พงศธร ศรเพชรนรินทร์ ชี้แจงความจำเป็นในการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. การประมง โดยเน้นผลกระทบของกฎหมายเดิมต่ออาชีพชาวประมง และผลักดันให้ร่างกฎหมายใหม่ผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะมาตราเกี่ยวกับการคุ้มครองสัตว์น้ำชนิดเลี้ยงลูกด้วยนมที่ต้องหาข้อยุติร่วมกับวุฒิสภา พร้อมอภิปรายรายละเอียดการประมงอวนล้อมจับปลากะตักในเวลากลางคืน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้แสงไฟล่อ โดยนำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบผลกระทบทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมระหว่างอ่าวไทยกับอันดามัน พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อรับฟังความเห็นจากชาวประมงและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวางภายใต้หลักการประมงอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง อำเภอแกลง อำเภอ เขาชะเมาจากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ. การประมง ของผู้แทนราษฎรฉบับนี้ด้วย ขออนุญาตทบทวนที่มาที่ไป ในการแก้ไขกฎหมายประมงฉบับนี้สั้น ๆ ครับ กฎหมายประมงที่ใช้กันอยู่ในตอนนี้เขียนขึ้น ในยุค คสช. ออกเป็น พ.ร.ก. พ.ศ. ๒๕๕๘ แบบไม่มีส่วนร่วม แทบไม่ได้รับฟังเสียงจาก ชาวประมงและผู้คนที่เกี่ยวข้อง หลังบังคับใช้ปี ๒๕๕๘ กฎหมายฉบับนี้ได้ทำลายอาชีพ ทำลายชีวิตชาวประมงจำนวนมาก มีชาวประมงถึงกับฆ่าตัวตายไปหลายชีวิต ที่ระยอง บ้านผมกองเรือจอดเรียงรายที่ปากน้ำระยอง ตามลำคลอง ตามชายฝั่ง และเป็นเช่นเดียวกัน ในหลายจังหวัด สภาแห่งนี้เราเห็นปัญหาครับ จึงได้ช่วยกันแก้ไขโดยมีร่างจากแทบทุก พรรคการเมือง ซึ่งมีเนื้อหาสาระสำคัญใกล้เคียงกันจากการไปรับฟังชาวประมงและผู้คน ที่เกี่ยวข้อง เราได้ดำเนินการพิจารณาผ่านวาระที่หนึ่งรับหลักการ ผ่านชั้นกรรมาธิการและให้ความ เห็นชอบในวาระที่สองและวาระที่สาม ซึ่งเนื้อหาสาระส่วนใหญ่ที่เราแก้ไขหลายมาตรา เป็นประโยชน์ต่อชาวประมงโดยรวม เช่น เรื่องเขตทำการประมง เราได้เปลี่ยนวิธีคิดจากเดิม เป็นเขตห้ามเข้า ห้ามออก ประมงพื้นบ้านถูกขังอยู่ในเขตทะเลชายฝั่ง ๓ ไมล์ทะเล ที่ผ่านมา ก็อะลุ่มอล่วยกันครับ ถ้าบังคับใช้จริงนี่ชาวประมงพื้นบ้านลำบากแน่ โดยเฉพาะระยอง บ้านผมและชลบุรีที่มีพื้นที่อุตสาหกรรมรุกล้ำพื้นที่ทำมาหากินในพื้นที่ ๓ ไมล์ทะเลทับซ้อน เข้าไปอีก เราได้แก้ไขบทลงโทษให้เหมาะสมตามสัดส่วนความผิดไม่สูงเกินควรเหมือน ที่ผ่านมา ที่ผมต้องขออนุญาตสภาแห่งนี้พูดถึงภาพรวมสั้น ๆ ก็เพื่อจะย้ำว่าการแก้ไข กฎหมายประมงโดยส่วนใหญ่เป็นประโยชน์ที่เห็นพ้องกัน บางเรื่องแม้ไม่เห็นพ้องก็พอจะ ยอมถอยกันได้ในชั้นกรรมาธิการและตอนนี้ชาวประมงทั้งประเทศก็ตั้งตารอการประกาศ บังคับใช้กฎหมายฉบับนี้เสียที แต่เอาละครับมาวันนี้มีบางประเด็น บางมาตราที่ยังหา ความเห็นพ้องต้องกันไม่ได้ จึงเป็นเหตุให้ทางวุฒิสภาแก้ไขกลับมา ซึ่งผมเห็นว่ามีสาระสำคัญ ที่จำเป็นต้องไปดูรายละเอียดร่วมกันอีกครั้งในขั้นกรรมาธิการร่วม เช่น มาตรา ๖๖ ดังเช่น ที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มุ่งเน้นให้การคุ้มครองช่วยเหลือสัตว์น้ำ ชนิดเลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล เช่น วาฬ โลมา พะยูน ซึ่งหากดูเจตนาของทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภามีเจตนาตรงกันที่จะคุ้มครองช่วยเหลือสัตว์น้ำชนิดเลี้ยงลูกด้วยนมเช่นเดียวกัน แต่มีวิธีคิดในการเขียนกฎหมายและมองถึงผลบังคับใช้ที่ต่างกัน จึงจำเป็นต้องไปดู รายละเอียดร่วมกันอีกครั้ง
มาตรา ๑๑๔ เพื่อนสมาชิกกฤช ศิลปชัย ก็พูดไปแล้ว สรุปสั้น ๆ ก็คือว่า ด้วยการกำหนดโทษร้ายแรงทางปกครองที่ร่าง สส. เห็นว่าควรจะมีระบบใบเหลือง ใบแดง คือต้องทำผิดซ้ำ จึงถือว่ามีเจตนาฝ่าฝืนกฎหมายค่อยมาลงโทษทางปกครองร้ายแรง แต่ สว. กลับแก้ไขให้ทำผิดครั้งเดียวก็ลงโทษทางปกครองร้ายแรงเลย ตรงนี้มีประเด็นที่ต้องไป ถกเถียงกันและหาทางออกที่ดีที่สุด และโดยเฉพาะมาตรา ๖๙ ที่มีความเห็นที่แตกต่าง หลากหลายในสังคม เรื่องนี้ผมต้องขอทำความเข้าใจสาระสำคัญให้ตรงกันก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ เรื่องขนาดตาอวน ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะอวนล้อมจับปลากะตักขนาด ๖ มิล ใช้ล้อมจับปลา ในเวลากลางวันได้โดยถูกกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ว่าในร่าง สส. หรือในร่าง สว. ที่แก้กลับมาก็ใช้ อวนขนาด ๖ มิลจับปลากะตักได้ในเวลากลางวัน รวมถึงยังมีเครื่องมืออื่นที่ใช้ขนาดตาอวน ใกล้เคียงกันได้ตามกฎหมายภายใต้ประกาศกำหนด ดังนั้นเรื่องนี้สาระสำคัญที่เป็นข้อถกเถียง คือเรื่องว่าจะให้เรืออวนล้อมจับปลากะตักทำการประมงในเวลากลางคืน ภายใต้การกำหนด เรื่องใช้แสงไฟล่อได้หรือไม่ ซึ่งชาวประมงพื้นบ้านและประชาชนบางส่วนเห็นว่าไม่ควรให้ทำ การประมงด้วยการปั่นไฟเวลากลางคืน ด้วยห่วงกังวลเรื่องความยั่งยืนในการใช้ทรัพยากร เนื่องจากการทำเช่นนี้จะมีสัตว์น้ำวัยอ่อนติดมาด้วยจำนวนมาก กระทบต่อชาวประมง พื้นบ้านที่จะขาดโอกาสในการจับปลาเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ถูกจับไปก่อนจะได้เติบโตขึ้นมา ชาวประมงพื้นบ้านอีกบางส่วนดังที่ท่านศักดินัยกล่าวไปว่าก็มีความเข้าอกเข้าใจชาวประมง ด้วยกันว่าไม่ได้กระทบกับสัตว์น้ำวัยอ่อนมากมายขนาดนั้น อีกทั้งมีการแบ่งพื้นที่ทำการ ประมงออกจากกันไม่กระทบกันโดยตรง