อุมาพร แพรประเสริฐ หารือปัญหาหนี้นอกระบบที่ยังคงรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งเกิดจากประชาชนขาดความรู้ รายได้ไม่เพียงพอ และเข้าถึงสินเชื่ออย่างถูกต้องไม่ได้ จนต้องหันไปกู้ยืมในรูปแบบต่างๆ ที่มีดอกเบี้ยสูง เช่น การกู้ร้อยละ 20 หรือการขายฝาก จึงเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายให้เข้มงวดขึ้น ควบคุมอัตราดอกเบี้ย และจัดตั้งองค์กรบูรณาการเพื่อรับเรื่องร้องเรียน ฟื้นฟูหนี้ และติดตามผลอย่างเป็นระบบ พร้อมเน้นการส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ทางการเงิน มีอาชีพสุจริต และบริหารรายได้-รายจ่ายอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการเป็นหนี้เกินตัวในอนาคต
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิก อุมาพร แพรประเสริฐ อนุกรรมาธิการค่ะ ก็ขออนุญาตตอบ คำถามของท่านสมาชิกทั้งหมด ๔ ท่านนะคะ คือท่านแรกได้มีถามเกี่ยวกับเรื่องดอกเบี้ย ร้อยละ ๒๐ ก็คือที่เราเรียกว่ากู้หมวกกันน็อกนะคะ เรื่องนี้เปึนเรื่องของที่เห็นเลยว่า ในเรื่องของปัญหาหนี้นอกระบบอย่างแท้จริง ถามว่าทำไมปราบไม่หมด มันจึงเปึนการที่เรามี การเสนอแก้กฎหมายให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เพราะว่าวันนี้ท่านจะเห็นอยู่ว่า แม้ว่าจะมี มาตรการต่าง ๆ ของรัฐออกมา แต่การปล่อยกู้ร้อยละ ๒๐ เรายังคงเห็นอยู่ตามตลาดทั่วไป
ประเด็นแรกเลยก็คือ ๑. ตัวลูกหนี้เองในฐานะผู้เสียหายก็ไม่กล้าที่จะไปแจ้ง ความร้องทุกข์ เพราะกลัวว่า ๑. ถ้าร้องไปแจ้งความแล้วจะไม่สามารถกู้ได้อีก ประเด็นนี้ ในเรื่องนี้มันต้องทั้ง ๒ ฝ์าย ทั้งตัวเจ้าหนี้และลูกหนี้ เราเองก็มีความเห็นใจตัวลูกหนี้ เหมือนกัน เขาต้องไปกู้นอกระบบเพราะอะไร เพราะเขาไม่สามารถเข้าสู่ในระบบได้ ไม่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงินได้ แม้นว่าขณะนี้รัฐบาลเองก็ให้ความสำคัญเกี่ยวกับ พยายามที่จะลดดอกเบี้ยลดเงื่อนไขต่าง ๆ และให้สถาบันการเงินที่เปึนองค์กรที่รัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคาร ธ.ก.ส. ธนาคารกรุงไทย ได้มีการลดเงื่อนไขมาตรการต่าง ๆ รวมทั้ง ดอกเบี้ยเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ แต่อย่างที่ทราบในข้อเท็จจริงก็ยังมีบางส่วนที่เข้าถึงไม่ได้ อย่างเช่น ตามรายงานของเรา ท่านจะเห็นว่า จากการจัดมาตรการการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง และมีตัวเลขที่ปรากฏเห็น ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการเองก็ได้มีการเชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เราก็ได้มีการถามว่า บางส่วนสามารถไกล่เกลี่ยเจรจาได้ แล้วก็ไปสถาบันการเงินบางส่วน แล้วส่วนที่เหลืออยู่ทำอย่างไร มันจึงเปึนที่มาของการ นำเสนอรายงาน ๒ ประเด็น คือในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหนี้สิน วันนี้ปัญหาหนี้สินไม่ใช่เพียงแค่ พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราเท่านั้น ยังมีกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้องตามที่คณะอนุกรรมาธิการท่านอื่นได้นำเสนอไปแล้ว ประเด็นสำคัญคือในเรื่อง ของการเสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาหนี้สิน ท่านจะเห็นว่าปัญหาหนี้สินเกี่ยวข้องกับ หน่วยงานราชการหลายหน่วยมาก เริ่มตั้งแต่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ ถ้าเราดู Timeline ของการเกิดหนี้ เกิดจากประชาชน ไม่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงิน ประชาชนไม่มีความรู้ ประชาชนขาดรายได้จึงก่อให้เกิดหนี้ นอกระบบ พอหนี้นอกระบบทำอย่างไรคะ ขั้นแรกเลยมีการปราบปราม การปราบปราม ดำเนินโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ๒ หน่วยแล้ว ปราบปรามเสร็จแล้วไปไหนต่อคะ ไปสู่การไกล่เกลี่ย อย่างที่ท่านเห็นว่าตอนนี้เรื่องการไกล่เกลี่ย เอามาคุยกัน ถ้าใครเปึนหนี้ก็มาคุยกันว่าจะลดหนี้ได้เท่าไร ไกล่เกลี่ยก็คือมีกรมคุ้มครองสิทธิ มีอัยการคุ้มครองสิทธิ ๔ หน่วยแล้วนะคะที่เข้ามาเกี่ยวข้องตามด้วยในเรื่องของเมื่อไกล่เกลี่ย เสร็จแล้วไปไหนต่อไป ไปเรื่องแหล่งทุน แหล่งทุนไปไหนคะ สถาบันการเงิน กองทุนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กองทุนหมุนเวียน กองทุนฟุ๋นฟูธนาคารที่ดิน สถาบันการเงินที่เปึนของรัฐ และเอกชน หลังจากฟุ๋นฟูเสร็จแล้วมีแหล่งทุนแล้ว สิ่งที่ขาดคือเรื่องของการฟุ๋นฟูและติดตาม รวมถึงการประเมินผล เพราะฉะนั้นในรายงานการศึกษาท่านจะเห็นว่ามี ๒ ข้อ
๑. คือเรื่องของการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความเข้มข้นมากขึ้น รวมทั้งกฎหมายแพ่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย การแก้ปัญหาในการตั้งศูนย์ เราไม่ได้ดูแค่เรื่อง ในระบบอย่างเดียว เราดูนอกระบบด้วย เหมือนที่ท่านสมาชิกได้มีการตั้งคำถาม ท่านสุดท้าย เกี่ยวกับเรื่องบอกว่า ถ้าหนี้นอกระบบ ๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านบอกว่าท่านรับได้ ๗ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันไม่ทราบว่าต่อเดือนหรือต่อป้ ถ้าตามกฎหมายแพ่งคือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ต่อป้นะคะ ขณะเดียวกันเรื่องพวกนี้ประชาชนเองไม่สามารถที่จะไปขอแก้ไขให้มากให้น้อยได้ ต้องเสนอโดยองค์กร โดยเฉพาะในเรื่องของ P-Loan ที่ท่านเสนอมาว่า เห็นควรให้คณะ ชุดนี้มีการนำเสนอกับธนาคารแห่งประเทศไทยไปหารือว่าดอกเบี้ยลดได้ไหม หรือการเข้าถึง สิทธิต่าง ๆ ของประชาชนในการกู้ในระบบนั้นควรจะเปึนอย่างไร เราจึงเห็นความสำคัญ ในการตั้งเปึนหน่วยงานขึ้นมาเพื่อรับเรื่องร้องเรียนและประมวลเรื่องทั้งหมด
