พิทักษ์เดช เดชเดโช หารือร่างแก้ไขพระราชบัญญัติการประมงที่วุฒิสภายกเลิกบทบัญญัติคุ้มครองชาวประมงที่จับสัตว์น้ำโดยไม่เจตนา พร้อมเสนอให้มีกรรมาธิการร่วมพิจารณาผลกระทบ โดยเน้นการควบคุมการประมงอย่างเป็นธรรมผ่านการกำหนดพื้นที่จับปลาไม่ต่ำกว่า 12 ไมล์ทะเล การควบคุมช่วงเวลาและปริมาณการจับ การจำกัดการใช้แสงไฟล่อปลา และการติดตั้งระบบติดตามเรือ VMS เพื่อให้กฎหมายเอื้อประโยชน์ทั้งผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์และชุมชนประมงพื้นบ้านอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ ลุ่มน้ำปากพนัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในการที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ผมต้องขอ กราบเรียนท่านประธานว่าในเขตพื้นที่ผมติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ๒ ด้าน อีกด้านหนึ่งติด ทะเลสาบสงขลา มีทั้งประมงพื้นบ้าน มีทั้งประมงพาณิชย์ โดยได้รับความเจ็บปวดมาจาก พระราชกำหนดการประมงมาเป็นเวลาเกือบ ๑๐ ปี ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในเขตพื้นที่ได้ยื่นร่างกฎหมายในการแก้ไขฉบับนี้และเป็น ๑ ใน ๗ ร่างจากสภาแห่งนี้ และผมก็ได้เป็นกรรมาธิการในการแก้ไขปัญหาฉบับนี้ ผมต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่า ในการแก้ไขกฎหมายการประมงมีทั้งพอใจและไม่พอใจ มีทั้งถูกต้องในบางส่วนและไม่ถูกต้อง เลยครับ และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญว่า ไม่ว่าพี่น้องประมงพื้นบ้านและพี่น้องประมงพาณิชย์ บางครั้งก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องของหลักการและเหตุผลตามที่ได้ร่างแก้ไขไว้ แต่วันนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบในเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ร่วมกันร่าง ขึ้นมา พร้อมไปถึงกรรมาธิการภาคส่วนต่าง ๆ ส่งไปให้วุฒิสภา แต่วุฒิสภาก็ได้แก้ไขกลับมา เป็นปกติครับตามหลักการและเหตุผลในการแก้ไขกฎหมาย โดยความคิดเห็นและความหมาย ในการแก้ไขก็ย่อมมีการแตกต่างกัน แต่ที่ผมเป็นห่วง ท่านประธานครับ ที่วุฒิสภาเขาแก้ไขมา ในมาตรา ๒๕ แก้ไขมาตรา ๖๖ วรรคสอง โดยที่ตัดในคำว่า ในกรณีที่มีสัตว์น้ำตามวรรคหนึ่ง หรือติดเครื่องมือทำการประมงของผู้ใดถ้าปล่อยสัตว์น้ำดังกล่าวนั้นคืนสู่ธรรมชาติโดยเร็ว ผู้นั้นไม่มีความผิด ตัดวรรคนี้ไป ท่านประธานครับ ข้อกฎหมายแสดงให้เห็นว่าถ้าเราตัด ข้อนี้ไป ตามความคิดเห็นของผมพี่น้องชาวประมง ไม่ว่าพี่น้องชาวประมงพาณิชย์หรือพี่น้อง ชาวประมงพื้นบ้านมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาก็แล้วแต่ในการจับสัตว์น้ำ ถ้าเราตัดวรรคนี้ไป ถือว่าพี่น้องชาวประมงมีความผิดทุกคนครับ แล้วเราจะปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้ หรือไม่ ในฐานะผมเป็นชาวพุทธนี่ผมถือว่ามีการอโหสิกรรมอยู่ ก่อนที่จะอโหสิกรรมก็บอกว่า ทั้งที่เจตนาและไม่เจตนาก็ตามก็อโหสิกรรมกันได้ แต่ตามหลักของข้อกฎหมายเราก็ต้องมี หลักการและเหตุผลและข้อยกเว้นไว้ด้วยครับ นี่เป็นอันหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วยกับการที่วุฒิสภา แก้ไขข้อนี้มาในวรรคสองของมาตรา ๖๖ ตามที่วุฒิสภาแก้ไขในมาตรา ๒๕ และในส่วนของ มาตรา ๖๙ ท่านประธานครับ ในส่วนของมาตรา ๖๙ ในวุฒิสภาแก้ไขตามมาตรา ๒๘ แก้ไข มาตรา ๖๙ ตัดวรรคสองไป เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นทางข้อกฎหมายในสภาผู้แทนราษฎร ก็มีความคิดเห็นแตกต่างกันในมาตรา ๖๙ แล้วแต่ละพื้นที่ แต่ละสัดส่วน พี่น้องประชาชน ไม่ว่าประมงพื้นบ้านหรือประมงพาณิชย์ก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในส่วนของมาตรา ๖๙ แต่เรื่องนี้เราต้องไปดูหลักการและเหตุผลและข้อมูลเชิงวิชาการที่กรมประมงให้มาว่ามีข้อดี ข้อด้อยอย่างไร ในการใช้อวนอย่างนี้ ในการจับปลากะตัก ในการใช้แสงไฟล่อ แล้ววันนี้เรา นำเข้าปลากะตักมาเท่าไร เราต้องไปดูข้อมูลเชิงวิชาการเพื่อมาประกอบในการพิจารณา และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีถ้าสภา แห่งนี้มีมติให้ร่วมในการตั้งกรรมาธิการร่วมระหว่างวุฒิสภากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเรื่องที่ดีครับผมไม่ได้ขัดแย้ง แต่สิ่งสำคัญถ้าเราให้มาตรา ๖๙ นี้ผ่านไปได้นะครับ เขาบอกว่าตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ทั้งนี้ประกาศดังกล่าวถึงต้องกำหนดในเรื่องการใช้ แสงไฟล่อ เรื่องนี้ผมก็มีความคิดเห็นท่านประธานครับ ถ้ามาตรา ๖๙ ตามที่ร่างของ สส. ผ่านไป ตามที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่านไป ถ้าใช้มาตรานี้ผมคิดว่าการประกาศตามที่ รัฐมนตรีควรจะประกาศกำหนดเราต้องควบคุมในเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์และการ กำหนดปริมาณเรือที่ลงทะเบียน โดยแบ่งเป็น ๕ ข้อ
ข้อที่ ๑ พื้นที่ตามความเหมาะสม ไม่จำเป็นจะต้องเป็น ๑๒ ไมล์ทะเล เกินกว่าก็ได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องไม่ต่ำกว่า ๑๒ ไมล์ทะเล ตามสิ่งที่รัฐมนตรีควรจะ ประกาศ
ข้อที่ ๒ ระยะช่วงเวลาในการออกจับ ช่วงไหนที่มีการปลอมปนของสัตว์น้ำ ชนิดอื่นที่เป็นปัญหา ช่วงนั้นเราก็ห้ามท่านประธาน แต่ละพื้นที่สามารถห้ามได้ตามช่วง ระยะเวลาที่มีสัตว์น้ำปลอมปน
ข้อที่ ๓ จำนวนในการจับปลากะตักตามมาตรา ๖๙ ที่รัฐมนตรีจะประกาศ จะต้องไม่เกินตามปริมาณที่ประเทศไทยนำเข้ามา เพื่อที่จะไม่ให้เป็นปัญหา จะไม่ทำลาย ระบบนิเวศ จะไม่ทำลายสัตว์น้ำ
ข้อที่ ๔ แสงไฟประกอบ คิดอย่างไรเรื่องแสงไฟประกอบนี้ แสงไฟประกอบ จะต้องคิดว่าในการออกจับจะต้องกำหนดปริมาณเรือที่ใช้แสงไฟประกอบ จะต้องกำหนดให้ ชัดเจนเพื่อไม่ให้เป็นปัญหากับสังคมนี้ เพื่อไม่ให้เป็นปัญหากับท้องทะเล
ข้อที่ ๕ หลักเกณฑ์ในการควบคุมเรือ จะต้องติด VMS ให้ชัดเจน ๑๕ นาที ต้องตรวจจับได้ การเข้าออกเรือจะต้องชัดเจน เรื่องนี้รัฐมนตรีจะต้องประกาศให้ชัด
ผมขอยกตัวอย่าง ๒ เรื่องนี้ มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับวุฒิสมาชิก จึงเห็นว่าควรที่จะตั้งกรรมาธิการร่วมในการศึกษาข้อมูลเพื่อที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ออกมา เป็นธรรม ทั้งประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้าน และพี่น้องประชาชนทุกคน สุดท้ายครับ ท่านประธาน โลกจะสวย ทะเลจะฟื้นได้ จะต้องอยู่บนหลักการและเหตุผลและความเป็นจริง ขอบคุณท่านประธานครับ