มนพร เจริญศรี เสนอร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนแก่จำเลยในคดีอาญา โดยชี้แจงหลักการว่ากฎหมายฉบับนี้ให้ความช่วยเหลือประชาชน 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้เสียหายจากอาชญากรรม และจำเลยที่ไม่ได้กระทำความผิดจริงที่ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี ต่อมา มนพร เจริญศรี อภิปรายหลักการแก้ไขเพิ่มเติมโดยเสนอการปรับปรุงนิยามบทกฎหมาย สิทธิในการได้รับค่าทดแทนของผู้ต้องหา และหลักเกณฑ์การจ่ายค่าทดแทนแก่จำเลย รวมถึงการเพิ่มหมวดใหม่สำหรับการจ่ายเงินค่าทดแทน เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม และขอความเห็นชอบจากที่ประชุมในการพิจารณาโดยตั้งกรรมาธิการวิสามัญ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลย ในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้ ก่อนอื่นขอนำเสนอเรื่องของความเป็นมาของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะคะ
ท่านประธานที่เคารพคะ ประเทศไทยมีการประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติ ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และ ที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ ในปี ๒๕๕๙ ซึ่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ ในกระบวนการยุติธรรม จำนวน ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา หรือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับความเสียหายถึงแก่ชีวิต ร่างกายหรือจิตใจเนื่องจากการกระทำความผิดอาญา ของผู้อื่นโดยตนมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดนั้น ในส่วนกลุ่มที่ ๒ ค่ะ จำเลย ในคดีอาญาหรือเราเรียกว่า แพะ ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกพนักงานอัยการฟ้องต่อศาลว่าได้กระทำ ความผิดอาญา แล้วก็ถูกจำคุกในระหว่างการพิจารณาคดี ต่อมามีคำพิพากษาถึงที่สุด ข้อเท็จจริง ฟังได้ว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด นี่คือความเป็นมาของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ค่ะ
ส่วนหลักการได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ มีข้อความดังต่อไปนี้นะคะ ๑. ได้เพิ่มบทนิยามคำว่า ผู้ต้องหา และแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า ค่าทดแทน และ พนักงานอัยการโดยมีการแก้ไขมาตรา ๓ ๒. ได้กำหนดสิทธิของการได้รับค่าทดแทนและ ค่าใช้จ่ายของผู้ต้องหาในคดีอาญา หลักเกณฑ์การจ่ายค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่ผู้ต้องหา ในคดีอาญา และกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนหรือค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายที่ได้รับตาม กฎหมายที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี นั่นก็คือแก้ไขมาตรา ๕ และมาตรา ๖ และ มาตรา ๘ (๒) และเพิ่มหมวด ๔/๑ การจ่ายค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่ผู้ต้องหาในคดีอาญา มาตรา ๑๙/๑ และมาตรา ๑๙/๒ ท่านประธานคะ นอกจากนั้นยังได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม แจ้งสิทธิที่จะได้รับค่าตอบแทนหรือค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายเสียหายแก่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลยหรือทายาทซึ่งได้รับความเสียหายในคดีอาญา ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖ (๑)
ในประเด็นต่อมาเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมสิทธิของการได้รับค่าตอบแทนค่าใช้จ่าย แล้วก็หลักเกณฑ์การจ่ายค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๐ แล้วก็มาตรา ๒๑
ในประเด็นสุดท้ายเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การยื่นขอรับค่าตอบแทน ค่าทดแทน ค่าใช้จ่ายแก่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลย หรือทายาทที่ได้รับความเสียหายที่เกิด จากคดีอาญาซึ่งเป็นการแก้ไขมาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีเหตุผลของร่างดังนี้ค่ะ โดยมาตรา ๒๕ วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ ได้กำหนดให้บุคคลซึ่งได้รับความเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ จากการกระทำความผิดอาญาของบุคคลอื่นย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาหรือช่วยเหลือ ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยได้บังคับมาเป็นเวลานาน