วันนี้เราจะเห็นว่าหนี้นอกระบบเองมีหลายหน่วยงานหลายองค์กรเปึนคน รับเรื่อง แต่เราไม่เห็นตัวเลขที่ชัดเจนว่าจริง ๆ แล้วมีแค่ไหน อย่างท่านผู้แทน ๓ ท่าน ท่านอยู่จังหวัดศรีสะเกษ ท่านอยู่ที่จำไม่ผิดจังหวัดหนองคายไหมคะ จังหวัดบึงกาฬใช่ไหมคะ ซึ่งดิฉันก็เคยลงพื้นที่ไป ส่วนใหญ่แล้วภาคอีสานจะเปึนเกษตรกร แหล่งทุนสำคัญก็คือกองทุน หมู่บ้าน แล้วก็กองทุนฟุ๋นฟู ธ.ก.ส. อันนี้ท่านเสนอว่าในเรื่องของการแก้หนี้ในการไกล่เกลี่ย อยากให้มีการไกล่เกลี่ยจริง ปัญหาคือเนื่องจากการทำงานมันเปลี่ยนคนค่ะ ไม่ได้ทำเปึน องค์กร ไม่ได้มีการสั่งสมความรู้ เพราะฉะนั้นในการไกล่เกลี่ยบางคนไม่รู้ ท่านรู้ไหมคะว่า เรื่องง่าย ๆ เรื่องการขายฝากที่ท่านมองว่าเปึนเรื่องของหนี้ในระบบ มันคือหนี้นอกระบบ ที่แฝงอยู่ในเรื่องของการขายฝากนะคะ ซึ่งบางคนมองว่าถ้าขายฝากเสร็จแล้ว จบแล้วจะมา ให้ช่วยอะไร แต่จริง ๆ แล้วมันเปึนเรื่องของหนี้นอกระบบ เจ้าหนี้รายนั้นทำผิดกฎหมาย ประการสำคัญเลยค่ะส่วนใหญ่แล้ว เนื่องจากถ้าเปึนต่างจังหวัดเจ้าหนี้จะเปึนผู้ทรงอิทธิพล เปึนผู้มีชื่อเสียง แล้วก็เปึนที่รู้จัก ส่วนใหญ่ลูกหนี้ไม่กล้า เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีองค์กรขึ้นมา ทำหน้าที่แทนในการผลักดัน ถามว่าวันนี้ทำไมบึงกาฬท่านทราบไหมคะว่าใครเปึนเจ้าหนี้ รายใหญ่ในบึงกาฬ ในศรีสะเกษท่านทราบไหมคะ ดิฉันคิดว่าหลาย ๆ ท่านคงรู้จักดีเพียงแต่ว่า ตัวลูกนี้เองต้องลุกขึ้นมาให้ข้อมูลด้วย ในการดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้องถ้าไม่มีผู้เสียหาย ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ในเรื่องของการแก้หนี้ สิ่งที่คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ ได้นำเสนอมี ๒ เรื่อง ก็คือ ๑. เรื่องของการแก้กฎหมาย ๒. ก็คือในเรื่องของการจัดตั้งหน่วย ขึ้นมา เพื่อให้มีการบูรณาการในการแก้ไขอย่างจริงจัง
สำหรับท่านคำพอง ที่เสนอในเรื่องของการแก้หนี้ในเรื่องของมรรค ๘ ดิฉัน เห็นด้วย เพราะถ้าทุกคนมีอย่างที่ท่านบอก ในเรื่องของกระทำชอบ คิดชอบ แล้วก็ประกอบ สัมมาอาชีพชอบ รับรองหนี้ไม่เกิดนะคะ เมื่อสักครู่มีท่านหนึ่งเสนอบอกว่า มีรายได้ แต่ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย อันนี้เราต้องกลับไปดูนะคะว่า เราจะลดรายจ่ายอย่างไร เพิ่มรายได้อย่างไร มีน้อยใช้น้อย แต่หมายความว่า ไม่ใช่ว่าท่านไม่สามารถสร้างหนี้ได้ ท่านสามารถสร้างหนี้ได้ มีบ้าน มีรถได้ แต่ท่านต้องคำนวณก่อนแล้วว่าเราเพียงพอไหม ที่จะผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เปึนหนี้ต้องใช้หนี้ ท่านพูดถูก แต่การใช้นี้ต้องใช้หนี้อย่างเปึนธรรมด้วย เพราะฉะนั้นก็เปึนประเด็น ไม่ทราบว่าดิฉันได้ตอบครบหรือไม่ แต่ดิฉันจดทุกประเด็น ที่ท่านถามมา ขอบพระคุณค่ะ