วรรณวิภา ไม้สน นำเสนอรายงานผลการศึกษาการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พิการ พร้อมเรียกร้องการแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัยและการบูรณาการนโยบายจากทุกภาคส่วนเพื่อรองรับสิทธิอย่างเป็นระบบ ทั้งยังหารือปัญหางบประมาณเบี้ยผู้พิการและกองทุนที่ไม่ถูกใช้อย่างเหมาะสม พร้อมเสนอให้เร่งปรับเพิ่มเบี้ยและใช้เงินกองทุนเพื่อสร้างโอกาสการทำงาน รวมถึงผลักดันการประสานงานระหว่างหน่วยงานให้ชัดเจนและรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านการจ้างงานและการติดต่อราชการ
ขอบคุณค่ะ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนในฐานะ กรรมาธิการแล้วก็ประธานอนุกรรมาธิการ เรื่อง การยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พิการ ต้องบอก แบบนี้ค่ะท่านประธานว่าเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคมที่ผ่านมาคือวันผู้พิการสากล เราพูดแล้วก็ รณรงค์เรื่องนี้กันอยู่เปึนประจำทุกป้แต่ยังไม่เคยมีใครหยิบยกขึ้นมาพูดเปึนรูปธรรม เพราะฉะนั้นต้องขอบคุณแรงบันดาลใจในการทำเรื่องนี้ของดิฉัน นั่นก็คืออาจารย์มณเฑียร บุญตัน ที่เคยทำเรื่องนี้มาก่อนแล้ว แล้วก็ท่านได้ล่วงลับไปแล้วนะคะ ดิฉันก็เลยหยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาสานต่อให้ครอบคลุมถึงคุณภาพชีวิตผู้พิการทั้งระบบ ไม่ว่าจะเปึนในแง่ของ กฎหมาย ในแง่งบประมาณ หรือในแง่ของการบูรณาการของหน่วยงานร่วมกัน โดยรายงาน ฉบับนี้จะมีอยู่ ๔ หมวดด้วยกัน ก็คือบทที่ ๑ ว่าในเรื่องบทนำ ก็จะมีทั้งรายชื่อกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการ รวมถึงที่มาที่ไปว่าทำไมเราถึงต้องทำรายงานฉบับนี้ขึ้นมา แล้วก็บทที่ ๒ เปึนเรื่องของการรวบรวมข้อมูลเพื่อการพิจารณาศึกษาไม่ว่าจะเปึนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับรัฐที่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการโดยตรง หรือหน่วยงานภาคเอกชน หรือหน่วยงาน ผู้พิการที่เข้ามาให้ข้อมูลเรื่องการศึกษาในเรื่องของรายงานฉบับนี้ แล้วรวมถึงผลการศึกษาค่ะ เรื่องที่ ๓ ก็คือผลการศึกษาว่าหลังจากที่เราเชิญหน่วยงานมาทั้งหมดแล้วเรามีผลการศึกษา เรื่องนี้ว่าอย่างไรบ้าง แล้วท้ายที่สุดในหมวดที่ ๔ ก็คือในเรื่องของข้อเสนอแนะและข้อชี้แนะ ของคณะกรรมาธิการทั้ง ๑๖ ข้อว่าเสนอแนะไปยังฝ์ายบริหาร แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า อย่างไรบ้าง สไลด์ถัดไปนะคะ เรื่องนี้ทางอนุกรรมาธิการเราได้มีการประชุมกันไปทั้งหมด ๒๖ ครั้ง มีหน่วยงานเข้าร่วม ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของภาคเอกชนก็ดี ตัวแทนพี่น้องผู้พิการก็ดี หรือว่าเปึนภาคข้าราชการก็ดีทุกเครือข่าย ไม่ว่าจะในประเทศ องค์กรที่ร่วมระหว่างประเทศ ต่างประเทศก็มาให้ข้อมูลในกรรมาธิการถึง ๒๑ หน่วย โดยในเนื้อหาสาระของรายงานฉบับนี้ ก็จะพูดถึงในเรื่องของกฎหมายที่มีทั้งภายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมาย ภายในประเทศก็จะมีพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่เราใช้กันบ่อยที่สุดแล้วก็ใช้อยู่จนปัจจุบันนี้ รวมถึงพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับ คนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ แล้วก็มีกฎหมายระหว่างประเทศ เรื่องปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิคน พิการขององค์การสหประชาชาติ แล้วก็อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการหรือ CRPD นั่นเอง ที่เกี่ยวข้องกับรายงานฉบับนี้ Highlight สำคัญว่าทำไมถึงพระเอกของรายงานฉบับนี้ ก็คือ การแก้ไขกฎหมายผู้พิการค่ะท่านประธาน ท่านประธานทราบไหมว่ากฎหมายผู้พิการเรามี การใช้กันตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ มีการแก้ไขเพียงครั้งเดียวเท่านั้นคือป้ ๒๕๕๖ คือการแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ครั้งสุดท้าย ๑๑ ป้ค่ะท่านประธาน ตั้งแต่สมัยโทรศัพท์ยังเปึนปุ์มกด จนปัจจุบันเปึน iPhone 16 กันไปหมดแล้ว มันทำให้ผู้พิการเสียประโยชน์จากเรื่องกฎหมาย หรือเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับอนุสัญญาไปเปึนจำนวนมากใน ๑๑ ป้ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้น นี่จึงเปึนสาเหตุสำคัญของการแก้กฎหมายในรายงานฉบับนี้ด้วย
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของงบประมาณค่ะ ก็จะมี ๒ ส่วนหลัก ๆ ด้วยกัน เมื่อสักครู่ท่านประธานได้แตะพูดไปบ้างแล้วนะคะ ก็คือในเรื่องของงบประมาณที่เกี่ยวข้อง กับงบประมาณแผ่นดินโดยตรง นั่นก็คืองบประมาณที่เราเรียกกันว่า เบี้ยผู้พิการ ที่ได้คนละ ๘๐๐ บาท หรือผู้พิการที่มีบัตรประชารัฐก็ได้อีกเปึน ๑,๐๐๐ บาท ใช้งบประมาณราว ๆ ๒๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ก็คือยังไม่ได้เยอะเท่าไร อันนี้ไม่เกี่ยวกับงบอื่น ๆ นะคะ เฉพาะงบ ที่เกี่ยวข้องกับเบี้ยผู้พิการ เพราะฉะนั้นในเมื่อมีข่าวแล้วว่าเห็นด้วยกับข้อเสนอของกระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็อยากให้มีมติออกมาไว ๆ ว่าจะปรับขึ้นเมื่อไร อะไร อย่างไร จำนวนเท่าไรโดยเร็ววันนะคะ พี่น้องผู้พิการก็รออยู่
อีกงบหนึ่งจะไม่พูดถึงก็ไม่ได้ค่ะท่านประธาน ทราบไหมว่างบกองทุนของ ผู้พิการที่นายจ้างไม่จ้างลูกจ้างตามมาตรา ๓๓ ของ พ.ร.บ. ผู้พิการ ๑๐๐ คนขึ้นไปจ้าง ผู้พิการ ๑ คนนะคะ ถ้าไม่จ้างหรือไม่ทำตามมาตรา ๓๕ ที่ให้สัมปทาน หรือให้พื้นที่ หรือให้ งานทำก็จะต้องนำเงินสมทบเข้ากองทุนตามมาตรา ๓๔ ปัจจุบันเงินสมทบนี้คงเหลือ ๑๒,๑๑๒ ล้านบาท ทำไมเงินตรงนี้ถึงมีเงินสะสมทั้ง ๆ ที่มันไม่ควรเปึนเงินสะสม มันควรเปึน เงินที่จะทำให้ผู้พิการมีงานทำ หรือไปเอื้อประโยชน์กับผู้พิการให้ได้มากที่สุด นี่ก็เปึนปัญหา แล้วเดี๋ยวจะมีอนุกรรมาธิการมาพูดต่อไปว่ามันเปึนปัญหาที่อะไร ทำไมกองทุนมันถึงยัง คงเหลือเยอะขนาดนี้นะคะ
โดยรวมแล้วทั้งหมดที่พูดมาพูดได้เลยว่าการที่ผู้พิการคนหนึ่งจะได้รับการ ดูแลหรือการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ มันไม่ใช่แค่หน่วยงานเดียว พัวพันกันไปหมดค่ะ ไม่ใช่ไปทีเดียวแล้วจบ ไปกระทรวง พม. แล้วจบ อย่างเช่น ผู้พิการที่จะต้องการกายอุปกรณ์ ต้องการรถเข็น ก็ต้องไปติดต่อกระทรวงสาธารณสุข ถ้าผู้พิการต้องการในเรื่องอื่น ๆ ก็ต้องไป ติดต่อกรมนี้ ไปติดต่อหน่วยงานนี้ ซึ่งแต่ละหน่วยงานที่มาให้ข้อมูลก็ไม่ได้ทำงานร่วมกัน สักเท่าไรเลย จึงเปึนปัญหาว่าทำไมเราถึงต้องการที่จะบูรณาการร่วมกันกับรายงานฉบับนี้ และให้หน่วยงานทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันโดยเฉพาะการจ้างงานและให้งานเพิ่ม แล้วก็ การติดต่อประสานงานที่มันรวดเร็วแล้วก็ชัดเจนขึ้น แล้วเดี๋ยวในรายละเอียดเชิงลึกในเรื่อง ข้ออื่น ๆ เรื่องการศึกษาและผลการศึกษาเดี๋ยวให้ท่านต่อไปเปึนคนเสนอต่อที่ประชุมค่ะ ขอบคุณค่ะ