พูนศักดิ์ จันทร์จำป้ ชี้แจงการจัดทำรายงานของคณะอนุกรรมาธิการเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม โดยย้ำถึงความรอบคอบของผู้เชี่ยวชาญและเสนอข้อสรุป 13 ข้อจากบทเรียนความล้มเหลวตลอดกว่า 30 ปี เพื่อให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติได้ทันที พร้อมชี้แจงการตัดสินใจไม่รวมข้อมูลปริมาณขยะและอัตราการรีไซเคิลที่อาจคลาดเคลื่อน รวมถึงยืนยันการจัดทำรายงานในรูปแบบ Critical Finding Report ที่ตรงประเด็น และจะส่งรายงานฉบับปรับปรุงภายใน 30 วันตามข้อเสนอแนะของสภา
ผม พูนศักดิ์ จันทร์จำป้ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะ และสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการ ซึ่งรายงานฉบับนี้ได้มีการนำเสนอให้ที่ประชุมรับทราบมา ครั้งหนึ่งแล้ว ในวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๗ ซึ่งในที่ประชุมจากการประชุมในครั้งนั้น ที่ประชุม ก็มีความเห็นในหลายประการด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผมเชื่อว่าเกือบทั้งหมดมากกว่า ๒๐ ท่าน ที่ได้อภิปรายไปก็มีความเห็นด้วยกับตัวข้อสรุปและข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมาธิการ แต่อย่างไรก็ตามมีท่านสมาชิกบางท่านก็ให้ความเห็นในบางประการ ยกตัวอย่างเช่น คณะอนุกรรมาธิการมีความเร่งรีบในการทำรายงาน จนเหมือนกับว่าไปลอกการบ้านใครมา หรือไม่ ในประเด็นนี้ผมขอชี้แจงให้กับเพื่อนสมาชิกได้รับทราบว่า คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ ประกอบไปด้วยทางนักวิชาการทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน แล้วก็มีองค์กรภาคประชาชนด้วย ซึ่งทุกท่านถือได้ว่าเปึนผู้รู้ เปึน Guru ด้านของการบริหารจัดการขยะของประเทศไทยมา ในระยะเวลากว่า ๓๐ ป้ ซึ่งผมคงไม่สามารถจะเอ่ยนามทุกท่านที่นั่งเปึนคณะอนุกรรมาธิการได้ แต่ก็ต้องเรียนว่าถ้าหากเอาผลงานวิจัยของทุกท่านมารวมกันแล้ว ผมเชื่อว่าเปึนกลุ่มคน ที่ทำงานวิจัยด้านการบริหารจัดการขยะมามากที่สุดในประเทศไทยเท่าที่เคยมีมา ซึ่งในกรณีนี้ ผมก็ต้องขอนำเสนอให้กับทางเพื่อนสมาชิกได้รับทราบว่าตัวรายงานที่เราได้สรุปตรงนี้ ต้องบอกว่าเปึนการสรุปจากประสบการณ์ความล้มเหลวที่หลาย ๆ รัฐบาลได้ทำให้ การบริหารจัดการขยะไม่ประสบความสำเร็จมามากกว่า ๓๐ ป้ ซึ่งทางคณะอนุกรรมาธิการของเราได้รวบรวมข้อเสนอต่าง ๆ จากการประชุมทั้งหมด ๑๓ ครั้ง รวมเปึนข้อเสนอ ๑๓ ข้อ เพื่อที่จะให้รัฐบาลนำข้อเสนอทั้งหมดนี้สามารถนำไปใช้งาน ได้อย่างทันที
ส่วนในเรื่องประเด็นที่มีเพื่อนสมาชิกให้ความเห็นว่า ในการทำรายงานของเรา ไม่มีข้อมูลเรื่องของปริมาณขยะหรือรายละเอียดปลีกย่อยเลย ผมต้องขอเรียนว่า ในการจัดทำข้อสรุปของคณะอนุกรรมาธิการในการศึกษานะครับ เราได้ทำการวิเคราะห์ เรื่องของตัวข้อมูลของปริมาณขยะที่เกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องขอเรียนให้เพื่อนสมาชิกทราบว่า ข้อมูลหลาย ๆ ประเด็นมีข้อมูลที่เราเกรงว่าถ้าหากนำข้อมูลนั้นมาใส่ไว้ในตัวรายงานอาจจะ เกิดปัญหาเรื่องของความคลาดเคลื่อน หรือว่าการบิดเบือนในการนำข้อมูลนี้ไปวิเคราะห์ได้ ยกตัวอย่างเช่น อัตราการ Recycle