ศุภณัฐ มีนชัยนันทันท์ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนในการนับจำนวนรถจากข้อมูลของรัฐมนตรี พร้อมทักท้วงการใช้เวลาประชุมอย่างไม่โปร่งใสและขาดประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายเก็บภาษีตามถนนที่ไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้รถได้ ชี้ปัญหาหลักอยู่ที่การบริหารจัดการขนส่งมวลชน โดยเฉพาะรถเมล์เอกชนที่ให้บริการต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นและไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทาง รวมถึงตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการเวนคืนสัมปทานรถไฟฟ้าหลายเส้นทาง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงรายละเอียดการใช้จ่ายเงินในการซื้อคืนสัมปทาน ผลกระทบจากข้อตกลงขยายสัมปทานโดยไม่เปิดแข่งขัน และเหตุผลในการจ่ายเงินให้ภาคเอกชนทั้งที่เคยขยายสัมปทานให้ไปก่อนหน้า
ขอบคุณครับท่านประธาน ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ต้องขออนุญาต ฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่งครับว่า อย่างตัวผมเองผมก็บริหารเวลาในการ ถามได้เปึนอย่างดี แต่ในส่วนของท่านรัฐมนตรีอาจใช้เวลาเยอะ แล้วผมกังวลว่าอาจจะมีเวลา ไม่พอในการตอบคำถามอื่น ๆ อันแรกผมอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีลองพิจารณาดูครับ สไลด์ที่ท่านนำเสนอก่อนหน้านี้ที่บอกว่า มีรถทั้งหมด ๓๙๐,๐๐๐ คัน จากทั้งหมด ๖ แยก แล้วก็แยกหนึ่งประมาณ ๖๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ คัน ท่านนับซ้ำหรือเปล่าครับ อันนี้ผมอยากให้ท่าน ลองคิดดู
ในส่วนต่อมาเดี๋ยวต้องบอกว่ารายงานที่ สนข. เคยมีการทำอยู่ เรื่องของการ เก็บภาษีแบบรายถนน หรือเปึนรายแยกที่ท่านรัฐมนตรีสุริยะประกาศ ที่ทางกระทรวงคมนาคม ประกาศ โดยที่ไม่ได้เก็บเปึนโซนเหมือนที่ลอนดอนที่ผมนำเสนอไปก่อนหน้านี้ ต้องบอกว่า อาจจะแก้ปัญหารถติดไม่ได้เลย เพราะอะไรครับท่านประธาน ท่านประธานลองคิดดูครับ ถ้าเกิดเราจะไปห้างพารากอนแล้วกันครับ โดยการใช้ถนนเพลินจิต ถ้าเกิดผมจะไม่ไป ห้างพารากอนโดยถนนเพลินจิต ผมก็สามารถอ้อมไปทางถนนเพชรบุรีได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นแทนที่จะไปรถติดถนนเส้นหนึ่ง ผมก็แค่อ้อมไปใช้ถนนอีกเส้นหนึ่ง แต่ผมก็ยัง จะใช้รถยนต์ส่วนตัวเหมือนเดิมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการแก้ปัญหารถติด จริง ๆ แล้วมันคือการโฟกัสเรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องของรถเมล์ ซึ่งต้องบอกว่า ท่านรัฐมนตรีสุริยะก็เคยมีการพูดให้ข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะแก้ปัญหาระบบขนส่งมวลชนให้เสร็จ ภายใน ๖ เดือน ก่อนที่จะมีการเก็บสตางค์แล้วก่อนที่จะมีการเวนคืนสัมปทานด้วยซ้ำ ก็ต้องถามไปยังท่านรัฐมนตรีสุรพงษ์ว่า ท่านมั่นใจหรือเปล่าว่า ๖ เดือนท่านจะแก้ปัญหา เรื่องของรถเมล์ได้สำเร็จ ต้องบอกอย่างนี้ว่าที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนได้มีการร้องเรียน ไปยังกระทรวงคมนาคมหลายครั้ง รวมถึงตัวผมเองก็มีการกระทู้สดไปถึงเรื่องของปัญหารถเมล์ เรื่องของรถน้อยคอยนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะของเอกชน ก็ไม่รู้ว่าท่านรัฐมนตรีทราบ หรือเปล่าว่าจริง ๆ แล้ว รถเอกชนเขามีสัมปทานบังคับอยู่ว่าต้องวิ่งอย่างต่ำวันหนึ่ง ๒๐ เที่ยว ๓๐ เที่ยว ๔๐ เที่ยว แต่ปัจจุบันเอกชนวิ่งแค่ ๔ เที่ยวต่อวัน ๒ เที่ยวต่อวัน ๕ เที่ยวต่อวัน ประชาชนรอรถที ๒-๓ ชั่วโมง รอนานมากจนต้องตัดสินใจขึ้นรถแท็กซี่แทน ไม่รู้ว่าท่านรัฐมนตรีหรือทั้งกระทรวงคมนาคมนี่ทำอะไรกันอยู่ ทำไมไม่มีการปรับเงิน ภาคเอกชน ไม่มีการยกเลิกสัญญาสัมปทานภาคเอกชนเลยแม้แต่สายเดียว นั่นแปลว่า ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมละเลยการปฏิบัติหน้าที่การบังคับใช้เรื่องของสัญญา และไม่พอ ไม่ได้ควบคุมกำกับให้ภาคเอกชนเดินรถให้มันครอบคลุมตามที่มีการตกลงและอนุญาต ให้สัมปทานไว้ ส่งผลสุดท้ายผลกระทบกับพี่น้องประชาชนไม่อยากใช้ระบบขนส่งมวลชน สาธารณะ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าการทำตรงนี้จริง ๆ แล้วถ้าเราไม่โฟกัสที่ตัวเส้นเลือดฝอย ตัวเรื่องของรถเมล์ เราอาจจะไม่สามารถแก้ปัญหารถติด ซึ่งเปึน Main หลักที่เราจำเปึนต้อง แก้ไขได้ ซึ่งผมก็กังวลว่าถ้าตรงนี้ถ้ามีการทำไปสุดท้ายแล้วปลายทางก็จะเปึนเรื่องของการ หาสตางค์ไปเวนคืนสัมปทานรถไฟฟัา เปึนการลดเรื่องของค่าใช้จ่ายรถไฟฟัาอาจจะเพิ่ม จำนวนคนเข้ามาใช้จ่ายรถไฟฟัาได้ในระดับหนึ่ง แต่ต้องตอบว่าบางครั้งเรามีการให้ขึ้น รถไฟฟัาฟรี แต่สุดท้ายประชาชนก็ยังขึ้นไม่มากพอ ณ วันนี้อย่างที่ผมบอกมีคนใช้รถยนต์ มีจดทะเบียนในกรุงเทพมหานคร ๕ ล้านคัน มีคนจดเรื่องของรถมอเตอร์ไซค์อีก ๔ ล้านคัน ท่านจะเปลี่ยนคนเหล่านี้เอาแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์พอครับ แค่ ๒ ล้านคนมาขึ้นขนส่งมวลชน สาธารณะ มาขึ้นรถไฟฟัาเปึนไปได้อย่างไรในเมื่อทุกวันนี้ระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟัาก็ขึ้นกัน ไปเช้าเย็นกลับนับรวมกันก็ประมาณแค่ ๒ ล้านเที่ยวเอง แปลว่าคนที่ใช้จริง ๆ มันไม่เยอะ มากพอ แต่เราจะเพิ่มจำนวนขึ้น ๒-๓ เท่าได้อย่างไร
ในส่วนของคำถามที่ ๒ ท่านประธานผมก็อยากให้รัฐบาลชี้แจงเพิ่มเติมว่า การที่เราจะหาสตางค์เปึนการเวนคืนสัมปทานรถไฟฟัารวม ๆ แล้วเปึนเงินกี่แสนล้านบาทกันแน่ โดยท่านรัฐมนตรีอยากให้ชี้แจงเรียงสายเลยครับ สายสีชมพู สายสีเหลืองที่ภาคเอกชนลงทุน ไปสายละ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ขาดทุนกันเพราะว่าคนใช้น้อย รัฐบาลจะซื้อคืนเขา ด้วยเงินกี่ล้านบาท สายสีเขียวที่จะหมดสัมปทานในอีกไม่กี่ป้ข้างหน้าในป้ ๒๕๗๒ แล้วกว่าจะ เริ่มทำ กว่าจะเริ่มเวนคืนก็คงเหลือเวลาอีกแค่ ๓ ป้เท่านั้น เราจะยังเวนคืนอยู่หรือไม่ และจะเวนคืนด้วยเงินประมาณเท่าไร รวมถึงกระทั่งสายสีน้ำเงิน ทั้งในส่วนของต่อขยายก็ดี หรือส่วนสายสีน้ำเงินของเดิมก็ดีที่มีการสร้างมานานแล้ว และจริง ๆ อีกไม่กี่ป้ควรตก เปึนของประเทศนี้ แต่รัฐบาลสมัยท่านประยุทธ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม มีการประเคนสัมปทาน เพิ่มเติมขยายอายุสัมปทานให้กับภาคเอกชนรายเดิม โดยที่ไม่มีการแข่งขันต่อไปอีก จนไปหมด ประมาณป้ ๒๕๙๒ ในเมื่อเราประเคนสัมปทานให้เขาแล้ว และที่เราไปขอสัมปทานเขาคืน เราต้องจำเปึนต้องจ่ายเงินให้เขาหรือเปล่าครับ ถ้าเราต้องจ่ายเงินก็แปลว่า เหมือนกับเราให้ เงินเขาฟรี ๆ เพราะเราขยายสัมปทานให้เขา ขยายสัมปทานเสร็จปุ็บอีกไม่กี่ป้ข้างหน้ารัฐบาล ต้องมาหาเงินไปซื้อสัมปทานคืนจากภาคเอกชนกลับมา ก็ต้องถามว่าอย่างสายสีน้ำเงิน ของเดิมนี่ท่านจะไปซื้อมาด้วยเงินเท่าไร เพราะฉะนั้น ขอให้ท่านรัฐมนตรีชี้แจงด้วย ขอบคุณครับ