สุรเชษฐ์ ยื่น พ.ร.บ.ตั๋วร่วม เรียกพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะคร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๘

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ยื่นร่างพระราชบัญญัติประกบกับรัฐบาล และสรุปประเด็นการอภิปรายจากทั้งสองฝ่ายเป็นสามประเด็นหลัก พร้อมเน้นความแตกต่างระหว่างตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วม โดยเสนอให้พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะโดยรวมไม่เฉพาะรถไฟฟ้า

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้ยื่น พ.ร.บ. ประกบกับรัฐบาล จากที่ได้ฟังเพื่อนสมาชิกวันนี้ก็มีการอภิปรายกัน หลายท่านทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ผมแบ่งการสรุปเป็น ๓ ประเด็นหลัก ๆ นะครับ

ประเด็นที่ ๑ ผมว่าเท่าที่ผมฟังมาจากเพื่อน สส. ทั้งหลายที่อภิปรายนี้ ก็เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ที่ทุกคนน่าจะเห็นตรงกันว่า พ.ร.บ ตั๋วร่วมเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไร ก็ตามด้วยเพื่อนสมาชิกอภิปรายมานี้ส่วนมากก็จะพูดถึงประเด็นของตั๋วร่วมว่าดีอย่างนั้น อย่างนี้ ผมขอย้ำอีกรอบหนึ่งว่าจริง ๆ แล้วส่วนที่แตกต่างแล้วส่วนที่สำคัญยิ่งไม่ใช่ส่วนของ ตั๋วร่วม ตั๋วร่วมไม่ได้มีปัญหาอะไร หลาย ๆ คนก็อภิปราย สะดวกสบาย ใช้บัตรใบเดียว แต่จริง ๆ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ไม่จำเป็นต้องเป็นแมงมุมใบเดียว จะเป็นยี่ห้อไหนก็ได้ขอให้ใช้ มาตรฐานกลางก็สามารถแตะเข้าแตะออก หรือว่าถ้าคิดไปไกลกว่านั้นจริง ๆ ในอนาคต อย่างบัตรประชาชนของเราอย่างนี้มันจะมีตัวชิป ถ้า Update ชิปให้เป็นมาตรฐานก็สามารถ เอาบัตรประชาชนไปผูกกับบัญชีธนาคารแล้วก็ใช้เป็นตั๋วร่วมได้ด้วย หรือว่าใครที่เป็นห่วง เรื่อง Identity ไม่อยากใช้บัตรประชาชนก็อาจจะออกเป็นบัตรอะไรสักอย่างหนึ่ง อันนี้ เคยทำไว้ตอนหาเสียง ตั๋วร่วมก้าวไกล ก็คือเป็นบัตรอะไรสักอย่างหนึ่งที่ใช้มาตรฐานนี้แล้วก็ไปแตะเข้าแตะออก ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นบัตรชนิดใดชนิดหนึ่ง เอาเป็นว่าจริง ๆ แล้วก็เห็นตรงกันในเรื่องของ ความสะดวกสบายของตั๋วร่วม แต่สิ่งที่จะต้องพูดถึงแล้วก็เน้นย้ำเพื่อสรุปนี้ อยากให้เพื่อน สมาชิกของเราในอนาคตเวลาอภิปรายพูด ต้องแยก ๒ คำนี้ให้ชัดนะครับ คำว่า ตั๋วร่วมกับ ค่าโดยสารร่วม มันไม่เหมือนกัน ที่มัน Impact กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ ในแง่ของการถูกลง หลาย ๆ ท่านก็พูดในเรื่องของค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ทำไมเอาผู้ประกอบการเป็นตัวตั้ง จ่ายสายนี้ แล้วต้องไปจ่ายอีกสายหนึ่งอะไรต่าง ๆ นั่นคือส่วนที่เรียกว่า ค่าโดยสารร่วม ตั๋วร่วม Common Ticket ค่าโดยสารร่วม Common Fair ทีนี้ประเด็นก็คือน่าจะเห็นตรงกันไม่ยากว่า ค่าโดยสารร่วมเป็นสิ่งที่ควรจะต้องเกิด แล้วจริง ๆ ก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญที่อยู่ใน พ.ร.บ. ตั๋วร่วม แต่วิธีเกิดนี่หลาย ๆ คนก็พูดแต่รถไฟฟ้า อย่างที่ผมนำเรียนว่าสิ่งที่ประเทศเรา ขาดจริง ๆ คือระบบขนส่งสาธารณะไม่ใช่แค่รถไฟฟ้า อย่างในบริบทของกรุงเทพฯ โจทย์สำคัญ ก็คือจะทำอย่างไรให้ระบบรถเมล์ทำงานร่วมกับระบบรถไฟฟ้า เพราะนั่นคือ Market Share หลัก ๆ ส่วนจะร่วมกับเรือ ร่วมกับอะไรอื่น ๆ ได้ ขยายโครงข่ายความครอบคลุมเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ใช่เน้นเรื่องของถูกอย่างเดียว เพราะฉะนั้นคำว่า ตั๋วร่วม กับคำว่า ค่าโดยสารร่วม ทั้ง ๒ คำนี้ มีความแตกต่างกันช่วยใช้ให้ถูก ถึงแม้ชื่อ พ.ร.บ. ตั๋วร่วมก็จะมีส่วนที่สำคัญที่เป็นเรื่องของ ค่าโดยสารร่วม เพียงแต่ไม่อยากให้ละเลยรถเมล์ รถเมล์จริง ๆ เป็นอะไรที่ต้นทุนต่ำกว่ามาก รถไฟฟ้าดีจริงแต่ว่ามันแพง การลงทุนสร้างรถไฟฟ้านี่ตกกิโลละ ๑,๐๐๐ ล้านบ้าง ๒,๐๐๐ ล้านบ้าง ต่อ ๑ กิโลนะครับ แต่รถเมล์ต้นทุนคันละ ๓ ล้านบ้าง ๕ ล้านบ้าง Opration Cost ก็ถูกกว่า แน่นอนครับรถติด แต่ถ้าเกิดโครงข่ายรถเมล์ขยายอะไรต่าง ๆ มากมายแล้วคนมาใช้ มากขึ้น เราสามารถคิดไปไกลกว่านั้นในเรื่องของ Bus lane Bus Priority Signalize Intersection ที่รถขนส่งสาธารณะได้สิทธิก่อนอะไรต่าง ๆ รวมถึงมันมีระบบอื่น ๆ LRT BRT อะไรต่าง ๆ มากมาย เพียงแต่ผมอยากให้คิดกันมาก ๆ ในเรื่องของตั๋วร่วมแตกต่างจากค่าโดยสารร่วม ที่สำคัญจริง ๆ ก็คือค่าโดยสารร่วมและไม่ควรจะใช้เงินภาษีของคนทั้งประเทศมาอุด แต่รถไฟฟ้าแล้วละเลยรถเมล์ ละเลยคนต่างจังหวัด ตรงนี้ต้องสร้างสมดุลให้ดี นั่นคือสิ่งที่ อยากจะเน้นย้ำ เพราะฉะนั้นโดยสรุปนะครับ

ประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะสรุป ก็คือเราเห็นตรงกันว่า พ.ร.บ. ตั๋วร่วมเป็นสิ่งที่ ควรจะมี เราผ่านเรื่องของการทำ MOU ข้อตกลงอะไรต่าง ๆ แล้ว จนสุดท้ายสิบกว่าปีไม่มี อะไรเกิดขึ้น จ่ายเงินไป ๕๐๐ กว่าล้านบาทได้แล้วกระมัง แล้วก็แทบไม่ได้มีประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นวันนี้มานับหนึ่งกันที่ พ.ร.บ. ตั๋วร่วม เราเห็นตรงกันว่าควรจะมี แล้วก็รับทั้ง ๒ ร่าง ไม่ได้ต่างกัน

ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะสรุป ก็คือเท่าที่ฟังเพื่อน ๆ สมาชิกอภิปรายนี้ยังไม่ได้ มีการพูดถึงข้อแตกต่างของทั้ง ๒ ร่างเท่าที่ควร หลาย ๆ ท่านก็พูดว่ามันดีอย่างโน้นอย่างนี้ ร่างของรัฐบาลดีอย่างโน้นอย่างนี้ แต่โจทย์สำคัญอย่างที่ผมเรียนผมทราบอยู่ก่อนแล้วละว่า ทั้ง ๒ ร่างควรจะต้องรับ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่จะรับ ถ้าเกิดจะมาผลักตกร่างฝ่ายค้าน เอาแต่ร่างรัฐบาล ผมว่ามันก็เดินต่อลำบาก เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ขอบคุณที่รับทั้ง ๒ ร่าง แต่สิ่งที่ เราควรพิจารณาก็คือใช้ร่างใดเป็นร่างหลัก ซึ่งเท่าที่อภิปรายกันมาผมยังไม่ได้ยินเหตุผลที่เป็น รูปธรรมจากเพื่อนสมาชิก ฝั่งรัฐบาลก็มีการอภิปรายหลายคนว่าร่างของพรรคประชาชนไม่ดี อย่างไรเมื่อเทียบกับร่างของรัฐบาล ในมุมกลับกันสิ่งที่ผมได้อภิปรายรวมถึงเพื่อนสมาชิก จากฝ่ายค้านหลายคนอภิปรายก็พยายามชี้ให้เห็นว่า ทำไมร่างของพรรคประชาชนจึงควร ถูกใช้เป็นร่างหลัก โดยสรุปนะครับ เหตุผลที่ร่างของพรรคประชาชนควรใช้เป็นร่างหลัก ก็มีอยู่ด้วยกัน ๕ ประเด็นหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนดนิยามที่ชัดเจนขึ้น ตัดความคลุมเครือสับสนอะไรต่าง ๆ ในมาตรา ๓ มาตรา ๑๗ ซึ่งเรายืนยันว่ามันสำคัญแล้วก็ มี Impact กับมาตราอื่น ๆ ต่อไป ประเด็นที่ ๒ เป็นการเพิ่มสัดส่วนผู้แทนประชาชน หลาย ๆ ท่าน ก็พูดสนับสนุนด้วยซ้ำ รัฐบาลหลาย ๆ ท่านก็สนับสนุนด้วยซ้ำว่าทำไมไม่มีประธานของ สภาองค์กรผู้บริโภค ทำไมตัดออกไป แล้วทำไมเติมกรมบัญชีกลาง แต่ก็ยังไม่ได้ยินเหตุผล ว่าทำไมควรจะตัดออกเพื่อสนับสนุนว่าร่างรัฐบาลดีกว่าของพรรคประชาชนอย่างไร เพราะฉะนั้นก็ยังไม่เข้าใจครับว่าร่างพรรคประชาชนไม่ดีอย่างไร อันนี้ก็เป็นเรื่องของมาตรา ๕

ประเด็นที่ ๓ ร่างของพรรคประชาชนเป็นการเพิ่มความชัดเจนและกำหนด กลไกที่ต้องคำนึงถึงการบังคับใช้จริง อันนี้ก็อธิบายไว้ในมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๖ มาตรา ๓๓ มาตรา ๕๔ ทำไมไม่ระบุใบขออนุญาตของรถเมล์ครับ ตกลงเราจะทำตั๋วร่วมเฉพาะรถไฟฟ้า หรือครับ จริง ๆ เราต้องการรถไฟฟ้า รถเมล์ เรืออะไรต่าง ๆ หลาย ๆ ท่านก็พูดไปในทิศทาง เดียวกันนะครับ แต่ทำไมไม่เขียนบังคับไว้ในมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๖ มาตรา ๓๓ มาตรา ๕๔ ว่าพอเขาหมดใบอนุญาตก็ต้องพยายามดึงเข้ามาร่วม ไม่ใช่เขียนเฉพาะรถไฟฟ้า เขียนเฉพาะ สัมปทาน ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไรนะ ตรงนั้นดี แต่สิ่งที่ขาดไปมาก ๆ คือเรื่องของรถเมล์

ประเด็นที่ ๔ เพิ่มหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการระบบตั๋วร่วมให้เปิดเผยสถานะ ทางการเงินในมาตรา ๒๓ ก็ยังไม่ได้ยินเสียงครับว่าทำไมร่างรัฐบาลดีกว่า ทำไมไม่ต้องเปิดเผย สถานะทางการเงิน อันนั้นจริง ๆ มันก็ไปในทิศทางเดียวกันว่าร่างของพรรคประชาชนน่าจะ ดีกว่า

สุดท้ายประเด็นที่ ๕ เป็นการเพิ่มความชัดเจนในการใช้เงินกองทุน โดยมุ่งสร้าง สมดุลการอุดหนุนบริการขนส่งสาธารณะพร้อมกับคำนึงถึงภาระทางการคลังระยะยาวซึ่งมีผม แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายคนได้อภิปรายเกี่ยวกับมาตรา ๑๖ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๗ มันไม่ดีอย่างไรหรือครับ ในการคำนึงถึงภาระทางการคลังระยะยาว เพราะฉะนั้นสรุปก็คือ ประเด็นที่ ๒ นะครับ ที่ผมจะอภิปรายสรุปก็คือไม่ได้ยินนะครับว่าเหตุผลที่เป็นรูปธรรมที่จะ มาสนับสนุนบอกว่าร่างรัฐบาลควรเป็นร่างหลักคืออะไร นอกจากเป็นร่างของรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่ ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งด้วยนะครับ เป็น สนข. จ้างที่ปรึกษาแล้วก็ดำเนินการ กันมาหลายปีนะครับ ไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่พรรคประชาชนก็ชี้ให้เห็นว่าร่างที่มาจาก ระบบราชการมีปัญหาอย่างไร แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงว่าแล้วร่างพรรคประชาชนไม่ดีอย่างไร ก็เป็น ประเด็นที่ ๒ ประเด็นสุดท้ายครับ สั้น ๆ นะครับ ผมจึงคิดว่ามีความจำเป็นนะครับที่จะต้อง มีการลงมติเพื่อเลือกร่างหลัก และผมขอเสนอให้ร่างฉบับพรรคประชาชนเป็นร่างหลักด้วย เหตุผลที่ว่ามันดีกว่าร่างที่ ครม. ยื่นเข้ามาอย่างชัดเจน แล้วก็พร้อมอภิปรายถกเถียงนะครับ ว่าทำไมถึงยืนยันว่าร่างพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก แต่ตามที่ได้นำเรียนท่านประธานว่า ฟังมานาน ผมนั่งฟังอยู่ตลอดนะครับ ผมยังไม่ได้ยินเหตุผลว่าร่างรัฐบาลดีกว่าร่างพรรคประชาชน อย่างไร ขอบคุณครับ