แต่กฎหมายฉบับดังกล่าวก็ไม่สามารถครอบคลุม ช่วยเหลือผู้ต้องหาที่อัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องและไม่ได้กระทำความผิด รวมถึงจำเลย หรือแพะที่ถูกควบคุมหรือขังในชั้นสอบสวนและช่วยเหลือจำเลยที่ศาลได้ตัดสินยกฟ้องโดยยก ประโยชน์แห่งความสงสัยที่ผ่านคณะกรรมการมาและจะมีมติไม่อนุมัติจ่ายด้วยการขยายเยียวยา ให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในทุกเหตุผลที่ศาลตัดสินยกฟ้อง รวมทั้งการที่ประชาชนได้ทำคำขอ เกินระยะเวลา สมควรมีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จำนวน ๑๖ มาตรา และเพิ่มคุ้มครองผู้ต้องหา แล้วก็จำเลย ตลอดจนได้มีการขยายระยะเวลาผู้ยื่นคำขอ รวมทั้งลดขั้นตอนการดำเนินงาน เพื่อให้ผู้เสียหาย ผู้ต้องหาและจำเลยได้รับการช่วยเหลือแล้วก็เยียวยาที่สะดวกรวดเร็วแล้วก็ ทั่วถึง รวมทั้งมีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเรายึดถือกรอบของแนวคิด ก็คือแนวคิด ๒ ขยาย ๒ เพิ่ม แล้วก็ ๑ ลดค่ะ ๒ ขยายดิฉันได้ขึ้นภาพให้ท่านสมาชิกได้เห็นว่า ๒ ขยาย หมายถึง ได้มีการขยายความช่วยเหลือหรือแพะที่ศาลได้ตัดสินยกฟ้องว่าไม่ได้กระทำความผิดหรือ ช่วยเหลือเพิ่มเติมในชั้นสอบสวน เนื่องจากกฎหมายฉบับเดิมช่วยเหลือเฉพาะในชั้นของ การพิจารณาคดีเท่านั้น นี่จึงเกิดเป็นช่องว่างพร้อมทั้งขยายการช่วยเหลือจำเลยหรือแพะที่มี การถอนฟ้องระหว่างการพิจารณาคดีหรือว่ามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องและคณะกรรมการ พิจารณาแล้วปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้มีการกระทำความผิดหรือการกระทำของจำเลย มิได้มีความผิดให้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาเพิ่มมากขึ้น
ส่วนการขยายที่ ๒ ๑. ก็คือเป็นการยื่นคำขอจาก ๑ ปีเป็น ๒ ปี ท่านประธานคะ ในเรื่องของส่วนที่เพิ่มก็คือ ๒ เพิ่ม นั่นก็คือเป็นการเพิ่มการช่วยเหลือผู้ต้องหาในขั้นสอบสวน ที่อัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องและไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด ซึ่งถือว่าเป็นมิติใหม่ที่ปรากฏ ในการแก้ไขกฎหมายฉบับเดิมและเพิ่มการบริการระบบอิเล็กทรอนิกส์ถึงการขยายบริการ อย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงการบริการอย่างสะดวก แล้วก็รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ๑. ลดนั่นก็คือลดขั้นตอนของการเยียวยาให้สั้นลงเพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระให้แก่พี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอกราบเรียนเพิ่มเติมนะคะว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕ วรรคสี่ ที่ภายใต้การนำของ ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ปี ๒๕๖๗ หน้า ๑๒ พูดถึงนะคะว่ารัฐบาลเองจะยึดมั่นในหลักนิติธรรมและความโปร่งใส สร้างความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน ด้วยการพิจารณาถึงหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ และรัฐบาลจะยกระดับการบริการภายใต้ภาครัฐที่สนองความต้องการของ พี่น้องประชาชนมากขึ้น นั่นก็คือเพิ่มบทบาทภาครัฐในการส่งเสริมแล้วก็สนับสนุน รวมทั้ง การอำนวยความสะดวกของพี่น้องประชาชน รวมทั้งการกำกับกติกาที่เป็นธรรมให้พี่น้อง ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็ว แล้วก็เป็นธรรมต่อคนทุกกลุ่มที่เราเรียกว่า คนเท่ากัน หรือความเท่าเทียมการปฏิบัติต่อพี่น้องประชาชนค่ะ
สำหรับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายเยียวยาในครั้งนี้ ก็จะมีการประกาศใช้โดยจะส่งผลให้ประเทศไทยมีกฎหมาย ที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็น ผู้เสียหาย ผู้ต้องหาหรือว่าจำเลยได้รับความช่วยเหลืออย่างครอบคลุมตามมาตรฐานสากล และประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อในคดีก็จะได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างสะดวก รวดเร็ว แล้วก็มีประสิทธิภาพ นั่นก็คือความช่วยเหลืออย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉันในนามของคณะรัฐมนตรีจึงขอกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้ร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับดังกล่าวให้มีมติเห็นชอบ และนำมาซึ่งการตั้งกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัตินี้เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนสำหรับคนไทยทุกคนแล้วก็ ทุกกลุ่มค่ะ ขอบคุณค่ะ