จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แสดงความชื่นชมต่อความตั้งใจในการจัดทำรายงานยุทธศาสตร์ที่มีคุณภาพ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าขาดความชัดเจนในทางปฏิบัติและแนวทางการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรม พร้อมวิพากษ์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่ล้าสมัย ไม่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งสะท้อนถึงข้อจำกัดของยุทธศาสตร์ที่ซับซ้อนและขาดการจัดลำดับความสำคัญ จึงเรียกร้องให้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ใหม่ที่เข้าใจง่าย นำไปปฏิบัติได้จริง และสามารถขับเคลื่อนร่วมกันได้ทั้งภาครัฐและประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษครับท่านประธาน ก่อนอื่นผมขออนุญาตชื่นชมผู้จัดทำ รายงานที่สามารถทำรายงานเล่มใหญ่ ผมดูแล้วก็ประมาณ ๑,๐๐๕ หน้า น้ำหนักก็มากกว่า ๒ กิโลกรัมนะครับ ท่านกรุณาทำรายงานฉบับใหญ่แล้วก็พิมพ์ ๔ สีอย่างดี กระดาษอาร์ต ส่งมาให้กับสภาแห่งนี้ เพื่อให้สมาชิกได้อ่าน ก็ต้องขอชื่นชมในความตั้งใจของท่านนะครับ ว่ามีความตั้งใจ แต่ในแง่ของผลที่จะมาใช้ในทางปฏิบัตินั้น ผมยังไม่มั่นใจครับว่า แผนยุทธศาสตร์ที่ทำขึ้นมา ซึ่งมีมากกว่า ๑,๐๐๐ หน้านี้จะใช้ในทางปฏิบัติได้หรือไม่ อย่างไร สิ่งหนึ่งที่ผมดูในเนื้อหาก็คือท่านแบ่งออกเปึน ๖ มิติ ๒๓ ด้าน ก็แยกเปึนรายงานจำนวนมาก แล้วก็มีวิธีการอ่านด้วย ก็มีลักษณะเปึนสารานุกรมครับ ก็คือเหมือนกับบอกว่าไป Search ดู ว่ามีอะไรที่ต้องทำบ้าง เรื่องโลจิสติกส์ทำอย่างไร เรื่องอุตสาหกรรมในอนาคตมีอย่างไร ก็เหมือนบรรยายไว้ครับว่ามีอะไรบ้าง แต่ในแง่ของรายละเอียดในเชิงปฏิบัติว่าจะทำอย่างไร ที่เปึนรูปธรรม ยังไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนครับ
ประเด็นแรก ก็คืออยากจะให้การวางแผนยุทธศาสตร์หรือการทำรายงานนั้น เปึนการทำรายงานที่สามารถนำมาใช้ในทางปฏิบัติได้จริง ไม่อยากจะให้เปึนการบรรยาย ในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเท่านั้นนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมดูแล้วก็คือประเด็นปัญหาเรื่องยุทธศาสตร์ การวาง ยุทธศาสตร์ ๒๐ ป้ ตั้งแต่ป้ ๒๕๖๐-๒๕๘๐ เปึนการวางยุทธศาสตร์ที่ยาวนานเกินไปครับ เจตนาผมทราบว่าท่านอยากจะให้มีความต่อเนื่อง แต่ด้วยเหตุการณ์ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างรวดเร็ว การวางยุทธศาสตร์ ๒๐ ป้ เปึนการวางยุทธศาสตร์ที่ยาวนานเกินไป ถึงจะมี การปรับปรุงตามสถานการณ์นะครับ อย่างเช่น มีการปรับปรุงในป้ ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ก็เปึนเรื่องดีครับ แต่เนื่องจากว่าเมื่อมีการวางโครงในป้ ๒๕๖๐ ไว้แล้ว การปรับปรุง เปลี่ยนแปลงในช่วงต่อ ๆ มาก็ทำได้ยากครับ เนื่องจากว่ามีการกำหนดเลน กำหนด โครงสร้างไว้แล้ว การจะทำอะไรนอกกรอบหรือนอกเลนนี้ก็ทำได้ยาก เพราะมีทั้งปรากฏ อยู่ในข้อจำกัดทางพระราชบัญญัติ ข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญ ก็เปึนสิ่งที่ทำให้ดูเสมือนหนึ่งว่า จะมีประโยชน์ แต่ก็มีโทษอยู่ไม่น้อยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นหนึ่งที่เห็นชัดเจนก็คือว่า ยุทธศาสตร์ที่เขียนมานั้นไม่มีการแยกว่าอะไรหนัก อะไรเบา อะไรเร็ว อะไรช้า คือถ้าอ่าน ตามยุทธศาสตร์นี้ ๖ มิติ ๒๓ ด้าน เราไม่ทราบเลยครับว่าภายใต้ข้อจำกัดของประเทศไทย ที่มีข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ ข้อจำกัดทางด้านบุคลากร ข้อจำกัดทางด้านเวลา ไม่ทราบ เลยครับว่าเราควรจะทำเรื่องไหนก่อน และควรที่จะทุ่มสรรพกำลังของเราทำเรื่องไหน ให้สำเร็จก่อน ก็เปึนการเขียนมา ทำให้แต่ละหน่วยงานก็งง ๆ นะครับ ซึ่งผมคิดว่าประชาชน ไม่ได้มีโอกาสอ่านเอกสารเล่มนี้ ก็คงไม่ทราบแนวคิดของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ แม้แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นะครับ ผมก็เชื่อว่ามีความพยายามที่จะอ่านอยู่หลายคน หลายท่าน แต่ถ้าท่านสังเกตนะครับ ในวันนี้ที่มีการลงชื่อเพื่ออภิปรายนะครับ ผมว่ามีไม่กี่ท่านนะครับ ผมไม่แน่ใจว่ากี่ท่าน แต่ ณ ขณะนี้นะครับ เข้าใจว่าน่าจะมีแค่คนเดียวนะครับ ก็เปึนสิ่งที่ แสดงให้เห็นระดับหนึ่งว่ารายงานที่ทำมานั้น ไม่สามารถใช้ในทางปฏิบัติได้จริง ไม่เช่นนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคงจะได้มีการอภิปราย แล้วก็ให้ข้อคิดเห็นหรือโต้แย้งถกเถียงกัน อย่างมีเหตุผล เพื่อประโยชน์ของประเทศ แต่เนื่องด้วยรายงานที่ทำออกมาเปึนลักษณะ สารานุกรม ไม่มีการแยกหนัก เบา เร็ว ช้า ไม่มีการแยกว่าควรจะทำเรื่องอะไรก่อน ทำให้ การอภิปรายของสมาชิกไม่สามารถที่จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็เปึนความกังวลครับ ที่อยากจะให้ท่านลองนึกดูนะครับว่าจะปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร
อีกส่วนหนึ่งที่พวกผมกังวลมาก ๆ ก็คือ เมื่อมีแนวคิดที่ดีนะครับ แต่พอท่าน เขียนเปึนข้อจำกัดเอาไว้เยอะ ๆ นี่นะครับ แทนที่จะเปึนประโยชน์ในการที่รัฐบาลใหม่ จะได้วางแผนทำสิ่งต่าง ๆ ที่เปึนลักษณะของยุทธศาสตร์จริง ๆ แต่ด้วยโครงสร้างที่ถูกจำกัด โดยยุทธศาสตร์ ๖ มิติ และ ๒๓ ด้าน ทำให้การทำงานของรัฐบาลที่เข้ามาใหม่ทำได้ยากมาก ผมก็ขออนุญาตยกตัวอย่างข้อเท็จจริงอันหนึ่งก็แล้วกันนะครับ ก็เปึนเรื่องของอุตสาหกรรม รถยนต์นะครับ อุตสาหกรรมรถยนต์อดีตของเราคือ Detroit แห่งตะวันออกนะครับ เปึนศูนย์กลางของรถยนต์สันดาปภายใน หรือที่เรียกว่า ICE แต่ตอนนี้ โดยอุตสาหกรรม โดยเทคโนโลยีในโลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ มีรถยนต์ ทางเลือก ไม่ว่าจะเปึนรถ EV หรือรถไฟฟัาที่ทำจากแบตเตอรี่ ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ หรือเปึน Hybrid นะครับ เปึน HEV หรือ PHEV มันก็มีทางเลือกหลายอย่าง หรือจะใช้ พลังงานไฮโดรเจน ในรายงานของท่านก็ไม่มีทางออกให้กับประเทศไทยครับว่า เราควรจะทำ อย่างไร ควรที่จะทำอุตสาหกรรมรถยนต์สันดาปภายในอย่างเดิมหรือไม่ หรือควรจะ เปลี่ยนไปทำอุตสาหกรรม Hybrid หรือจะไปทำ EV หรือจะไปทำแบบญี่ปุ์นที่หาพลังงาน ทางเลือก ใช้พลังงานไฮโดรเจน ก็ปรากฏว่าในรายงานฉบับนี้ ก็ไม่ได้มีข้อมูลให้สมาชิกสภา ได้ช่วยกันคิด หรือได้ช่วยกันวางแผนว่าจะทำอย่างไร ก็เปึนเรื่องที่น่าเสียดายครับ
