ดนุชา พิชยนันท์ รายงานผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปี 2566 ที่แม้จะมีความก้าวหน้าในหลายด้านทั้งเศรษฐกิจและสังคม แต่ยังมีข้อกังวลในเรื่องสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ และคุณภาพการศึกษาวิทยาศาสตร์ที่ลดลง พร้อมเสนอให้เร่งปรับแผนงาน จัดสรรงบประมาณอย่างมีเป้าหมาย และส่งเสริมความร่วมมือผ่านเวทีเวิร์กช็อปเพื่อให้การดำเนินงานของหน่วยงานรัฐสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการใช้แนวทาง PDCA และระบบติดตามประเมินผลที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทุกท่าน กระผม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้มารายงานสรุปผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติประจำป้ พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งเปึนการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบแล้วเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๗ ในการนี้ กระผมจะขอสรุปรายงานผลการดำเนินงาน ดังนี้ครับ
รายงานที่สำนักงานจัดทำในครั้งนี้เปึนการจัดทำต่อเนื่องทุกป้นะครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๖๒ โดยรายงานประจำป้ ๒๕๖๖ เปึนรายงานฉบับที่ ๕ ซึ่งก็เปึนช่วงที่ ๒ ของยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งในรายงานก็จะนำเสนอให้เห็นถึงสถานการณ์และความก้าวหน้า การพัฒนาในมิติต่าง ๆ ของหน่วยงานของรัฐ เพื่อที่จะบรรลุผลสัมฤทธิ์และผลลัพธ์ ในการดำเนินงานตามเปัาหมายของยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ โดยในรายงานฉบับนี้ได้มีการเพิ่มผลการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ การพัฒนาในป้ ๒๕๖๖ แล้วก็โดยที่เปึนการใช้ข้อมูลในป้ล่าสุด เทียบกับสถานการณ์ในป้ก่อนหน้า เพื่อแสดงให้เห็น ถึงความก้าวหน้าในการทำงาน หรือว่ามีการทำงานที่เท่าเดิม หรือว่าลดลงจากเดิมนะครับ โดยการรายงานก็จะเปึนในรูปแบบของค่าตัวเลขจริง แล้วก็มีร้อยละของการเปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะได้ให้หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐได้ทราบถึงแนวโน้มของสถานการณ์การพัฒนา แล้วก็จะมีการใช้สัญลักษณ์ที่จะช่วยให้แสดงผลที่จะสร้างความเข้าใจในการอ่านรายงาน ได้มากขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นในรายงานฉบับนี้จะมีอยู่ ๒ ส่วนหลักนะครับ
ส่วนที่ ๑ จะเปึนเรื่องของการประเมินผลการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ ในภาพรวม ๖ มิติ ซึ่งโดยสรุป ในภาพรวมก็มีการปรับตัวดีขึ้น ความอยู่ดีมีสุขของคนไทย อยู่ในอันดับที่ ๖๐ ของโลก ดีขึ้นจากป้ก่อนหน้า ๑ อันดับ ขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ แล้วก็การกระจายรายได้ปรับตัวดีขึ้น ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือว่า GDP ก็มีการขยายตัวต่อเนื่องตั้งแต่ป้ ๒๕๖๔ แม้ว่าจะเปึนการขยายตัวอย่าง ค่อยเปึนค่อยไปก็ตามนะครับ โดยในป้ ๒๕๖๕ และป้ ๒๕๖๖ การขยายตัวส่วนใหญ่ก็จะเปึน เรื่องของการลงทุนภาคเอกชน การบริโภคภาคเอกชน แล้วก็การส่งออก ขณะที่มูลค่า การลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในป้ ๒๕๖๖ ก็อาจจะลดลงจากป้ ๒๕๖๕ เล็กน้อยนะครับ โดยในป้ ๒๕๖๖ จะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ ๑.๔๖ หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถ้าเทียบกับ ในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกันก็ยังคงอาจจะน้อยกว่าในประเทศเหล่านั้นอยู่บ้างนะครับ ในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภาพรวมมีทิศทางดีขึ้นนะครับ โดยดัชนี ความก้าวหน้าของคน หรือว่าตัวที่เราใช้ เรียกว่า Human Achievement Index มีค่าเฉลี่ย อยู่ที่ ๐.