราะว่านอกจาก มาตรา ๖๙ นี้ มันก็ยังมีอีกหลายมาตราที่เราคิดว่าเป็นข้อกังวล ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๖๖ ที่เพื่อนสมาชิกผมก็ได้พูดไปแล้วว่าการไปตัดที่ สว. เสนอตัดมาวรรคสองนั้นก็จะทำให้การ ปล่อยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่บังเอิญติดมาได้กลับลงทะเลนี่มีความผิด แล้วก็ทำให้เกิด การบังคับใช้กฎหมายได้ หรืออย่างมาตรา ๑๑๔ ที่บอกว่ากระทำความผิดตามหลักเกณฑ์ เพียงครั้งเดียวก็ต้องถูกเลิกใบอนุญาตทำการประมงไปเลย ก็จะมองว่าเป็นโทษที่รุนแรง เกินไปได้หรือแม้กระทั่งมาตรา ๗๐ ที่บอกว่าให้มีออกกฎหมายลูกให้รวดเร็วขึ้นภายใน ๑ ปี เข้าใจครับว่ามันอาจจะมีเจตนาเพื่อให้มีกฎหมายลูกฉบับใหม่ออกมาบังคับใช้ได้เร็ว แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีจุดที่น่ากังวลครับว่า กฎหมายลูกที่ออกตามมานั้นมีการทบทวน ตามข้อมูลทางวิชาการครบถ้วนแล้วหรือยัง จึงเป็นที่มาที่คิดว่าเราก็อยากเห็นการทำประมง ที่ยั่งยืน เรื่องต้องดูอย่างทั้งการใช้ทรัพยากร แล้วก็การอนุรักษ์คู่ขนานกัน จึงเป็นที่มาที่ทาง ผมก็อยากเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการร่วมของ ๒ สภาเพื่อหาข้อสรุปกันต่อไป ขอบคุณครับ