ประทีป เจริญกัลปี หารือปัญหาหนี้นอกระบบที่เกิดจากความยากจนและการขาดความรู้ทางกฎหมายและการเงิน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบโดยแยกเป็นระยะเร่งด่วนและระยะยาว รวมถึงการบูรณาการหน่วยงานรัฐในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ทั้งยังเสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์แก้ปัญหาหนี้สินแห่งชาติ การปรับปรุงกฎหมายให้ครอบคลุมและเข้มข้นขึ้น รวมถึงการใช้มาตรการภาษี กฎหมายฟอกเงิน และการนิรโทษกรรมเพื่อผลักดันให้ผู้ให้กู้ย้อนกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ประทีป เจริญกัลปี ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการครับ ผมขออนุญาตนำเรียนรายงานเกี่ยวกับประเด็น เรื่องของการบริหารจัดการและการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่าง บูรณาการและยั่งยืนครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
สำหรับ ประเด็นเรื่องของการแก้ปัญหาเชิงนโยบาย และการแก้ปัญหาเชิงกฎหมายนั้น ปัญหาหนี้ นอกระบบเปึนที่ทราบดีว่าเปึนปัญหาที่เกิดจากประเด็นปัญหาหลาย ๆ ส่วน อย่างที่ทาง ท่านจุมพลได้นำเรียนแล้วบางส่วนนะครับ เราสามารถที่จะแบ่งสรุปเรื่องของประเด็น ผู้เกี่ยวข้องได้ ๓ ประเด็น
ประเด็นแรก เรื่องของปัญหาที่เกิดจากลูกนี้
ส่วนที่ ๒ ประเด็นที่เกิดจากเจ้าหนี้และทีมผู้ทวงหนี้
ส่วนที่ ๓ เกิดจากหน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานที่กำกับดูแลต่าง ๆ
สำหรับการแก้ปัญหาเชิงนโยบาย ในส่วนของลูกหนี้นะครับ ปัญหาหลัก ๆ ที่เกิดจากความยากจน ปัญหาความมีหนี้สินล้นพ้นตัว แล้วก็ปัญหาการไม่สามารถเข้าถึง แหล่งเงินกู้ของภาครัฐได้นะครับ รวมทั้งการขาดองค์ความรู้ด้านกฎหมาย แล้วก็ความรู้ ด้านของการกู้หนี้ยืมสิน ตรงนี้ก็เปึนปัญหาของลูกหนี้ที่ทางเราเองก็มีทางอนุกรรมาธิการ และกรรมาธิการได้มีการศึกษาประเด็นพวกนี้นะครับ สำหรับประเด็นของเจ้าหนี้และทีมที่ ทวงหนี้ก็เปึนปัญหาที่จะทางเจ้าหนี้ก็มีการทำสัญญา มีการเอารัดเอาเปรียบ มีการเก็บดอกเบี้ย ที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดนะครับ มีการเรียกดอกเบี้ยที่โหดร้าย มีการทวงหนี้ที่ผิดกฎหมาย ที่กำหนดเช่นกันนะครับ สำหรับหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลนะครับ กฎหมายฉบับนี้มีกฎหมาย อยู่หลายฉบับ แต่ละที่มีหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลนะครับ อย่างเช่น กรมการปกครองก็ กำกับดูแลเรื่องของ พ.ร.บ. ทวงหนี้นะครับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังก็กำกับดูแล เกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายการกู้ยืมเงินนะครับ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับดูแล ธนาคารพาณิชย์นะครับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีบทบาทหน้าที่ในการ คุ้มครองผู้บริโภคในภาพรวมอยู่แล้วนะครับ แล้วก็ตำรวจ รวมทั้ง DSI นะครับ สำหรับ หน่วยงานอื่น ๆ เช่น หน่วยงานที่จะต้องกำกับดูแลเรื่องของการให้ความรู้เรื่องของการ ฝ๊กอาชีพ เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวง พ.ม. นะครับ
สำหรับการแก้ปัญหาเชิงนโยบายและการบริหารจัดการ ก็ขออนุญาตนำเรียน ว่าแยกแยะเปึนปัญหาของการแก้ปัญหาเชิงนโยบายแบบเร่งด่วน และการแก้ปัญหาแบบ ระยะยาวนะครับ สำหรับการแก้ปัญหาแบบเร่งด่วนนะครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนว่าปัญหา ในการทำงานของภาครัฐนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการปัองปราม หรือว่าการปราบปราม ก็เปึนเรื่องของการยังขาดการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ทุกวันนี้หน่วยงาน ที่จะต้องกำกับดูแลด้านนโยบายก็ควรจะต้องมีการบูรณาการการทำงานให้มากขึ้น ปัญหา การทำงานของภาครัฐเรื่องของการบูรณาการการทำงานระดับนโยบาย ทุกวันนี้มักจะมีการ ทำ MOU ระดับองค์กร ระดับนโยบายด้วยกัน แต่ว่าในทางปฏิบัติจริงแล้ว การปฏิบัติการ การบูรณาการระดับปฏิบัติการนี่ยังขาดความเชื่อมโยงในการที่จะบังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจัง ดังนั้นเราจะเห็นว่าการบูรณาการระดับนโยบาย ระดับกรม ระดับกระทรวงนี่ ยังมีอยู่เสมอนะครับ แต่ว่าการบังคับใช้กฎหมายระดับหน่วยปฏิบัติ ไม่ว่าจะเปึนเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ไม่ว่า สคบ. หรือว่าหน่วยงาน DSI ระดับปฏิบัติการนี่ยังขาดความเชื่อมโยงในการ ทำงาน ดังนั้นการบังคับใช้กฎหมายที่เปึนเรื่องของการบูรณาการยังต้องมีการที่จะต้อง แก้ปัญหาระดับนี้อีกอย่างพอสมควร สำหรับการบูรณาการในการปฏิบัติ เปัาหมายเพื่อให้มี การหยุดยั้งในการที่จะไม่ให้เกิดหนี้นอกระบบ แล้วก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย หนี้นอกระบบให้มากขึ้น
สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาว เราเน้นการปัองกัน แล้วก็ปราบปราม
สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องของการปัองกันความยากจน เปึนมูลเหตุหลัก ในการที่จะก่อให้เกิดการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ดังนั้นการแก้ปัญหาความยากจนก็เปึน ประเด็นปัญหาที่ทุก ๆ กระทรวง โดยเฉพาะเปึนปัญหาของรัฐบาลที่จะต้องให้ความสำคัญ ในประเด็นเรื่องของการแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งตรงนี้เปึนปัญหาใหญ่นะครับ สำหรับการแก้ปัญหาข้อกฎหมายผมจะนำเรียนในโอกาสต่อไปในช่วงหลัง การให้ความรู้ หรือการสร้างองค์ความรู้ให้แก่ภาคประชาชนก็เปึนปัญหาหลักที่ภาคประชาชน และผู้บริโภค ยังขาดองค์ความรู้เรื่องของการกู้หนี้ยืมสินนะครับสัญญาที่ไม่เปึนธรรม ประชาชน ยังไม่มีความรู้นะครับ เรื่องของการคิดอัตราดอกเบี้ย ตรงนี้ก็เปึนประเด็นที่ภาคประชาชน ยังขาดความรู้ ในการที่จะคิดอัตราดอกเบี้ยว่าอัตราดอกเบี้ยเท่าไร เปึนอัตราดอกเบี้ย ที่ถูกกฎหมายนะครับ ความจริงแล้วการที่สถานะของผู้ที่ให้กู้ เปึนสถานะที่มีสถานะสูง ในสังคม หรือว่าเปึนผู้ที่มีอิทธิพล ดังนั้น การให้องค์ความรู้กับภาคประชาชนก็เปึนสิ่งที่สำคัญ
