สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๓ · ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๗

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ หารือเรื่องโครงการรถไฟความเร็วสูง โดยแสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินการของรัฐบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการฉาวและความไม่เหมาะสมของโครงการนี้

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขอรักษาเวลาของผม แล้วกันนะครับ ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงประโยชน์ของโครงการว่ามันต้องเกิด แต่อย่าลืมว่า มันประมูลไปแล้วด้วยเงื่อนไขที่ประมูลไปแล้ว หากท่านจะเปลี่ยนเงื่อนไขไม่ว่าท่านจะชี้แจง เหตุผลอะไรก็ตาม มันก็มีโอกาสเปลี่ยนเจ้าสิครับถ้าอย่างนั้น ถ้าเกิดเจ้าอื่นเขาได้เงื่อนไข ที่ท่านบอกว่ารัฐไม่ได้กระทบอะไรมาก ท่านอ้างถึงโควิด ยูเครน ผมก็ถามว่าแล้วธุรกิจอื่น เขาไม่เดือดร้อนหรือครับ ท่านจะเยียวยาแต่เจ้านี้หรือครับ แล้วเยอะด้วยนะครับ นอกจากนั้นท่านพยายามอธิบายในเรื่องของ Cash Flow เรื่องของ Present Value อันนี้ ผมเข้าใจดี แต่ก็ถามง่าย ๆ ว่าเงื่อนไขการจ่ายเงินที่เปลี่ยนไปอย่างนี้มันก็ส่งผลนะครับ ไม่อย่างนั้นมันไม่ดีขึ้นแล้วเขาจะเซ็นหรือครับ นอกจากนั้นท่านยังพูดถึงในเรื่องของ ๕ ข้อ อะไรต่าง ๆ มันเป็นอย่างไร ผมว่าเท่าที่ผมฟังโดยสรุปก็คือข่าวนี้เป็นข่าวจริง ถ้าไม่จริง ท่านบอกนะครับ แต่ท่านก็พยายามอธิบายตามข่าวก็คือมันเป็นข่าวจริง แต่ท่านบอกว่ามัน ไม่ได้เอื้อ แต่ผมเห็นว่ามันเอื้อครับ เรื่องนี้ย้อนกลับไปดูปีนี้เมื่อ ๓ เมษายน ผมเคยอภิปราย ๑๕๒ เพื่อแจ้งปัญหานี้แล้วก็เสนอแนวทางการแก้ไขไปแล้ว ๓ เมษายน อันนี้ให้ QR Code ไป Scan ได้นะครับ คือโครงการนี้มันฉาวจริง ๆ ว่าเขาขอตั๋วไว้ก่อน แล้วก็ไม่พร้อมก็ดึงผ่าน กลไก NTP อะไรที่ออกไม่ได้ ไม่ส่งเอกสาร BOI BOI ก็ช่วยแล้วช่วยอีก เงินถึงค่อยทำ จริง ๆ ที่ท่านพูดมาทั้งหมดถ้าเอกชนเขาเพิ่มทุนมันก็จบ รัฐก็ไม่ต้องไปเอื้อเขา ไม่ต้องช่วยเขา ไม่ต้องไปเอาเปรียบเจ้าอื่น แล้วก็ดำน้ำรอหาเรื่องแก้สัญญาแล้วก็ไม่เริ่มสร้างเสียทีอย่างนี้ครับ ฉะนั้นหากรัฐบาลยอมเอื้อประโยชน์ให้นายทุนแบบนี้แล้วท่านจะประมูลเพื่ออะไรครับ ท่านให้ตั๋วเจ้าใดเจ้าหนึ่งไปแล้วก็มาเจรจาต่อรอง ท่านช่วยปกป้องมันไม่เอื้อ ไม่เอื้อ ผมว่า มันเอื้อชัด ๆ ครับ พื้นฐานสัญญาคือเซ็นตั้งแต่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ ใน PPP Net Cost ท่านอ้างโน่นอ้างนี่แล้วชาวบ้านเขาไม่เดือดร้อนจากโควิด จากยูเครนอะไรกันหรือครับ ณ วันนั้นท่านไปดูได้เลย ผมก็ตั้งคำถามไว้ ๓ คำถามนะครับ ว่าจะมีการเลื่อนการออก NTP หรือไม่ เพราะว่า ณ วันที่ผมถามมันจะต้องสิ้นสุดเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ แล้วผมก็ถามไปว่า จะมีการแก้ไขสัญญาหรือไม่ ท่านก็ตอบว่าไม่นะครับ แล้วก็บอกว่าท่านเข้าใจหรือยังในเรื่อง ของมาตรฐานรถไฟความเร็วสูงอะไรต่าง ๆ ก็ได้รับคำตอบแบบคนไม่รู้เรื่องพูดครับ มาดูกันว่า จริง ๆ แล้วถ้ารัฐเอาจริงคือถือว่าเอกชนผิดสัญญาไปแล้ว เพราะในสัญญาตามภาพมันเขียน ไว้ชัดว่า เอกชนจะต้องจ่ายค่าสิทธิ Airport Rail Link ภายใน ๒ ปี ซึ่งข้อมูลก็ตรงกับท่านว่า Due date มัน ๒๔ ตุลาคม แต่นี่มันผิดสัญญาไปแล้ว เพียงแต่ว่ามันมีกลไกที่ไปช่วยเหลือ การออก MOU อะไรต่าง ๆ ที่เมื่อสักครู่ท่านเล่านะครับ