ชาวประมงพาณิชย์ก็อยากให้สังคมเข้าใจว่าเขา ตั้งใจกับปลากะตัก ไม่มีใครอยากมีสัตว์น้ำวัยอ่อนชนิดอื่นติดมาด้วยเนื่องจากขายไม่ได้ราคา เหมือนปลากะตัก ภายใต้มุมมองความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายนี้ครับ ข้อมูลทางวิชาการ เท่าที่พอจะมีอยู่บอกอะไรเราได้บ้างครับ ขอเวลาอีกนิดเดียวครับ ในคณะกรรมาธิการการ พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้ตั้งคณะทำงาน ขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้ ผมอยู่ในคณะนี้ ข้อมูลทางวิชาการโดยสรุปมี ๓ ประเด็นสำคัญครับ
เรื่องที่ ๑ ตัวเลขทางเศรษฐกิจ ถ้าเปิดให้ทำการประมงอวนล้อมจับปลากะตัก ด้วยการปั่นไฟเวลากลางคืนเพื่อทดแทนการนำเข้า ๒๐,๐๐๐ ตัน จะมีมูลค่า ๔๐๐ ล้านบาท และมีสัตว์น้ำวัยอ่อนติดมาด้วยส่งผลเสียหายมูลค่าราว ๒๑๔ ล้านบาท ถ้าดูเฉพาะตัวเลข มีผลบวกที่ ๑๘๖ ล้านบาท ซึ่งตามตัวเลขนี้คงยังไม่อาจชี้ชัดไปทางใดทางหนึ่งได้
เรื่องที่ ๒ การกระจายตัวของสัตว์น้ำวัยอ่อน บริเวณอ่าวไทยมีการกระจายตัว โดยทั่วไป แม้นอกเขต ๑๒ ไมล์ทะเล ก็ไม่ได้มีความหนาแน่นน้อยกว่าในเขต ๑๒ ไมล์ทะเล อย่างมีนัยสำคัญ ในฝั่งอันดามันครับ มีสัตว์น้ำวัยอ่อนกระจายอยู่ทั่วไปหลายพื้นที่ ยิ่งลึกยิ่งมี สัตว์น้ำวัยอ่อนพบมากตามไปด้วย เพราะฉะนั้นเขต ๑๒ ไมล์ทะเลอาจใช้เป็นเกณฑ์หลักไม่ได้ ในทางวิชาการ
เรื่องที่ ๓ การจับปลากะตักด้วยเรืออวนล้อมประกอบแสงไฟล่อมีผลต่างกัน อย่างมากระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน โดยในอ่าวไทยมีสัตว์น้ำชนิดอื่นติดมาด้วย ๒๓ เปอร์เซ็นต์โดยเฉลี่ย แต่ฝั่งอันดามันกลับสูงถึง ๖๑ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นอาจจำเป็นต้อง พิจารณาไม่ให้จับปลากะตักด้วยเรืออวนล้อมประกอบแสงไฟล่อในฝั่งทะเลอันดามันก็เป็น ไปได้ ส่วนฝั่งอ่าวไทยค่อยไปพิจารณารายละเอียดร่วมกันอย่างรอบคอบอีกครั้ง
สุดท้ายท่านประธานครับ การพิจารณาเรื่องปลา เรื่องทะเล ผมระลึกถึง คำ ๆ หนึ่งอยู่เสมอที่บอกว่า ไม่รู้จักคลื่นอย่าวิจารณ์ทะเล ผมสำนึกอยู่เสมอว่าผมไม่ใช่ชาวเล ผมรู้จักทะเลไม่ดีพอ ผมจึงต้องศึกษาหาข้อมูล ผมรู้จักชาวประมง ผมรู้จักการทำประมง ไม่ดีพอ ผมจึงต้องฟังชาวประมงจากหลากหลายกลุ่มอย่างตั้งใจ ฟังด้วยหัวใจ ฟังด้วยความ เข้าอกเข้าใจชาวประมงทุกคน ดังนั้นการตั้งกรรมาธิการร่วมในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดี ที่จะใช้พื้นที่ให้ประชาชนที่กังวลสนใจให้ชาวประมงทุกกลุ่มได้มาแสดงความคิดเห็น แสดงความรู้สึกและปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกบนหลักการที่เรายึดถือร่วมกันคือการทำ การประมงอย่างยั่งยืน ขอบคุณครับ