ขยะของประเทศไทยนะครับ จากข้อมูลที่เราได้รับ มาจากการประชุม หลายจังหวัดมีอัตราการ Recycle หรือว่า Recycle Rate มากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอัตรานี้เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างเช่น ในยุโรปเขามีอัตรา ตัวเลขเฉลี่ยอยู่แค่ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปึนไปไม่ได้เลยว่าประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีระบบใด ๆ ในการบริหารจัดการขยะโดยเฉพาะการ Recycle เลย จะมีอัตราการ Recycle สูงกว่า ประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างเช่น ในยุโรปอย่างที่ผมเรียนไปข้างต้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ข้อมูลเหล่านี้เราค่อนข้างกังวล ถ้าหากเราเอาข้อมูลเหล่านี้มาใส่ไว้ในตัวรายงาน ซึ่งอาจจะ เกรงว่าจะเปึนปัญหา หรือว่าสร้างการบิดเบือนข้อมูลในอนาคตได้ ดังนั้นในข้อสรุปของเรา ในจำนวน ๑๓ ข้อ มีการระบุถึงสาเหตุที่ว่าทำไมเราถึงไม่เอาตัวปริมาณขยะเข้ามาใส่ไว้ ในตัวรายงานด้วย
อีกประการหนึ่ง มีหลายท่านถามเรื่องเกี่ยวกับรูปแบบของรายงานนะครับ ซึ่งไม่เปึนไปตามแนวทางของสภานะครับ ต้องเรียนว่ารูปแบบนี้เราใช้รูปแบบในการประเมิน แบบที่เราเรียกว่าเปึน Critical Finding Report ก็คือเปึนการนำเสนอข้อมูลสรุปประเด็น ปัญหาวิกฤติ เพื่อที่จะให้ผู้บริหารหรือว่ารัฐบาลที่เราจะทำหนังสือส่งไปสามารถนำไปใช้ ได้ทันที ซึ่งการจัดทำ Critical Finding Report หรือว่ารายงานสรุปข้อวิกฤตินี้นะครับ ทางอนุกรรมาธิการได้จัดทำข้อสรุปในแนวทางเดียวกันกับรายงานของอนุกรรมาธิการ ในฉบับอื่น ๆ เช่นกัน อย่างเช่น การศึกษาความเสื่อมโทรมของทะเลสาบสงขลา ซึ่งได้รับ การอนุมัติมาแล้วนะครับ ในการประชุมของสมัยนี้นะครับ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการดำเนินการ ของเรานะครับ เราจะเน้นเรื่องของการสรุปข้อมูลตาม Critical Finding Report นะครับ ไม่ต้องการให้เกิดการเยิ่นเย้อในการนำเสนอรายงานนะครับ ในรายงานของเราทั้งหมด ๑๓ ข้อที่เปึนข้อเสนอแนะจะครอบคลุมประเด็นทั้งหมดตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง รวมถึงข้อกฎหมาย การกระจายอำนาจ รวมถึงการจัดการขยะพิเศษอื่น ๆ ด้วยนะครับ ซึ่งจากที่เรียนเมื่อข้างต้นนะครับ เพื่อนสมาชิกเราได้มีการอภิปรายร่วม ๒๐ กว่าคน ซึ่งหลาย ๆ ท่านผมคิดว่าทุกท่านไม่ได้ติดใจในเรื่องของตัวข้อสรุปและข้อเสนอของรายงาน แต่อาจจะมีการติดใจอยู่บ้างว่า ทำไมเล่มถึงมีขนาดบางจนเกินไป ซึ่งในการนี้จากที่ พวกเราได้ประชุมเมื่อสักครู่ที่ผ่านมานะครับ ซึ่งเปึนเล่มรายงานเรื่องของการนิรโทษกรรม เราก็จะเห็นได้ว่า ในปกติแล้วตัวรายงานก็จะไม่ได้มีความจำเปึนที่ต้องมีการลงมติเพื่อรับรายงาน หรือไม่นะครับ แต่ทางเราก็มองเห็นว่าเพื่อให้การประชุมของรัฐสภานี้เปึนไปได้อย่างราบรื่น ทางคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการเราจะรับไปปรับปรุงเพื่อให้ได้ตามรูปแบบ ตามที่หลาย ๆ ท่านให้ความเห็น และตามที่ท่านต้องการ แล้วก็จะเร่งรีบนำกลับเข้ามาสู่สภา อีกครั้งหนึ่งภายในระยะเวลา ๓๐ วัน ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