ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ หารือเรื่องการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยขอให้พิจารณาแก้ไขมาตรา 32/1 ของกฎหมายที่ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถประชาสัมพันธ์สินค้าของตัวเองได้
ขอบคุณท่านประธานครับ ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ในมาตรานี้ ผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นไว้ เหตุผลคืออย่างนี้ท่านประธานครับ ประเด็นเรื่องโฆษณาสำหรับ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นประเด็นที่มีปัญหา มาโดยตลอดจาก พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบัน ก็คือปี ๒๕๕๑ ปัญหาหลัก ๆ มีอยู่ ๒ เรื่องครับ ใจความเดิมที่เขียนไว้เขียนว่า ห้ามผู้ใดโฆษณาหรือแสดงตราสัญลักษณ์ของเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ เพื่อมุ่งหวังให้เป็นประโยชน์ทางการค้าไม่ว่าทางตรงแล้วก็ทางอ้อม ปัญหามีอยู่ ๒ คำครับ คำแรก ก็คือการแสดงตราสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคำที่ ๒ ก็คือมุ่งหวังการค้าไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดปัญหากับ คน ๒ กลุ่มอย่างชัดเจนครับ กลุ่มแรกก็คือพี่น้องประชาชนโดยทั่วไปที่อาจจะไปสังสรรค์ หรือว่าไปบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วมีการถ่ายรูปบางอย่างติดตราสัญลักษณ์ของ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และถูกดำเนินคดี โดยเจตนาเขาเองไม่ได้มีความมุ่งหวังทางการค้า ทางตรงแต่อย่างใด แต่มีเงื่อนไขใน พ.ร.บ. ที่เขียนว่า ห้ามแสดงตราสัญลักษณ์ของเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ก็เกิดเป็นคดีความมากมายในอดีตจนถึงปัจจุบันครับ หากย้อนมาดูร่างของ ครม. ที่เสนอมีการตัดประเด็นนี้ออกไปแล้ว ซึ่งผมนับว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะร่างของ ครม. เขียนเพียงแค่ห้ามผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้นการแสดงตราสัญลักษณ์จากผู้ใด ก็ตามโดยที่ไม่ได้เป็นการมุ่งหวังประโยชน์ทางการค้าก็จะไม่ถูกดำเนินคดีให้มีความผิด เหมือนใน พ.ร.บ. ฉบับก่อนแล้วนะครับ
แต่อีกประเด็นหนึ่งที่ยังไม่ถูกแก้ไข ก็คือประเด็นเรื่องของการที่ผู้ประกอบการ รายย่อยขาดช่องทางในการประชาสัมพันธ์สินค้าของตัวเอง รัฐบาลปัจจุบันมีนโยบายที่จะ ส่งเสริมสุราชุมชนหรือว่าสุราของผู้ประกอบการรายย่อย แต่เงื่อนไขของมาตรา ๓๒ นี้ เป็นการห้ามโฆษณาโดยที่ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถประชาสัมพันธ์สินค้า ของตัวเองได้เลย หากปล่อยผ่านไปในลักษณะนี้ก็อาจจะก่อให้เกิดการเหลื่อมล้ำของการ ประชาสัมพันธ์ หรือการสื่อสารของรายใหญ่และรายเล็กมากขึ้นเรื่อย ๆ กล่าวโดยสรุปก็คือ หมายถึงรายใหญ่สามารถใช้ช่องทางอื่นในการหลีกเลี่ยงการประชาสัมพันธ์ หรือว่าใช้ข้อความ ตามวรรคสองของกฎหมายเดิมในการสื่อสารเกี่ยวกับ Brand ของตัวเองได้บ้าง ในระหว่างที่ รายเล็กไม่มีโอกาสที่จะสื่อสารได้เลย เป็นเหตุผลที่ผมจำเป็นจะต้องมีการสงวนความเห็นไว้ แล้วก็แก้ไขข้อความในมาตรา ๓๒/๑ เป็น ห้ามผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เว้นแต่เป็น การให้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ หรือประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุม นั่นหมายความว่าผมเพิ่มเติมคำว่า หรือประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้นมาครับ ตามกฎหมายเดิมเรานิยามโฆษณาหมายรวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ด้วย ดังนั้นก็เลยทำให้ การพูดถึงแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะใดแค่มีตราสินค้าโชว์ผลิตภัณฑ์ หรือแค่พูดชื่อ ออกสื่อ ออกอากาศ อาจจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ทั้งหมด ดังนั้นการที่ผมเขียนเพิ่มเติม ขึ้นมาว่า ข้อยกเว้นสำหรับการโฆษณาให้รวมถึงการประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ด้วย โดยให้คณะกรรมการไปออกประกาศกำหนดว่าการประชาสัมพันธ์นี้ครอบคลุมถึงเรื่องใดบ้าง แค่ไหน เช่น สมมุติว่าเราอาจจะเปิดช่องให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือว่าผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่สามารถแสดงผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้ สามารถบอกได้ว่า ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ผลิตมาจากผลผลิตทางการเกษตรใด หรือว่าผลิตจากแหล่งที่ใด มีคุณลักษณะ อย่างไร มีสี มีรส มีกลิ่นอย่างไร สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การโฆษณาที่เป็นลักษณะของการเชิญชวนให้ดื่ม แต่เป็นช่องทางที่จะให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถประชาสัมพันธ์สินค้าของตัวเองได้บ้าง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถแข่งขันในตลาดสุราได้บ้าง แล้วก็จะเป็นกลไก สำคัญที่ทำให้ทางรัฐบาลเองหรือว่าภาครัฐเองสามารถพูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นสุรา ชุมชนที่เราอยากจะผลักดันให้เป็น Soft Power หรือว่าส่งเสริมต่อยอดเศรษฐกิจของไทย ในอนาคต ก็ขอนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่านครับว่าขอความกรุณา ช่วยเห็นด้วยตามคำสงวนของผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเพื่อแก้ไขมาตรา ๓๒/๑ มาตรานี้ ขอบคุณครับ