สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗

ภัณฑิล น่วมเจิม หารือเรื่องปัญหาความยากจนและหนี้นอกระบบ โดยวิเคราะห์ข้อมูลและพยายามหาทางออกแก้ไขปัญหานี้ และระบุว่ามาตรการรัฐที่ผ่านมาไม่ได้ผล ทำให้หนี้สินของประชาชนมีมูลค่ารวมประมาณ 10,000 ล้านบาท

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ขอร่วม อภิปรายรายงานผลการพิจารณาการศึกษาเรื่องปัญหาหนี้นอกระบบและแนวทางการแก้ไข อย่างบูรณาการและยั่งยืน ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

แน่นอนครับ ปัญหานี้เปึนปัญหาใหญ่ แก้ยาก แก้ไม่ง่าย ต้องยอมรับ ข้อมูลในรายงานก็มีที่อาจจะเอาไปใช้เปึนประโยชน์ได้หลายอย่าง แต่ผมว่าก็ยังอาจจะต้องติติงว่า ยังมี Solution ที่ไม่ชัดเจน ยกตัวอย่าง ดอกร้อยละ ๒๐ ต่อเดือน สมมุติเงินต้น ๓๐,๐๐๐บาท ใช่ไหมครับ ดอกร้อยละ ๒๐ เดือนหนึ่ง ๖,๐๐๐ หาร ๓๐ วันละ ๒๐๐ บาท สำหรับผู้มีรายได้น้อยเขาหาได้วันละ ๓๕๐-๔๐๐ บาท ๒๐๐ ยากมากครับ เปึนปัญหาครับ ภาครัฐก็พยายามจะไปไกล่เกลี่ย พยายามจะทำตลาดนัดแก้หนี้ อะไรต่าง ๆ แล้วมันเปึนวิธีที่ Work หรือเปล่า อยากจะลองมาวิเคราะห์ดู เพราะเราต้องหา ทางออกจริง ๆ เพราะจริง ๆ หลายครั้งเปึนมายาคติว่า โอ้โฮเปึนหนี้ เปึนหนี้ แต่จริง ๆ แล้ว เขาเปึนหนี้เพราะอะไรครับ ส่วนใหญ่เรื่องการศึกษาของลูก รายงานก็บอกเป่ดเทอมที มันไม่มีฟรีจริงในโลกนี้ ต้องไปค่าชุดเอย ค่าโน่น ค่านี่ เวลาพ่อแม่ตัวเองป์วยสวัสดิการ สาธารณสุขก็ไม่ฟรีจริงครับ ไปเดินได้ครับ เพื่อนสมาชิกก็คงเคยไปเดินตามพื้นที่ ไปถามค่ารถเอย ยานอกบัญชีเอยไม่มี อะไรฟรีจริงหรอกครับ ๓๐ บาท หรือว่าไปรักษาฟรีมันไม่มีในโลกนี้ครับ ลำพัง ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาทเบี้ยผู้สูงอายุมันจะไปพออะไร ก็เลยเปึนปัญหาครับ ผมคิดว่า เปึนปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งหมดที่ต้องแก้ด้วยระบบสวัสดิการ แต่ว่าอยากจะมาชวนคิดดู ข้อมูลในหน้าถัดไปว่า จริง ๆ แล้วหนี้มันเกิดจากอะไร ในรายงานก็บอกคือความสามารถ ในการชำระหนี้มันมีปัญหา ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือนในประเทศไทยมีหนี้นอกระบบ ซึ่งเฉลี่ยต่อครัวเรือนประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ลองดู รายได้ครัวเรือนเฉลี่ยเอาเขตที่ต่าง ๒ ผัวเมียทำงานได้ ๓๐,๐๐๐ บาท โดยเฉลี่ย ลบรายจ่าย ครัวเรือนเฉลี่ย ๒๔,๐๐๐ บาท เหลือเดือนหนึ่ง Net ๕,๐๐๐ บาท ลองคิดดูสิครับ อันนี้ยัง ไม่ต้องคำนวณดอกเบี้ย ลองหารดูสิว่ากี่เดือนเขาจะใช้หนี้หมด ๒๐๐,๐๐๐ บาท หารด้วย ๕,๐๐๐ บาท ๔๐ เดือน ใช่ไหมอันนี้ยังไม่รวมดอกเบี้ย ก็ตีเสียว่า ๓-๔ ป้ ใช้หนี้อย่างเดียว

ปัญหาต่อไป อันนี้คือหนี้เกิดจากรายได้ไม่พอ รายจ่ายเยอะกว่า ลองมาดู วิเคราะห์จากข้อมูล เมื่อสักครู่ทางก็ท่านสว่างจิตต์ก็ได้นำเสนอ ท่านกรรมาธิการก็ได้นำเสนอว่า หนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยสำเร็จเท่าไร ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตลาดนัดแก้หนี้มีเท่าไร ขอหน้าต่อไปเลยครับ เจ้าหนี้เขาบอกมี ๑๓๐,๐๐๐ กว่าราย ลูกหนี้ ๑๕๐,๐๐๐ กว่ารายนะครับ เฉลี่ยแล้วหนี้นอกระบบประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาทต่อราย ซึ่งมูลค่าหนี้รวมประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยส่วนหนึ่ง ๓๐,๐๐๐ กว่ากรณี ไกล่เกลี่ยสำเร็จ ๒๗,๐๐๐ กรณี แต่มูลค่าหนี้ลดลงมันน้อยมาก ๑,๒๐๐ ล้านบาท เทียบกับมูลค่ารวมทั้งหมด ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป ก็ถือว่าอาจจะสำเร็จได้บางส่วน

อีกอันหนึ่ง ก็คือส่วนใหญ่เลยจาก ๑๐๐,๐๐๐ กว่ารายนี่ เจ้าหนี้ ลูกหนี้ ไม่สมัครใจเข้าสู่กระบวนการรัฐ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าราย คิดเปึน ๖๕ เปอร์เซ็นต์ คือเขา ไม่ Event มาด้วย ไม่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย ไม่ไปร่วมกิจกรรมตลาดนัดแก้หนี้ อันนี้จะ แก้หนี้ได้อย่างไร คือเขาไม่อยากมา Clear ใช่ไหม อันนี้คือปัญหาใหญ่เลยอีกจุดหนึ่ง

อีกอันหนึ่ง ก็คือเข้าร่วมกิจกรรมตลาดนัดแก้หนี้ ท่านก็ไปแจกของ เกณฑ์คน เข้ามานั่งเหมือนในภาพเมื่อสักครู่ ๑๖,๐๐๐ ราย ข้อพิพาทไกล่เกลี่ยสำเร็จไม่ถึง ๕,๐๐๐ กรณี คือไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มูลค่าหนี้ลดลง ๑๖๐ ล้านบาทแสดงว่าทั้งหมดนี้จะบอกว่า ที่ผ่านมามาตรการรัฐต่าง ๆ นี่มันไม่ค่อยได้ผล จำนวนหนี้ก็ไม่ค่อย ๆ ลดลง คนเข้าสู่ระบบ ไม่สมัครใจ มากี่เปอร์เซ็นต์เอง เพราะฉะนั้นก็ยังเปึนข้อท้วงติง ถึงแม้ว่าโอเคท่านจะวิเคราะห์ ปัญหาอะไรมาได้เยอะแยะส่วนใหญ่ แต่ Solution ยังไม่ชัดว่าจะแก้อย่างไร เพราะว่า ที่ผ่านมาถ้าเผื่อท่านใช้วิธีแบบเดิม ไกล่เกลี่ยตลาดนัดแก้หนี้ก็แก้ได้แค่นี้ สถิติมันก็บอกอยู่ ผมก็คิดว่าในอนาคตถ้าเผื่อเราได้มีโอกาสจะศึกษาอะไรอีก จริง ๆ ต้อง มี Solution ที่ชัดกว่านี้ แล้วก็มี KPI หรือตัวดัชนีชี้วัดที่ชัดกว่านี้ ขอบคุณมากครับ