ร่มธรรม ขำนุรักษ์ หารือร่าง พ.ร.บ.แก้ไขพระราชกำหนดประมง พ.ศ. 2558 ที่ผ่านวุฒิสภา เสนอให้ตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยเน้นที่มาของกฎหมายจากปัญหา IUU Fishing การขาดการมีส่วนร่วมของชาวประมง และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมประมงตลอด 10 ปีที่ผ่านมา พร้อมแสดงความกังวลต่อการปรับแก้มาตรา 66 และมาตรา 69 โดยเฉพาะการตัดวรรคสองออกในชั้นวุฒิสภา ซึ่งอาจกระทบต่อการคุ้มครองชาวประมงที่ช่วยเหลือสัตว์น้ำโดยไม่ตั้งใจ และจำกัดพื้นที่ห้ามใช้อวนล้อมตาเล็กในเวลากลางคืนจนส่งผลต่อทรัพยากรประมงและวิถีชีวิตชุมชนประมงพื้นบ้าน
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต มีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ซึ่งเป็นเรื่องที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วก็ได้ส่งคืนมายัง สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ท่านประธานครับ ผมต้องขอเท้าความว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เกิดขึ้นจากหลายพรรคการเมืองที่อยากจะช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงทั้งประเทศ แล้วก็ฟื้น อุตสาหกรรมประมงของประเทศไทยให้กลับมา โดยเรื่องนี้เป็นผลจากที่เราได้รับผลกระทบ จาก พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ออกโดยรัฐบาล คสช. ในขณะนั้น โดย พ.ร.ก. ฉบับนั้นออกมาเพื่อปฏิบัติตามแนวทางการประมงที่ต้องมีการควบคุม มีการรายงานแล้วก็ไม่ ผิดกฎหมายครับ หรือที่เรียกว่า IUU Fishing พ.ร.บ. ฉบับนั้นออกมาอย่างเร่งรีบ เร่งด่วน แต่ขาดการรับฟังความคิดเห็น ขาดการมีส่วนร่วมของหลายภาคส่วน โดยเฉพาะพี่น้อง ชาวประมง จนผ่านมา ๑๐ ปี วันนี้พี่น้องชาวประมงได้รับความเดือดร้อน ได้รับผลกระทบ จนอุตสาหกรรมประมงของเราลดลง แล้วก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จึงเป็นที่มาของสภา แห่งนี้ที่หลายพรรคการเมืองได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราช กำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ขึ้นมา พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านวาระที่หนึ่ง วาระรับ หลักการในสภาแห่งนี้ ผ่านวาระที่สอง วาระที่สามในสภาผู้แทนราษฎร มีทั้งส่วนที่เห็นด้วย แล้วก็ไม่เห็นด้วย เห็นต่างกันในสภาแห่งนี้ แต่มติก็มีมติไป จนเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา วุฒิสภาก็ได้แก้ไขเพิ่มเติมครับ มีบางประการที่ได้มีการแก้ไข ซึ่งมีทั้งสิ่งที่เราเห็นด้วยแล้วก็ ไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกันเป็นเหตุผล ผมจึงขอเสนอว่าเราควรที่จะตั้งกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อให้ทั้ง สส. และ สว. แล้วก็มีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านได้มาพิจารณากันอย่างรอบคอบ โดยผมขออนุญาตพูดเพียง ๓ ประเด็น ขออนุญาตใช้เวลาอีกสักนิดท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๑ ที่มีการถกเถียงกันก็คือเรื่องของที่มีการเห็นไม่ตรงกันก็คือ มาตรา ๖๖ ความเดิมที่ สส. เราส่งไปบอกว่าห้ามมิให้ผู้ได้จับหรือล่าสัตว์น้ำชนิดที่ เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำที่หายากหรือใกล้สูญพันธุ์ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หรือสัตว์น้ำ ดังกล่าวขึ้นเรือประมง เว้นแต่มีความจำเป็นเพื่อการช่วยชีวิตของสัตว์น้ำ แล้วก็วรรคสอง ในกรณีที่มีสัตว์น้ำตามวรรคหนึ่งติดเรือหรือเครื่องมือทำการประมงของผู้ใด ถ้าผู้นั้นปล่อย สัตว์น้ำดังกล่าวกลับสู่ธรรมชาติโดยเร็วผู้นั้นไม่มีความผิด ซึ่งทาง สว. ก็ได้ตัดวรรคสองตรงนี้ ซึ่งเกิดการถกเถียงกันในวิปรัฐบาลที่เราได้มีการประชุมในไม่กี่วันที่ผ่านมานะครับ ทางวิปรัฐบาลแล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายท่านเห็นตรงกันว่าเราควรที่จะคงวรรคสองตรงนี้ไว้ เพื่อให้ครอบคลุมเกิดเหตุที่มีสัตว์น้ำหายากติดเครื่องมือประมงของพี่น้องชาวประมงขึ้นมานี่ แล้วพี่น้องชาวประมงพยายามเอาขึ้นเรือขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยเหลือสัตว์น้ำหายากเหล่านั้น แล้วปล่อยลงสู่ทะเลก็จะทำให้พวกเขาไม่มีความผิด แล้วก็ได้รับความคุ้มครอง แล้วก็ทำให้ การช่วยเหลือสัตว์น้ำดังกล่าวนี้เป็นไปได้อย่างราบรื่นต่อไป
ประเด็นที่ ๒ ก็คือมาตรา ๖๙ ที่มีการถกเถียงกันมาก โดยกฎหมายเดิม บอกไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องมืออวนล้อมที่มีตาอวนเล็กกว่า ๒.๕ เซนติเมตรทำการประมง ในเวลากลางคืนครอบคลุมทั้งพื้นที่ทะเล แต่ร่างที่ผ่านโดย สส. บอกว่าห้ามมิให้ผู้ใด ใช้เครื่องมืออวนล้อมทุกประเภทที่มีช่องตาอวนเล็กกว่า ๒.๕ เซนติเมตรทำการประมง ในเขต ๑๒ ไมล์ทะเลในเวลากลางคืน แล้วก็มีวรรคสองครับ การทำการประมงนอกเขต ๑๒ ไมล์ทะเลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่รัฐมนตรีเป็นคนประกาศกำหนด ก็คือเรา เปิดช่องไว้ให้รัฐมนตรีสามารถกำหนดได้ว่าพื้นที่นอกเขต ๑๒ ไมล์ทะเลสามารถใช้อวนล้อม ขนาดเล็กกว่า ๒.๕ เซนติเมตรในเวลากลางคืนได้ หลังจากผ่าน สส. ไป สว. ก็ไม่เห็นด้วยกับ ตรงนี้ก็เลยตัดวรรคสองออก แล้วก็ให้คงไว้กลับไปเป็นคล้าย ๆ กับกฎหมายเดิมที่บอกว่า ห้ามใช้อวนที่มีขนาดเล็กกว่า ๒.๕ เซนติเมตรในเวลากลางคืนครอบคลุมทั้งทะเล ผมเข้าใจว่า สิ่งที่ สส. เราเสนอไปนี่ต้องการที่จะหาผลประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล โดยเฉพาะ เรื่องของปลากะตักซึ่งเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ แต่เราจะเห็นว่าจากการที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนั้น ผ่านการพิจารณาของ สส. ไปเกิดการเคลื่อนไหวอย่างมาก โดยเฉพาะจากพี่น้องประมง พื้นบ้าน กลุ่มอนุรักษ์ แล้วก็พี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ที่มีความกังวลต่อมาตรานี้ในเรื่อง ของทรัพยากรทางทะเลสัตว์น้ำที่อาจจะถูกจับมาด้วยจากการที่เราใช้อวนตาถี่ขนาดเล็กกว่า ๒.๕ เซนติเมตร
ท่านประธานครับ ในวันที่ ๑๑ มีนาคมที่ผ่านมา ผมเองได้รับการร้องเรียน จากสมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านที่เดินทางมายังพรรคประชาธิปัตย์ที่แสดงความกังวล ถึงผลกระทบต่อมาตรา ๖๙ แล้วผมเข้าใจครับว่ากลุ่มประมงพื้นบ้านก็ได้ไปเยี่ยมเยียนพี่น้อง ทุกพรรคการเมืองเพื่อที่จะแสดงความคิดเห็นต่อมาตรานี้ ผมต้องขออนุญาตใช้โอกาสตรงนี้ ที่จะเรียน