ธิษะณา สนับสนุนยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗

ธิษะณา ชุณหะวัณ อภิปรายสนับสนุนรายงานการยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยเน้นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการและสิ่งแวดล้อมอย่างเท่าเทียม พร้อมผลักดันการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้พิการและการใช้อารยสถาปัตย์อย่างครอบคลุมทั้งในภาครัฐและเอกชนเพื่อให้ผู้พิการสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียมกันในทุกมิติ

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน เขตสาธร และเขตราชเทวี พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนรายงานผล การพิจารณาศึกษา เรื่อง การยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อความจำเปึนต่อประชาชน ที่มีสิทธิใช้คุณประโยชน์จากสภาพแวดล้อม และการเข้าถึงบริการที่สะดวกโดยปราศจากการ เลือกปฏิบัติ ขอสไลด์ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

ประเด็นแรก คือการ ส่งเสริมคุณภาพชีวิต การเพิ่มเบี้ยยังชีพโดยรัฐให้มากขึ้นจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายครอบครัว ของผู้พิการได้มากขึ้น การเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้พิการนอกจากจะลดภาระทางการเงินของ ครอบครัวที่จะต้องดูแลผู้พิการ หรือผู้พิการที่จำเปึนที่จะต้องดูแลตนเอง โดยเฉพาะ ครอบครัวที่มีรายได้น้อย หรือมีฐานรายได้ที่ไม่ได้มากถือว่าเปึนเรื่องที่สำคัญ และหากการ เพิ่มเบี้ยยังชีพเปึนการลดภาระค่าใช้จ่ายและทำให้เขาได้นำเงินที่เหลือไปพัฒนาในด้านอื่น ๆ ต่อตนเอง หรือว่าไปประกอบธุรกิจอื่น ๆ หรือครอบครัวได้มากยิ่งขึ้น และยังสอดคล้องกับ สิทธิมนุษยชน ตามมาตรา ๑ สิทธิในการพัฒนาเปึนสิทธิมนุษยชนที่ติดตัวมาแต่เกิด หรือไม่ สามารถแบ่งแยกได้ โดยอาศัยอำนาจที่มนุษย์ทุกคนและประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะมีส่วน ร่วม และเพลิดเพลินกับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง ซึ่ง สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานทั้งปวงสามารถดำรงอยู่ได้อย่างเต็มที่ที่ตระหนักรู้ มาจากปฏิญญาว่าด้วยสิทธิในการพัฒนา ได้นำมาปรับใช้ในวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๒๙ และการมีรายได้ที่เพียงพอเพื่อยังชีพเปึนสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนรวมถึงผู้พิการ ซึ่งการเพิ่มเบี้ยยังชีพก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการสร้างสังคมที่เท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และความเปึนธรรมให้เกิดขึ้นกับประชาชนทุกหมู่เหล่าในประเทศ ซึ่งควร เปึนเปัาหมายหลักที่รัฐคำนึงถึง และมาถึงในสภาวะปัจจุบันในสภาพเศรษฐกิจ ณ เวลานี้ ที่เราทราบกันว่าค่อนข้างที่จะซบเซา ค่าครองชีพสูง รวมถึงฐานรายได้จากการทำงาน ต่อเดือนของพี่น้องประชาชนในประเทศก็ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาในหลาย ๆ ภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชนรากหญ้า แล้วก็ผู้พิการ กลุ่มเปราะบาง เปึนต้น หรือครอบครัวของผู้พิการที่อยู่ในส่วนนี้ โดยจากข้อมูลประมวลผล จากฐานข้อมูลทะเบียนกลางคนพิการ กรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ ข้อมูลจากวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ผู้พิการในไทยปัจจุบันมีจำนวนถึง ๒,๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ในฐานระบบค่ะ ท่านประธาน มีผู้พิการที่เปึนผู้สูงอายุมีจำนวนถึง ๑,๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งเมื่อมีความสูงวัย ก็จะมีภาวะแทรกซ้อน มีโรคแทรกซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็จะทำให้การดำรงอยู่ในชีวิตยากขึ้น ลำบากมากยิ่งขึ้น แล้วก็มีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามช่วงวัยด้วย แล้วก็จำเปึนที่จะต้องมี ผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดมากขึ้น รวมถึงผู้พิการในวัยทำงานทั่วประเทศก็มีประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคน ในจำนวนทั้งหมดนี้ของวัยทำงานมีถึง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่ไม่สามารถประกอบอาชีพ ด้วยตนเองได้เลย ในส่วนที่น่าเปึนห่วงก็คือผู้พิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกายทั้งหมด หรือผู้ป์วยติดเตียงในประเทศที่มีจำนวน ๑,๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน หรืออาจจะมากกว่านั้น หากในจำนวนนั้นครอบครัวของพวกเขาเปึนผู้มีรายได้น้อยด้วยก็จะเปึนเรื่องที่น่าเห็นใจ เปึนอย่างมาก และเปึนเหตุผลที่รัฐควรจะเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้พิการให้พวกเขา ต้องรวมไปถึง ผู้พิการในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการลดค่าใช้จ่าย แบ่งเบาภาระของผู้พิการ หรือครอบครัวของเขาให้เบาลงในสภาวะเศรษฐกิจซบเซาเช่นนี้ค่ะท่านประธาน ขอสไลด์ที่ ๓ ค่ะ ควรมีการออกแบบการสร้างอารยสถาปัตย์ที่เรียกว่า Universal Design ให้มีความชัดเจน เปึนมาตรฐานเดียวกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อำนวยความสะดวกให้กับ ผู้พิการในการใช้โครงสร้างขั้นพื้นฐานหรือสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเปึนการออกแบบห้องน้ำ ให้เหมาะสมกับผู้พิการประเภทต่าง ๆ ให้มีความครอบคลุมทุกประเภทของความพิการ เพื่อตอบสนองต่อผู้พิการ และเสริมโครงสร้างเข้าไปในสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยในกิจวัตร ประจำวัน ซึ่งให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยผู้พิการ หรือ Convention on The Rights of The Persons with Disabilities ซึ่งประเทศไทยเราก็ได้ลงสัตยาบันไปแล้วเมื่อป้ ๒๕๕๑ หากว่าด้วยข้อ ๒ Universal Design คือการออกแบบผลิตภัณฑ์ สภาพแวดล้อม โปรแกรม และบริการที่ทุกคนสามารถใช้ได้ในขอบเขตมากที่สุดเท่าที่จะเปึนได้โดยไม่จำเปึนต้อง ดัดแปลงหรือออกแบบเปึนพิเศษ ข้อ ๔ ก็คือให้มีการดัดแปลงให้น้อยที่สุด ใช้ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ ที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้เพื่อให้ตรงตามความจำเปึนพิเศษของผู้พิการเพื่อส่งเสริมและจัดให้ เปึนประโยชน์สูงสุด การดำเนินการดังกล่าวจึงจำเปึนต้องมีการผลักดันโดยรัฐ พร้อมถึง ความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งเอกชนและรัฐวิสาหกิจ เท่าที่ดิฉันทราบรัฐบาล บางหน่วยงานก็มีการศึกษาเบื้องต้นไปแล้วเรื่อง Universal Design อย่างเช่นการเคหะ แห่งชาติและเอกชนหลายแห่ง ไม่ว่าจะเปึนหมู่บ้านจัดสรร มหาวิทยาลัย สวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม อาคารบริษัททั่วไป หรือสถานที่ท่องเที่ยว วัด อาคาร ราชการต่าง ๆ ที่สำคัญคือทางเท้าค่ะท่านประธาน เพราะเปึนสิ่งที่เราต้องใช้ทุกวันเปึน โครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้จึงมีความจำเปึนที่จะต้องดึงผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรม มาออกแบบและศึกษา Universal Design ให้สามารถที่จะเข้าถึงได้สำหรับคนทุกหมู่เหล่า ในการปรับปรุงสร้างอาคารใหม่ จากแหล่งข้อมูลของ Center for Universal Design ออสเตรเลีย ค่าใช้จ่ายในการสร้างอาคารใหม่อยู่ในระหว่างร้อยละ ๐.๙๔-๓.๙๒ ส่วนในการ ปรับปรุงอาคารเดิมจะอยู่ในระหว่างร้อยละ ๒.๒๔-๑๔.๙ ของงบทั้งหมด จากเอกสารของ World Bank หรือธนาคารโลกได้ระบุไว้ว่า การสร้างใหม่ใช้งบไม่ถึงร้อยละ ๑ แต่การ ปรับปรุงจะใช้งบมากกว่าหลายเท่าตัว ดังนั้นเพื่อเปึนการควบคุมงบก็จำเปึนที่จะต้องเข้าใจ ความรู้ การศึกษาและเข้าถึง และการไม่เลือกปฏิบัติตั้งแต่ต้นไม่ใช่ทำมาแล้วมาแก้ไขทีหลัง นอกจากส่วนที่ต้องดูเรื่องงบประมาณแล้วควรมีการตรวจสอบคุณภาพ การสร้างปรับปรุง อารยสถาปัตย์เพื่อให้ใช้ได้จริง ๆ ไม่ว่าจะในขั้นตอนการออกแบบสร้างอาคารใหม่ ในขั้นตอน การสร้างปรับปรุงอาคารที่ยังไม่มี ไม่ใช่ออกแบบมาโดยไม่มีการตรวจสอบ อย่างบางทีทางขึ้น คนนั่งรถเข็นก็ทำมาสูงเหลือเกินขึ้นนั่งไม่ได้ ซึ่งถ้าดิฉันต้องเขียนตัวเองขึ้นกล้ามแขนก็คงเปึน มัด ๆ หรือไม่ก็หงายหลังหน้าคว่ำ เพราะว่า Universal Design คือออกแบบเพื่อทุกคนให้มี คุณภาพโดยไร้เงื่อนไข ปราศจากการเลือกปฏิบัติ นี่เปึนอีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันอยากจะ กล่าวถึง เนื่องจากตอนนี้ดิฉันล่วงเวลามาแล้วจึงขออนุญาตหยุดอภิปรายแต่เพียงเท่านี้ก่อน ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