ณัฐชา เสนอปรับกฎหมาย-เพิ่มเบี้ยคนพิการ 1,000 บาททั่วถึง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ หารือการยกระดับสวัสดิการคนพิการ โดยเสนอให้ปรับปรุงกฎหมาย เพิ่มเบี้ยคนพิการเป็น 1,000 บาทอย่างถ้วนหน้า และเรียกร้องให้ใช้เงินกองทุนคนพิการอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมชี้ปัญหาข้อจำกัดในการเข้าถึงสวัสดิการและโอกาสการทำงานจากกระบวนการที่ซับซ้อนและกฎหมายที่ยังไม่เพียงพอ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอบคุณ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน จากพี่น้องชาวบางบอน บางขุนเทียน ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการที่ได้พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการ ซึ่งในคณะกรรมาธิการก็มี เพื่อนสมาชิกทั้ง ๑๕ ท่านจากทุกพรรคการเมือง ซึ่งก็ได้ร่วมกันพิจารณาในเรื่องของ สวัสดิการต่าง ๆ และหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของสวัสดิการผู้พิการที่เราได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ว่าจนถึงปัจจุบันนี้มีความจำเปึนอย่างยิ่งยวดที่จะต้องมีการพัฒนา ปรับปรุง และยกระดับ คุณภาพชีวิต จึงได้มีการตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นเมื่อวันพุธที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๗ โดยมี ท่านประธานอนุกรรมาธิการ คือท่านวรรณวิภา ไม้สน แล้วก็มีสมาชิกในคณะอนุกรรมาธิการ ๑๐ ท่าน ซึ่งก็จะมีตัวแทนจากองค์กรภาคประชาสังคม แล้วก็หน่วยงานหรือตัวแทนจาก ผู้พิการ แล้วก็มีผู้พิการที่ได้รับเรียกว่าผลกระทบ แล้วก็ต้องใช้กฎหมายฉบับนี้มาขับเคลื่อน ในการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ซึ่งก็ได้พิจารณากันมาจนแล้วเสร็จแล้วก็ได้ทำเปึนรูปเล่มรายงาน เพื่อจะศึกษาแนวทางเกี่ยวกับการยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการเล่มนี้ครับ เพื่อจะส่งตรงไป ถึงทางท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ให้ฝ์ายบริหารนั้นได้รับไปพิจารณาในการปรับปรุงแก้ไข ต่อไป ผมเชื่อว่าวันนี้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่านที่เปึนผู้แทนในระดับเขต ก็อาจจะต้องลงพื้นที่แล้วก็พบปะกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนผู้พิการ หรือแม้กระทั่ง ท่านประธานเองที่จังหวัดอ่างทองผมติดตาม Page อยู่ บ่อยครั้งก็ต้องลงพื้นที่ไปพบกับพี่น้อง ประชาชน เราก็จะเห็นว่าการช่วยเหลือ การเข้าถึงระบบสวัสดิการต่าง ๆ สำหรับคนพิการ นั้นยังคงมีการติดขัด มีหลาย ๆ กฎหมายที่มันยังล้าหลัง บางข้อก็ต้องปรับปรุงแก้ไขใน พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งในรายละเอียดว่าจะแก้ไข ปรับปรุงด้านใดบ้างทางอนุกรรมาธิการจะมาลงรายละเอียด แต่ผมอยากจะสื่อสารไปใน ๒ ทิศทางด้วยกันที่มีความจำเปึนหลัก ๆ นั่นก็คือเรื่องของเบี้ยคนพิการ ซึ่งได้ทราบข่าว มติ ครม. ที่ผ่านมา อันนี้ก็ต้องขอชื่นชมรัฐบาลเพราะว่าเรื่องนี้ต้องยอมรับว่าเราเสนอกันมา ตั้งแต่คณะกรรมาธิการชุดที่แล้ว คณะนี้ครับชุดที่แล้วเราก็ได้มีการพูดคุยว่าเงินคนพิการ ตอนนี้มีการจ่ายอยู่ ๒ ทางท่านประธาน คือ ๘๐๐ บาทที่เข้าตรงไปที่บัตร ATM แล้วก็อีก ๒๐๐ บาท สำหรับผู้พิการที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย ซึ่งก็สร้างความลำบากครับ นอกจากจำนวนเงินที่น้อยนิด ความลำบากที่จะต้องออกไปกด หรือให้ตัวแทน หรืออะไร