ศักดินัย นุ่มหนู หารือเรื่องกฎหมายประมง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพิจารณาในหลักวิชาการและหลักการบริหารจัดการทรัพยากร และเห็นควรว่าตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อหารือและแก้ไขปัญหา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคประชาชน เห็นได้ชัดเจนครับ ท่านประธานสำหรับเรื่องกฎหมายประมงก็เป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน แล้วก็เป็นเรื่องที่อยู่ใน ความสนอกสนใจแล้วก็มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งพี่น้องประชาชน ที่เป็นชาวประมงโดยตรง ทั้งพี่น้องประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่าจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบ แล้วก็เห็นควรว่าให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมของทั้ง ๒ สภาเพื่อที่จะมาเปิดพื้นที่ของการ ถกเถียงกันอีกครั้งก่อนที่กฎหมายจะมีการบังคับใช้ อันนี้ก็เห็นควรอย่างยิ่ง ปัญหาที่เป็น สาเหตุที่ต้องมีการแก้ไขอันนี้เราก็ทราบดีกันอยู่แล้วว่าทำไมวันนี้เราถึงต้องมาแก้ไขปัญหา มันเป็นอุปสรรคในแง่ของการที่จะพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของอุตสาหกรรมภาคประมง ใช่ไหมครับ ที่ผ่านมาเราจะเห็นถึงภาวะวิกฤติของพี่น้องชาวประมงแล้วก็การล่มสลายของ อุตสาหกรรมการประมงและอุตสาหกรรมที่มีความต่อเนื่องในหลาย ๆ ประเภทด้วยกัน ที่มาของปัญหาท่านประธานครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราเห็นมาก็คือกฎหมาย พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ออกโดยรัฐบาลชุด คสช. ก็จะเห็นว่าขาดการมีส่วนร่วมของผู้ที่มี ส่วนได้เสียโดยตรง โดยเฉพาะพี่น้องชาวประมง พี่น้องภาคประชาชนไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม แล้วยิ่งวันนี้ท่านประธานผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่ามันมีการปรากฏตัวของกลุ่มประมง พื้นบ้านที่ได้มาแสดงตัวตนต่อเวทีสาธารณะทั้งในสภาแห่งนี้ก็ได้มีการเดินทางกันเข้ามา แล้วก็ได้ให้ความเห็นที่มีความแตกต่างหลากหลายกันออกไป โดยเฉพาะที่มองเห็นใน มาตรา ๖๙ ด้วยความเห็นว่าไม่ได้เป็นการทำประมง คือเขามองเห็นว่าเป็นการทำประมง ที่ออกไปนอกเขต ๑๒ ไมล์ทะเลจากแนวเขตทะเลชายฝั่ง ซึ่งทั้ง ๒๒ จังหวัดที่มีการบังคับใช้ อยู่แล้ว คนกลุ่มนี้ได้ออกมาสะท้อนความคิดความเห็นว่าเขาไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นประเด็นที่ เป็นปัญหาหรือเป็นข้อขัดแย้งกับกลุ่มพี่น้องชาวประมง ซึ่งตรงนี้ที่ผมอยากจะสะท้อนให้ ท่านประธานเห็นครับว่าชาวประมงของเรามีความหลากหลายจริง ๆ แล้วที่ผ่านมานั้น เราอาจจะได้ฟังเสียงจากพวกเขายังไม่มากพอ แล้วก็ยังไม่มีข้อมูลวิจัยอะไรต่าง ๆ นั้นที่มี ความชัดเจนมากพอ จึงอยากที่จะให้เห็นว่าการเปิดพื้นที่ของการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม เราจะได้เชิญผู้คนเหล่านี้ที่มีส่วนได้เสียและมีผลกระทบต่อไปในภายภาคหน้าที่กฎหมาย จะต้องประกาศใช้ เพราะฉะนั้นก็เลยอยากที่จะเห็นว่าเมื่อพวกเขาปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว ก็อยากที่จะให้ได้รับฟังความเห็นอย่างรอบด้าน
มาพูดกันถึงประเด็นในพื้นที่ที่เป็นข้อขัดแย้งที่มีการต่อสู้กันอย่างหนักครับ ท่านประธาน ก็คือเรื่องของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ก็เรื่องของมาตรา ๖๙ เมื่อพูดถึง ประเด็นของพื้นที่แล้วในหลักวิชาการก็ยังไม่มีใครสามารถที่จะสนับสนุนได้ว่าพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะในการทำประมงอวนล้อมจับปลากะตักซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีตัวชี้วัด ชัดเจนว่ายังคงมีค่า MSY ที่เหลืออยู่เป็นจำนวนมาก แล้วก็สามารถที่จะให้เรือที่มีอยู่เพียง ๑๗๕ ลำนั้นที่ขึ้นทะเบียนไว้สามารถที่จะดำเนินการทำการประมงได้ ท่านประธานครับ ถ้าหากพิจารณาถึงข้อขัดแย้งหรือความเห็นที่ไม่ตรงกันในการแก้ไข พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการกำหนดเขตทะเล การจับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และเป็นสัตว์ที่หายาก การทำประมงอวนล้อมจับที่ใช้ตาอวนที่มีขนาดต่ำกว่า ๒.๕ เซนติเมตร การระบุการกระทำผิดที่เป็นความผิดร้ายแรงหรือการทำประมงในเรื่องของการกำหนดโทษ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญครับ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาถึงทางหลักวิชาการ แล้วก็หลักของ การบริหารจัดการทรัพยากรให้มีความสอดคล้อง ในเรื่องของการจัดการทรัพยากรทาง วิชาการที่ยังมีความไม่ชัดเจน ฉะนั้นกฎหมายจึงควรจะเขียนให้มีความยืดหยุ่นเพื่อที่จะให้มี การวิจัยและการพัฒนาที่เป็นประโยชน์ของการทำประมงที่ให้มีการฟื้นคืนกลับมา เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าควรให้คณะกรรมาธิการนี้ได้พิจารณาในประเด็นต่าง ๆ นี้อย่าง รอบคอบ แล้วกฎหมายที่จะระบุไว้ ไม่ว่าจะเป็นตามมาตรา ๖๙ ที่จะเขียนไว้ในเรื่องของ เครื่องมือปั่นไฟอะไรต่าง ๆ ควรจะกำหนดไว้ในกฎหมายรองเพื่อที่จะให้กฎหมายมีความ ยืดหยุ่นและไม่แข็งเกินไป เพื่อที่จะทำให้สามารถดำเนินการได้ทันท่วงทีครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