สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๘

กฤช ศิลปชัย อภิปรายเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติผ่านไปแล้ว โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบต่อธุรกิจโรงน้ำปลาในจังหวัดระยองและความกังวลของชาวประมงพื้นบ้านในภาคตะวันออก โดยพูดถึงการแก้ไขมาตรา 69 ที่เกี่ยวข้องกับการประมง และเรียกร้องให้มีการหารืออย่างรอบคอบและหาจุดสมดุลในการออกกฎหมาย นอกจากนี้ กฤช ศิลปชัย ยังหารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 114 ของรัฐธรรมนูญ โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการกระทำความผิดในเรื่องการประมงไทย และอ้างว่าบทลงโทษในประเทศไทยมีแรงกว่าในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป

นายกฤช ศิลปชัย ระยอง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ต้องลุกขึ้นอภิปรายอีกครั้งหนึ่งครับถึงเกี่ยวกับการที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ร่างกฎหมายที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติผ่านไปแล้ว ท่านประธานครับ ผมขอเริ่มที่คำขวัญ ของจังหวัดระยองครับ ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก ครั้งก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรเราพิจารณากฎหมายฉบับนี้ผมก็ได้พูดคำขวัญ จังหวัดของผมแบบนี้ โดยเฉพาะขีดเส้นใต้คำว่า น้ำปลารสเด็ด ประโยคนี้มันมาจากธุรกิจ โรงน้ำปลาในบ้านผม แล้ววันนี้ต้องเน้นย้ำว่าธุรกิจโรงน้ำปลาในพื้นที่บ้านของผมนั้นไม่ใช่ ธุรกิจนายทุนโรงน้ำปลาขนาดใหญ่ครับ แต่มันคือวิถีและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เติบโตต่อเนื่อง จากเรือล้อมจับปลากะตัก เป็นโรงน้ำปลาขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง เป็นวิถีที่เกื้อหนุนกัน ระหว่างเรือจนสู่การมาพัฒนาเป็นสินค้า เกิดเป็นระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของชุมชนในพื้นที่ ทั้งการจ้างงานของคนในพื้นที่ ธุรกิจโรงน้ำแข็ง รถสองแถว ตลอดจนเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง อื่น ๆ สำหรับในส่วนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะมุมมองของพี่น้องประมงพื้นบ้าน ภาคตะวันออกไม่ได้มองว่าปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้ลดลงที่อาจจะเกิดขึ้นมาจากการอนุญาตให้ ทำอวนล้อมปลากะตักในเวลากลางคืนหรือการใช้แสงไฟล่อ แต่พี่น้องประมงพื้นบ้านในพื้นที่ ภาคตะวันออกมองถึงปัญหาเหล่านี้มาจากการพัฒนาอย่างหนักของอุตสาหกรรมในพื้นที่ ต่างหากครับ เหตุการณ์น้ำมันรั่วทั้งชลบุรีและระยองนับสิบนับร้อยครั้งในพื้นที่กว่า ๒๐ ปี ที่ผ่านมา ทั้งการถมทะเลต่างหากครับที่ทำให้พื้นที่ทำการประมงและระบบนิเวศเปลี่ยนไป ในมุมมองของพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านภาคตะวันออก

ดังนั้นผมยืนยันว่าในมาตรา ๖๙ ในบ้านของผมและภาคตะวันออกนั้น ยังมีความจำเป็นครับ ยังต้องมีการให้ทำเรืออวนล้อมจับปลากะตัก ในส่วนของการใช้แสง ไฟล่อมันคือวิถีการทำประมงที่เกิดจากภูมิปัญญาในอดีต แต่ถึงอย่างไรข้อห่วงกังวลจาก หลายฝ่ายผมก็เข้าอกเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ รับฟัง วันนี้ครับจากการรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย ผมก็ยังเห็นว่าร่างของสภาผู้แทนราษฎรในมาตรา ๖๙ นี้ก็ยังมีปัญหาอยู่ ยังมีข้อมูล ประกอบการออกกฎหมายที่ยังไม่เพียงพอ แต่การออกกฎหมายของพวกเรา เราควรสร้าง กฎหมายที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้ หาจุดสมดุลภายใต้หลักการจัดสรรการใช้ทรัพยากร ที่เป็นธรรมและมีความยั่งยืน อย่าทำให้กฎหมายที่ออกมาทำให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่มีที่ยืนเลย การประกอบอาชีพของพี่น้องภาคตะวันออกมันมีบริบทแตกต่างกัน ทั้งบริบทกายภาพ ทางอ่าวของทั้ง ๒ อ่าว ดังนั้นผมจึงเห็นควรว่าในมาตรา ๖๙ นี้ควรจะมีการไปพิจารณาในชั้น กรรมาธิการร่วมของทั้ง ๒ สภาที่จะมีการตั้งขึ้น นำข้อมูลโดยละเอียดรอบคอบและ เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มาให้เหตุให้ผลกันอย่างเต็มที่ รับฟังทุกฝ่ายเพื่อหาจุดสมดุลและ ออกกฎหมายที่เหมาะสมในบริบทที่แตกต่างกันครับท่านประธาน

อีกมาตราหนึ่งครับที่ผมต้องอภิปรายแล้วก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับวุฒิสภาที่ แก้ไขมาก็คือ มาตรา ๑๑๔ การแก้ไขมาตรา ๑๑๔ (๘) ของวุฒิสภา คือมีความกังวลว่า อาจจะเปิดโอกาสให้มีการกระทำความผิดมากขึ้น อาจจะนำไปสู่ผลกระทบต่อการส่งออก สินค้าประมงไทยที่สุ่มเสี่ยงต่อการได้ใบเหลือง แต่ก็คงต้องบอกอย่างนี้ครับว่าข้อห่วงกังวล ดังกล่าวนั้นคงไม่เกิดขึ้นหากเราลองไปดูมาตรการในประเทศ Members ที่เป็นประเทศ สมาชิกในการทำประมงของสหภาพยุโรป เราจะพบว่าการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๔ (๘) ของประเทศอื่น ๆ เขามีบทลงโทษตามลำดับตั้งแต่เริ่มมีการตักเตือน ปรับ มีโทษอาญาแล้วก็ ไปจนถึงมีมาตรการคำสั่งทางปกครอง แต่ในของไทยที่สภาผู้แทนราษฎรเราเขียนไว้ คือบอกว่าถ้าทำผิด ๒ ครั้งถึงจะถือเป็นความผิดที่ทำการประมงอย่างร้ายแรง นั่นคือมีโทษ กักเรือ ยึดใบอนุญาต เพิกถอนใบอนุญาต อะไรต่าง ๆ นานา แต่อย่างไรก็ตามการทำผิด กฎหมายในมาตรา ๑๑๔ (๘) นั้นไม่ใช่ว่าไม่มีบทลงโทษในครั้งแรก เรายังมีบทลงโทษอยู่ใน มาตรา ๑๔๗ ที่บอกว่าถ้าทำผิดจะต้องโดนปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาทจนถึง ๑ ล้านบาท ตามขนาดของเรือ หรือ ๕ เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำ ดังนั้นบทลงโทษของเราแรงกว่าที่ประเทศ Members สมาชิกใน EU บังคับใช้อยู่อย่างแน่นอนครับ ก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นความผิดจนโดน ใบเหลืองได้ ท่านประธานขอบคุณครับ