อีกส่วนหนึ่งที่ผมขออนุญาตยกตัวอย่างก็แล้วกันนะครับ ยุทธศาสตร์ชาติ ที่มีการใช้แล้วมีประโยชน์ที่ผมเห็นประเทศใกล้ ๆ เราเลยนะครับ ก็คือประเทศสิงคโปร์ครับ ท่านประธาน ประเทศสิงคโปร์มีการวางนโยบายยุทธศาสตร์ชาติที่ฟังแล้วเข้าใจง่ายครับ เข้าใจกันทั้งประเทศ ไม่ใช่แต่เพียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสิงคโปร์เท่านั้น เราไปนั่งคุย กับประชาชนชาวสิงคโปร์นะครับ สามารถที่จะพูดคุยกันเข้าใจกันได้อย่างง่าย ๆ สิงคโปร์ เขาก็พูดง่าย ๆ ครับว่า ปัจจุบันนี้เขามียุทธศาสตร์ชาติไม่กี่อย่าง แต่ผมขออนุญาตยก แค่เรื่องเดียวก็แล้วกันนะครับ ๑. ก็คือเรื่องของ Digital Government กับ Smart City สิงคโปร์นะครับ ยุทธศาสตร์ชาติของเขาสื่อสารง่าย ๆ เลยว่า ถ้าเรื่องเทคโนโลยีเขาอยากจะให้ ประเทศสิงคโปร์เปึน Digital Government เปึนประเทศที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหาร เปึนประเทศที่เปึนเมืองแห่งอนาคตอัจฉริยะ Smart City ฟังแล้วเข้าใจง่ายมาก แม้แต่ ในสหภาพยุโรปเองครับท่านประธาน ก็มีการคิดนโยบายยุทธศาสตร์นะครับ ใกล้ ๆ นี้มีการปฏิบัติ ไปไม่นานนี้ ก็คือพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็คือใช้ยุทธศาสตร์ Digital EU Digital Identity Wallet นะครับ ก็คือใช้บัตรประชาชนซึ่งเปึนดิจิทัลควบคู่กับกระเปิาเงินดิจิทัลที่สามารถ ใช้ได้ทั่ว EU ทั้ง ๒๗ ประเทศ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของใบขับขี่คนเยอรมันไปขับขี่ที่เบลเยี่ยม หรือฝรั่งเศสก็ใช้ใบเดียวกันครับท่านประธาน การติดต่อกับแบงก์ติดต่อกับธนาคารก็ใช้ใบเดียว ท่านประธานจะเห็นนะครับว่า ยุทธศาสตร์ต้องเปึนเรื่องที่เข้าใจง่าย ชัดเจน เข้าใจทั้งรัฐบาล และประชาชน เวลาปฏิบัติก็จะปฏิบัติได้ง่าย แต่ยุทธศาสตร์ของเรานั้นมีความซับซ้อนยุ่งยาก แล้วก็ไม่มีการเสนอแนะหรือวางยุทธศาสตร์ ในลักษณะที่เปึนยุทธศาสตร์จริง ๆ ที่จะมีผลในทางปฏิบัติ ทำให้ที่ผ่านมา ๖ ป้ หรือ ๗ ป้ ประเทศของเรายังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนให้เห็นว่า ยุทธศาสตร์ของประเทศไทยจริง ๆ คืออะไร ซึ่งผมอ่านแล้วพันกว่าหน้าก็ยังไม่เข้าใจว่า ยุทธศาสตร์ของประเทศไทยจริง ๆ คืออะไร ก็ขออนุญาตฝากความกังวลว่า ยุทธศาสตร์ที่ดีมันต้องเปึนเรื่องที่เข้าใจง่าย ทั้งรัฐบาล ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกรัฐสภา แล้วก็ประชาชนที่อยู่ในประเทศด้วย จึงจะสามารถที่จะดำเนินยุทธศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล สร้างผลิตภาพ และยังประโยชน์ที่แท้จริงให้กับประเทศได้ ถ้าหากทำเปึนลักษณะของรายงานทั่ว ๆ ไป แบบสารานุกรม ผลที่จะนำมาใช้ในทางปฏิบัติจะไม่ค่อยมีครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