สิ่งที่เสนอทางคณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการเสนอ ก็เสนอเรื่องของ การตั้งศูนย์แก้ปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ต้องกราบเรียนว่าในส่วนของการแก้ปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ทางอนุกรรมาธิการศึกษาพิจารณาเห็นว่าเปึนประเด็นหลักที่ควรจะต้องรีบตั้ง เพราะว่า การแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบ ปัญหานี้เปึนปัญหาระดับชาติ ดังนั้น ถ้าไม่มีการจัดตั้งศูนย์ แบบเปึนทางการมีการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานของการแก้ปัญหาด้านนี้ ประสิทธิภาพก็อาจจะยังไม่ดีเท่าที่ควร ท่านจะสังเกตเห็นว่ากรณีที่มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการ อย่างเช่น ของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินะครับ ตำรวจแห่งชาติเวลาตั้งศูนย์และมีการปฏิบัติการ ถ้ากระทำจริงจังภารกิจนั้น ๆ ก็สามารถที่จะสำเร็จได้โดยง่าย แล้วก็บรรลุเปัาหมาย ตามนโยบายที่รัฐบาลต้องการหลายกรณี อย่างเช่น ศูนย์ปราบปรามยาเสพติดพวกนี้ ดังนั้นทางคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการก็เสนอตั้งศูนย์แก้ปัญหาหนี้สินแห่งชาติ โดยขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปึนหน่วยงานกลาง ในการที่จะกำกับดูแล และประสานงานทุก ๆ ส่วนราชการ
สำหรับประเด็นเรื่องของการแก้ปัญหาด้านกฎหมาย ท่านจุมพล นิติธรางกูร ได้นำเรียนไปบางส่วนแล้วนะครับ การแก้ปัญหาเชิงกฎหมาย ก็ได้ทราบกันดี แล้วว่ากฎหมาย เรื่องของการแก้หนี้สินนอกระบบ มีกฎหมายหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้งกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาบางส่วน เพราะว่าเปึนความผิด ถ้ากรณีฉ้อโกงประชาชน หรือว่าความผิดบางส่วน เปึนเรื่องของการกระทำผิด ซึ่งอาจจะมีความผิดต่อส่วนตัว ก็อาจจะมีประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาเกี่ยวข้องในบางส่วนนะครับ พ.ร.บ. ทวงถามหนี้ รวมทั้งกฎหมาย กฎหมายว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดังนั้น เมื่อมีกฎหมายหลาย ๆ ภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องในหลายฉบับ การเสนอแก้กฎหมาย ซึ่งก็มี พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งท่านจุมพลได้นำเรียนไปบางส่วนแล้วว่ามีปัญหาเรื่องของโครงสร้างของกฎหมาย ยังต้อง มีการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ นิยามคำว่า หนี้นอกระบบ อย่างที่ท่านจุมพลได้นำเรียนว่า ยังไม่ครอบคลุม ยังต้องนำข้อเท็จจริงมาปรับให้สอดรับกับคำนิยามนี้ ดังนั้น คำว่า หนี้นอกระบบ ต้องมีการศึกษาเพื่อที่จะให้ครอบคลุมถึงปัญหาหนี้นอกระบบให้ครอบคลุมทั้งหมดเลย การแก้ปัญหาในส่วนเรื่องของความผิดฉกรรจ์ ความผิดฉกรรจ์คดีเรื่องของหนี้นอกระบบ เปึนคดีที่มีความซับซ้อน ดังนั้น เมื่อคดีที่มีความซับซ้อน มีผู้กระทำผิดจำนวนมากดังนั้น ความผิดฉกรรจ์ก็คือถ้ากรณีที่มีผู้กระทำผิดมากกว่า ๒ คน ก็อาจจะต้องมีการที่จะเขียน