สุรพงษ์ ป่ยะโชติ ชี้แจงแนวคิดการเก็บค่าธรรมเนียมรถติดเพื่อบริหารจัดการจราจรในพื้นที่แออัด พร้อมเสนอให้ใช้รายได้จากการเก็บภาษีรถติดศึกษาแนวทางซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าและพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการปรับเส้นทางรถ ขสมก. ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และสนับสนุนนโยบายค่าโดยสาร 20 บาท เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพมหานคร
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสุรพงษ์ ป่ยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม จากที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ได้ตั้งคำถาม เกี่ยวกับเรื่องของค่าธรรมเนียมรถติดนะครับ Congestion Charge ของกระทรวงคมนาคม วันนี้ผมแยกคำถามเปึน ๒ ส่วนนะครับ ส่วนที่ ๑ การเก็บค่าธรรมเนียมค่ารถติดเอาไป ทำอะไร เดี๋ยวผมตอบนะครับ แต่ส่วนที่ ๒ ผมว่าทั้งผู้ถามและผู้ตอบวันนี้เรามีแนวคิด ที่ตรงกันนะครับว่า เรายังมีความจำเปึนที่จะต้องจัดการกับรถในโซนที่การจราจรคับคั่ง
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ก่อนอื่น เดี๋ยวผมจะให้ท่านดูสถิติของรถในโซนที่เปึนเปัาหมายนะครับ วันนี้เรามีรถที่ผ่านอยู่ในโซน ที่คับคั่งประมาณ ๓๙๐,๐๐๐ ต่อวัน นี่คือตัวเลขสถิตินะครับ อันนี้ถือว่าเยอะไหม ถือว่า เยอะนะครับ แล้วทั้งหมดนี้เราใช้เวลาเดินทางประมาณ ๑๗.๘ กิโลเมตรต่อ ๑ ชั่วโมง เวลาเราจะเดินทาง อันนี้หมายถึงรถยนต์ส่วนบุคคลนะครับ หรือรถที่เปึนระบบล้อดีกว่า ที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่แออัดนะครับ ต่อไปนะครับผมจะให้ดูภาพ ถ้าเรามีการเก็บค่าภาษีรถติด เราต้องมีระบบขนส่งมวลชนสาธารณะรองรับนะครับ ซึ่งวันนี้ในกรุงเทพมหานครเรา เราก็จะมีระบบขนส่งรถไฟฟัาทางรางนะครับ ซึ่ง Control โดย รฟม. นะครับ อันนี้เปึนภาพของ M-Map ที่เปึน Full Option นะครับ ซึ่งจะแล้วเสร็จประมาณป้ ๒๕๗๒ ณ ปัจจุบันนี้เราอยู่ตรงนี้นะครับ ภายในป้ ๒๕๗๒ เราจะอยู่ตรง Full Option ของ M-Map เมื่อสักครู่นะครับ อันนี้อันที่ ๑ นะครับ ที่เกี่ยวกับระบบรถไฟฟัาที่เปึนระบบราง ที่จะมา Support ตัวขนส่งสาธารณะนะครับ
อันที่ ๒ อันนี้รถ ขสมก. ตอนนี้เราได้มีคณะกรรมการขึ้นมานะครับ ในการจัด Route ในการจัดเส้นทางการวิ่งให้มันเหมาะสมกับการปรับเปลี่ยนของการพัฒนาระบบ ขนส่งสาธารณะนะครับ เรายังมีการจัดวางที่ตั้งของ บขส. เรายังมีการจัดการเรื่องของ Feeder ที่เปึนเส้นเลือดฝอยนะครับ ภายในป้ ๒๕๖๘ จะเริ่มเห็นเปึนรูปธรรม ถ้าใครติดตาม ก็จะเห็นว่ามีการเตรียมงบประมาณ ในการบริหารจัดการเรื่อง ขสมก. เรื่องของ Feeder ที่เปึนเส้นเลือดฝอยนะครับ เรื่องของระบบรางที่เปึนรางระยะไกลนะครับ ไม่ใช่รางไฟฟัา ใน กทม. นะครับ ซึ่งทั้งหมดที่เราได้ดำเนินการก็จะใช้ระบบที่เปึนพลังงานสะอาด เปึนส่วนใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้นอันหนึ่งที่เรามีความเห็นตรงกัน เปัาหมายของเรา คือเราอยากเห็นกรุงเทพฯ เปึนเมืองที่แก้ไขเรื่อง PM2.5 ได้อย่างถูกวิธี ได้อย่างมีอารยะ ก็คือไปจัดการที่ต้นเหตุนะครับ เพราะในกรุงเทพฯ ๖๐ เปอร์เซ็นต์มาจากการสันดาป ของเครื่องยนต์ ถ้าเราจัดการเรื่องระบบรถติดได้นะครับ ก็จะสามารถแก้ไขเรื่องของ ที่ท่านสมาชิกถามได้นะครับ อีกส่วนหนึ่งที่ท่านกังวลว่าตรงจุดหรือเปล่านะครับ วันนี้ถ้าเรา สามารถแก้ไขโซนที่เปึน Deadlock คือที่รถติดได้ ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คันได้ มันก็จะทำให้เกิด การ Flow ในระบบท้องถนนและระบบจราจร สมมุติถ้ามัน Flow ปุ็บทุกอย่างก็จะคล่องตัว เพราะฉะนั้นมีความจำเปึนที่ต้องทำไหมวันนี้ จำนวนพื้นที่ผิวถนนกับจำนวนรถ ถ้าเอามา คำนวณแล้วก็ถือว่ามันไม่ Matching กันอยู่แล้วนะครับ ทุกคนก็ทราบตัวเลขดี เพราะวันนี้ วิธีการเก็บของเรา ๑. เปัาหมายจริง ๆ เราต้องการลดการสันดาป ต้องการลดการใช้รถยนต์ ส่วนบุคคล ให้หันมาใช้บริการสาธารณะเพิ่มขึ้น ซึ่งเหล่านี้ที่ท่านกังวลว่ามันจะแก้ถูกจุด หรือเปล่านะครับ วันนี้วิธีการตรงนี้เปึนวิธีการที่ดีที่สุดแล้วที่เกิดขึ้นได้ในประเทศไทย คือการจัดการ Zoning ในบริเวณที่รถหนาแน่นและรถติด เดี๋ยวผมยกตัวอย่างนะครับ วันนี้กระทรวงคมนาคมก็รับนโยบายที่มาทำก็คือ นโยบาย ๒๐ บาทนะครับ นโยบาย ๒๐ บาท วันนี้ทุกคนอาจจะมองว่าต้องขาดทุน ผมยกตัวอย่างรถไฟฟัาสายสีแดง ซึ่งเปึน สายเดียวที่ดำเนินการโดยรัฐ เดินรถโดยรัฐจะเห็นว่าก่อนเริ่ม ๒๐ บาท เราจะมีผู้โดยสาร ประมาณ ๖ ล้านกว่าคนต่อป้นะครับ พอเราใช้โครงการ ๒๐ บาท เรามีผู้โดยสาร ๑๐ ล้าน กว่าคนต่อป้ อันนี้เปึน Organic เปึนธรรมชาติ ถ้าเราคิดทางตรงเราจะต้องชดเชยเปึน ๑๐๐ ล้านนะครับ แต่พอจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นนะครับ ในขณะที่ Capacity เรายังไม่เต็ม เท่ากับเราต้องชดเชยแค่ ๑.๒๗ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ จากปกติ ๒๐๓ เราชดเชยแค่ ๑.๒๗ เปอร์เซ็นต์ ดีกว่าครับ เพราะฉะนั้นเรายังมี Capacity ของบางสายบางขบวนที่เหลือนะครับ อันนี้ Headway ประมาณ ๒๐ นาที ช่วงไม่ติด ถ้าช่วงที่ Traffic ก็ประมาณ ๑๐ นาที ในตัวเมือง Headway ก็ประมาณ ๓-๕ นาที ๘ นาที ซึ่งอันนั้นเปึนของสีอื่น เพราะฉะนั้น โครงการ ๒๐ บาท เปัาหมายจริง ๆ คือเปึนการลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน ๒. รณรงค์ ให้พี่น้องประชาชนหันมาใช้บริการสาธารณะ ๓. ลดการใช้เครื่องยนต์สันดาปเพื่อให้กรุงเทพฯ เปึน Green ๔. ส่งเสริมอาชีพที่เปึนระดับ Feeder รองที่เปึนเส้นเลือดฝอยเข้ามาส่งเสริม เข้ามาสู่ Main ของบริการ Feeder หลัก อันนี้เปึนภารกิจของกระทรวงคมนาคมจะที่ต้อง ดำเนินการ
ส่วนคำถามอีกอันหนึ่ง การเก็บเงินก้อนนี้แล้วจะเอาไปซื้อสัมปทานหรืออะไร หรือเปล่า คำถามนี้จริง ๆ วันนั้นที่ประชุม ครม. ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ กระทรวงการคลังเปึนคนไปศึกษาหาวิธีการที่จะซื้อคืนรถไฟฟัาทั้งหมด เอามาเปึนของรัฐ แบบสายสีแดง แล้วก็จัดการเดินรถ Model ของสายสีแดง อันนี้เปึนแนวคิด ทั้ง ๒ อันยังเปึน ๒๐ บาท ต้องทำแน่นอน ส่วนการเก็บภาษีรถติดยังเปึนแนวคิดและให้กระทรวงการคลัง ซึ่งเปึนเจ้าภาพไปศึกษาวิธีการ แล้วหน่วยงานที่มีอำนาจจัดเก็บคือใคร แต่วันนี้ยังไม่ใช่ กระทรวงคมนาคม ก็ขอตอบคำถามเบื้องต้น ขอบคุณครับ