๖๔ ในป้ ๒๕๖๕ ซึ่งเปึนผลมาจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมา ดำเนินการได้ตามปกติภายหลังโควิด แล้วก็ส่งผลเชิงบวกต่อการพัฒนาคนในด้านต่าง ๆ ประสิทธิภาพการบริการจัดการภาครัฐและการเข้าถึงการบริการของรัฐปรับตัวดีขึ้น โดยดัชนี ธรรมาภิบาลโลก ค่าคะแนนเฉลี่ยของทุกด้านปรับตัวดีขึ้น โดยในป้ ๒๕๖๕ ก็อยู่ที่ ๐.๑๘ ยังติดลบอยู่นะครับ แต่ว่าปรับตัวดีขึ้นจากในป้ก่อนหน้า ในขณะที่เรื่องของคุณภาพ ของกฎระเบียบ การควบคุมปัญหาการทุจริต ก็มีคะแนนปรับตัวดีขึ้นนะครับ ในขณะที่ ประสิทธิผลของภาครัฐ แล้วก็หลักนิติธรรมจะมีคะแนนที่ลดลงบ้างนะครับ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องให้ความสำคัญกับมิติทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมา ความหลากหลายทางชีวภาพและคุณภาพสิ่งแวดล้อมของไทยปรับตัวลดลง จากรายงานของ ทั้งการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติและดัชนีสถานการณ์สีเขียวแห่งอนาคต หรือว่า The Green Future Index นะครับ ซึ่งต่ำระดับลงจากป้ก่อนหน้าประมาณ ๗ อันดับ แล้วก็สอดคล้องกับคุณภาพการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติในสถาบันอุดมศึกษา ที่มีแนวโน้มถดถอย สะท้อนจากผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ของ ๒ สถาบัน ได้แก่ Time Higher Education แล้วก็ Quacquarelli Symonds หรือว่า QS นะครับ
ในการประเมินส่วนที่ ๒ จะเปึนการประเมินผลตามแผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติทั้ง ๒๓ ประเด็น ซึ่งจะเปึนการประเมินใน ๓๗ เปัาหมายระดับประเด็น การพัฒนา แล้วก็ระดับเปัาหมายของแผนย่อยซึ่งมีอยู่ ๑๔๐ เปัาหมาย โดยการบรรลุ เปัาหมายของแผนแม่บทระดับประเด็นการพัฒนา ในป้ ๒๕๖๖ ก็พบว่ามีการปรับค่าตัวชี้วัด ซึ่งเปึนห้วงที่ ๒ ในป้นี้ ๒๕๖๖ ก็มีการปรับค่าตัวชี้วัด แล้วก็ค่าเปัาหมายให้ครอบคลุม แล้วก็มีความท้าทายมากขึ้น ก็ทำให้เปัาหมายของแผนแม่บทในระดับประเด็นการพัฒนา ที่มีสถานะบรรลุตามค่าเปัาหมายที่กำหนดเอาไว้ในป้ ๒๕๖๖ หรือว่าเปึนสีเขียว ก็มีจำนวน ๔ เปัาหมาย หรือว่าคิดเปึนประมาณ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ของเปัาหมายระดับประเด็นการพัฒนา ส่วนการบรรลุเปัาหมายระดับแผนแม่บทย่อยซึ่งมี ๑๔๐ เปัาหมาย ก็จะมีการบรรลุค่า เปัาหมายในป้ ๒๕๖๖ หรือที่เปึนสีเขียวอยู่ ๓๓ เปัาหมาย หรือประมาณ ๒๓.๕๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็ลดลงจากในป้ ๒๕๖๕ โดยเปัาหมายของแผนแม่บทย่อยที่มีการปรับสถานะลดลง ก็จะเปึนเรื่องของสินค้าเกษตร ชีวภาพที่มูลค่าเพิ่มขึ้น หรือว่ารายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น ซึ่งอันนี้อาจจะยังไม่ได้เพิ่มขึ้นตามที่ได้ตั้งเปัาไว้ อย่างในส่วนของที่เปึนสิ่งที่จำเปึนที่จะต้อง เร่งให้ความสำคัญ ก็คือเปัาหมายที่มีสถานการณ์บรรลุเปัาหมายในระดับวิกฤติหรือว่าเปึน สีแดง ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในเมืองที่เราตั้งเปัา ให้มีการเพิ่มขึ้น เรื่องของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่จะต้องลดลงมากกว่าข้อมูลที่เปึนอยู่ หรือว่าการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศในสาขาเกษตร แล้วก็การเพิ่มขึ้นของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมด้านการท่องเที่ยว สำหรับประเด็นท้าทายและข้อเสนอแนะในการบรรลุ เปัาหมายยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งถ้าในรายงานฉบับนี้ได้แยกเอาไว้เปึน ๔ ขั้นตอนด้วยกัน ตามวงจรบริหารงานคุณภาพ หรือว่า PDCA