แต่มาดูคำตอบครับ คำตอบที่วันนั้นท่านรัฐมนตรีสุริยะเป็นคนตอบเรื่องนี้ จากการที่ผมอภิปราย ๑๕๒ คำตอบในคำถามแรกนะครับ ท่านก็ตอบว่ามันไม่ควรเลื่อน แต่ตอนนี้มาถึงวันนี้ข้อเท็จจริง ณ วันนี้ยังเลื่อนอยู่ แม้รับปากว่าจะหยุดเลื่อนตั้งแต่ มิถุนายน ๒๕๖๗ แต่ ณ วันนี้ตุลาคม ๒๕๖๗ ก็ยังเลื่อนอยู่

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมตั้งคำถามไว้ ท่านสุริยะ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เป็นคู่สัญญาของรัฐ ท่านก็บอกว่าไม่มีนโยบายในการแก้ไขสัญญา เพื่อเอื้อเอกชนอย่างแน่นอน คือพูดง่ายท่านสุริยะประกาศว่าจะไปแก้สัญญาเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๗ ประกาศไว้อย่างนี้ แต่วันนี้วันที่ ๑๗ แล้วจริง ๆ ท่านก็ประกาศตั้งแต่วันที่ ๑๑ ตุลาคม ว่าท่านจะแก้สัญญา ตกลงตอนนี้นะครับ ผมเอาตอนนี้นโยบายของรัฐบาลที่ท่าน ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาตอบจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ครับ ท่านจะแก้จริง ๆ ใช่ไหมครับ

ประเด็นที่ ๓ อย่างที่ผมเรียนประเด็นนี้เดี๋ยวผมไว้ต่อไปก็ได้ครับว่า รัฐมนตรี ไม่ได้เข้าใจ ณ วันนั้นในการตอบเรื่องมาตรฐานรถไฟความเร็วสูงนะครับ

วันนี้ผมขอตั้งคำถามที่ ๒ ก่อนเลยแล้วกันนะครับ คำถามที่ ๒ ท่านบอกว่า ณ วันที่ ๓ เมษายน ท่านสุริยะในฐานะที่เป็นคู่สัญญาตอบชัดเจนว่าไม่แก้สัญญา แล้วก็ยังพูด หล่อ ๆ ด้วยนะครับ ที่ผมอภิปรายอะไรไปพูดหล่อ ๆ ว่า ไม่มีหรอกนายใหญ่นายทุน มีแต่ นายสุริยะตัดสินใจได้ไม่แก้สัญญาแน่ ๆ อันนี้ไปย้อนดูกันได้เลยนะครับ ท่านตอบอย่างนี้ อยู่ใน Paragraph สุดท้ายนี่ ตอบมาเสียอย่างหล่อเลย แต่มาถึงวันนี้ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๗ คำถามก็คือจุดยืนของรัฐบาลเป็นอย่างไร ใครคือนายใหญ่ที่จะตัดสินใจว่าจะแก้ไขสัญญา สัมปทานหรือไม่