ต่าง ๆ มันสร้างความลำบากให้กับพี่น้องประชาชน เราจะเพิ่มเปึน ๑,๐๐๐ บาทไปเลย เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เขาได้รับเงินเยียวยาหรือเงินยังชีพตรงนี้เขาได้สะดวกและรวดเร็ว มากยิ่งขึ้น เราก็บอกว่ามันติดขัดตรงไหน ประการใดที่ทำไมถึงต้องแบ่งแยกเปึน ๒ ก้อน เราก็นำเสนอต่อทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในชั้นพิจารณาของกรรมาธิการเปึนที่เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ในส่วนของมติของอนุกรรมการที่มีทางท่านรองนายกภูมิธรรมได้นำเสนอไว้ในรัฐบาล ที่แล้วก็คือรัฐบาลท่านนายกเศรษฐา ซึ่งมี ๕ ข้อด้วยกัน ซึ่งเปึน ๕ ข้อที่ชื่นชมนะครับ ก็คือ เรื่องของการสนับสนุนให้มีเงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้า ๖๐๐ บาท ข้อ ๒ ก็คือเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ๑,๐๐๐ บาทแบบถ้วนหน้า ข้อ ๓ คือเบี้ยความพิการ ๑,๐๐๐ บาทแบบถ้วนหน้า ข้อ ๔ คือ ค่าตอบแทนผู้ช่วยคนพิการ หรือ PA ที่เปึนอาสาสมัครของกระทรวง พม. ที่ดูแลคนพิการ เพิ่มเปึนชั่วโมงละ ๑๐๐ บาท หรือเงินอุดหนุนสตรีมีครรภ์ให้ตั้งแต่เดือนที่ ๕ ถึงเดือนที่ ๙ เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ๕ ข้อนี้เปึนเรื่องที่อนุกรรมการที่ท่านศึกษาแล้วท่านก็ได้มีมติ ออกมาแล้ว แต่ก็ด้วยความเรียกว่ามีอุบัติเหตุทางการเมืองเล็กน้อยก็คือมีการปรับเปลี่ยน เรื่องของผู้บริหารก็ทำให้เรื่องนี้ไม่ได้ตามต่อ แต่ในสมัยของทางท่านนายกแพทองธารนี้ เราก็มีความคืบหน้าในเรื่องของเบี้ยคนพิการ ๑,๐๐๐ บาทเข้ามา ในเรื่องของเงินเด็กเล็ก ถ้วนหน้าขึ้นมา อันนี้ก็เปึนความคืบหน้าที่ขอชื่นชมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

อีกส่วนหนึ่งที่ผมจะพูดลงรายละเอียดนั่นก็คือเงินกองทุนครับท่านประธาน เรามีกฎหมายบอกว่าเอกชนถ้าเกิดมีลูกจ้างเกิน ๑๐๐ คน จะต้องมีจ้างผู้พิการ ๑ คน ถ้าบริษัทห้างร้านไหนไม่จ้างผู้พิการ ๑ คน ก็ต้องส่งเงินเข้ากองทุนคนพิการจำนวนป้ละ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อ ๑๐๐ คน เพราะฉะนั้นเราก็จะมีเงินสะสมอยู่ในกองทุนจำนวน มากเลย แต่เราก็ไปดูรายละเอียดว่าเอ๊ะทำไมเงินกองทุนมันมีจำนวนมาก นั่นหมายความว่า อย่างไร เงินกองทุนมีจำนวนมากมี ๒ เรื่องหลัก ๆ ท่านประธานครับ นั่นก็คือเรื่องแรก คนพิการไม่ได้ทำงาน คนพิการไม่ได้ทำงานเอกชนเลยต้องส่งเงินอันนี้เงินเลยมีมาก เงินมีมาก ข้อที่ ๒ ก็คือว่าเมื่อส่งมาอยู่ในกองทุนแล้วกองทุนไม่ได้ใช้ทำอะไรเลย อันนี้ก็เปึนส่วนที่ ๒ ว่า ได้รับเงินมากแล้วยังไม่สามารถบริหารจัดการให้เข้าถึงผู้พิการโดยตรงก็ทำให้เงินคงเหลือ จำนวนมาก ๒ เงื่อนไขนี้ครับ มันเปึนความซ้ำเติมความพิการของเขา ก็คือว่าเราเอา ความพิการของเขามาเก็บเงินผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการจ่ายเงินมารัฐบริหารจัดการ ให้มันเหลือ เหลือหมายความว่าผู้พิการต้องสูญเสียโอกาสที่จะทำงานในบริษัทห้างร้านนั้น สูญเสียไม่พอได้รับเข้ามาเงินกองทุนแทนที่จะช่วยส่งเสริมให้เขาได้รับอย่างรวดเร็ว ให้เขา ได้รับอย่างง่ายดาย ก็ไปมีกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ ที่รายละเอียดยิบย่อยมากมายทำให้ เขาเข้าถึงกองทุนเรื่องนี้ได้ยาก นี่ก็เปึนเรื่องที่คณะกรรมาธิการเราได้นำเสนอในรายงาน ฉบับนี้ด้วย แล้วในรายละเอียดในข้อกฎหมายต่าง ๆ ก็เดี๋ยวให้ท่านสมาชิกของอนุได้ลง รายละเอียดต่อไปครับท่านประธาน