ในส่วนของตัว Plan ก็หน่วยงานยังคงต้องทำความเข้าใจกับหน่วยงานเจ้าภาพ และหน่วยงานสนับสนุน ในการที่จะให้เขาเข้าใจในหลักการและวัตถุประสงค์ในการที่จะ จัดทำแผนงานโครงการ ที่จะบรรลุเปัาหมายของแผนระดับที่ ๒ และยุทธศาสตร์ชาติให้ได้ ซึ่งตรงส่วนนี้เองสำนักงานก็ได้มีการดำเนินการจัดทำ Workshop กับหน่วยงานเจ้าภาพ และหน่วยงานสนับสนุนทุกป้ เพื่อที่จะช่วยให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน
ในส่วนของการดำเนินการ หรือว่า Do หน่วยงานของรัฐบางส่วนก็ยังคง มุ่งเน้นการดำเนินงานเพื่อตอบตัวชี้วัดของหน่วยงาน หรือว่าตัวชี้วัดของแผนระดับ ๒ มากกว่าที่จะดำเนินการเพื่อมุ่งเปัาไปสู่การบรรลุเปัาหมายของยุทธศาสตร์ชาติ เพราะฉะนั้น หน่วยงานของรัฐจึงต้องมีการปรับกระบวนทัศน์ ให้มุ่งเน้นการดำเนินงานแบบพุ่งเปัา เพื่อให้ เปัาหมายต่าง ๆ ของยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ว่าจะเปึนเปัาหมายระดับประเด็นหรือเปัาหมาย ระดับแผนแม่บท ได้มีการดำเนินการได้บรรลุเปัาหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคีการพัฒนาอื่น ๆ ด้วย ในการขับเคลื่อนระดับพื้นที่ ในส่วนของการตรวจสอบ ติดตามตรวจสอบ หรือว่า Check หน่วยงานบางส่วนยังไม่ได้นำเข้ารายงานข้อมูลการดำเนินงานตามแผนระดับ ๓ หรือว่า เรื่องของความก้าวหน้าในการดำเนินงานเข้าสู่ระบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นก็คงต้อง มีการเร่งรัดให้ดำเนินการในการรายงานหรือว่านำเข้าข้อมูลต่าง ๆ เข้ามา การกำหนดตัวชี้วัด เพื่อประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน ในบางกรณีก็อาจจะ ยังไม่สะท้อนผลลัพธ์ของการดำเนินงาน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เองในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คงต้องกำหนดตัวชี้วัดของหน่วยงานรัฐ ที่จะสะท้อนการถ่ายระดับเปัาหมายของยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับที่ ๒ รวมถึงนโยบายรัฐบาล โดยที่ไม่นำตัวชี้วัดของยุทธศาสตร์ชาติ แผนระดับที่ ๒ หรือว่านโยบายรัฐบาลไปเปึนตัวชี้วัดของหน่วยงานโดยตรง แต่ว่าอาจจะต้อง มีการกำหนดเปึนตัวชี้วัดร่วม เพื่อที่จะมีการทำงานอย่างบูรณาการมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ในการกำหนดประเด็นการตรวจราชการ ก็อาจจะยังไม่ครอบคลุมประเด็นที่จำเปึนที่เร่งด่วน ที่ต้องบรรลุเปัาหมายยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งกลไกต่าง ๆ ก็จะเปึนกลไกที่จะต้องมีการดำเนินการ ในเชิงรุก เพื่อที่จะให้ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งจะนำมาใช้ในการป่ด Gap ของการดำเนินงาน ในช่วงถัดไป
สำหรับส่วนที่ ๔ คือเรื่องของการ Action หรือว่า Act หน่วยงานของรัฐ ก็อาจจะไม่ได้เอารายงานสรุปผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติไปประกอบการปรับปรุง การดำเนินงานของหน่วยงาน ในขณะเดียวกันในระบบงบประมาณเอง ก็คงจะต้องให้ ความสำคัญกับกระบวนการจัดสรรงบประมาณที่สอดคล้องกับเปัาหมายยุทธศาสตร์ชาติ และการป่ดช่องว่างของการพัฒนาประเทศ แล้วก็หน่วยงานเจ้าภาพและหน่วยงานขับเคลื่อน ก็จะต้องจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุเปัาหมายระดับประเด็น แล้วก็เปัาหมาย ระดับแผนงานด้วย เพื่อที่จะให้มีการดำเนินงานขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งในทั้งหมดก็เปึนข้อมูลที่กระผมอยากจะนำเรียนที่ประชุมนะครับ ซึ่งก็เปึนสรุปสาระสำคัญ ของรายงานการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำป้ ๒๕๖๖ นะครับ ก็กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติเพื่อโปรดทราบครับ ขอบคุณครับ