ข้อกฎหมายให้รับผิด แล้วก็มีกระบวนการพวกนี้อาจจะต้องมีการรับผิดมากขึ้น หรือว่า อาจจำเปึนต้องมีการกำหนดเปึนข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่า ถ้าเปึนกรณีที่มีการกระทำผิด ที่ซับซ้อน ลักษณะของการกู้หนี้นอกระบบ อาจจะต้องมีข้อสันนิษฐานทางกฎหมายว่า เปึนความผิด ซึ่งถ้ามีข้อสันนิษฐานทางกฎหมาย การนำสืบก็จะเปึนภาระของทางผู้ที่ เปึนจำเลยมากกว่าที่เปึนโจทก์ ซึ่งเปึนไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
สำหรับการแก้ไขบทลงโทษ กรณีของบทลงโทษ กรณีนี้คดีความผิดตามกฎหมาย การกู้หนี้นอกระบบ ส่วนใหญ่แล้วเมื่อมีการกระทำผิดก็จะเปึนความผิดต่างกรรมต่างวาระ ดังนั้น เมื่อมีความผิดแล้วอัตราโทษตามกฎหมาย ถ้าจำคุกน้อยลักษณะเดียวกับแชร์ลูกโซ่ หลายคดีรวมแล้วอาจจะจำคุกหลายสิบป้ เปึนร้อยป้ พันป้ แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ถ้ากรณีที่จำคุกอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน ๑๐ ป้ รวมโทษทุกกระทงแล้ว ไม่สามารถลงโทษจำคุกได้เกิน ๒๐ ป้ อย่างแชร์ลูกโซ่ แชร์แม่ชม้อย จำคุกเปึนแสนป้ ศาลพิพากษาจำคุกไม่เกิน ๒๐ ป้ แล้วก็คุณชม้อย ทิพย์โส ที่จังหวัดยโสธรเองก็ติดคุกจริง ๆ ประมาณ ๗ ป้เศษ ดังนั้น อัตราโทษจำคุกก็อาจจะต้องมีการแก้ไขให้สอดรับกับอัตราโทษ ที่แท้จริง เพราะว่าหนี้นอกระบบเปึนกรณีที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน
สำหรับการแก้ปัญหาเชิงกฎหมายอีกส่วนหนึ่ง มาตรการทางภาษีก็เปึนมาตรการ ที่ผู้กระทำผิดเกรงกลัว ดังนั้นจะสังเกตว่าผู้ที่ให้กู้หนี้นอกระบบนั้นส่วนใหญ่ก็จะมีฐานะร่ำรวย มีฐานะทางสังคม ถ้าใช้มาตรการทางภาษีมาดำเนินการตรวจสอบก็อาจจะเกิดความเกรงกลัว ดังนั้นก็อาจจะต้องมีการใช้มาตรการประมวลกฎหมายรัษฎากรและกฎหมายภาษีด้วย อีกส่วนหนึ่งกฎหมายว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ก็จะเปึนกฎหมายฉบับหนึ่ง ที่มีมาตรการในการยึด อายัด และริบทรัพย์ ก็เปึนมาตรการที่ทางผู้กระทำผิดเกรงกลัว ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ก็อาจจะต้องเขียนให้มีความผิดเปึนความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงินด้วย สำหรับอีกส่วนหนึ่งที่จะนำเรียนในส่วนของการแก้ไขด้านกฎหมาย กฎหมายการกู้หนี้ยืมสิน เวลาเข้าสู่กระบวนการแล้ว เนื่องจากผู้กระทำผิดส่วนใหญ่แล้วทุกคนจะเปึนความผิดทางอาญา เพราะว่ามีการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ทางคณะอนุกรรมาธิการก็เสนอให้มีการออกกฎหมาย นิรโทษกรรมให้ผู้ที่ให้กู้ระยะนี้เข้าสู่กระบวนการได้ ดังนั้นถ้าผู้ให้กู้ไม่มีความผิดหรือว่า มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ทางผู้ให้กู้ที่คิดว่าตัวเองกระทำความผิด ก็อยากจะเข้าสู่ระบบ เข้าสู่กระบวนการ เพื่อให้ตัวเองสามารถพ้นผิด เมื่อมีการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย ก็สามารถที่จะสัมฤทธิ์ผลได้ครับ ขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุมพิจารณาครับ