สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ วิจารณ์การแก้ไขสัญญา Airport Rail Link ที่เอื้อประโยชน์เอกชน เปิดช่องทุจริตและยืดเวลาเริ่มงานโดยไม่รัดกุม พร้อมตั้งคำถามต่อร่างแก้ไขสัญญา PPP Net Cost ที่เปิดช่องให้ตีความเหตุสุดวิสัยและลดความเสี่ยงของเอกชน โดยเรียกร้องให้ชี้แจงเหตุผลที่ขัดกับหลักการเดิม และสอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องความถูกต้องของการขยายสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ที่อาจเอื้อประโยชน์ให้นายทุน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามสดเพื่อสอบถามความคืบหน้าของโครงการรถไฟ ความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ซึ่งเซ็นสัญญากันไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ตอนนี้ก็ล่วงเลยมา ๕ ปีแล้ว แล้วข่าวล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็บอกว่ามีการประชุมเพื่อจะแก้ไขสัญญาสัมปทานกัน ทั้ง ๆ ที่โดยข้อเท็จจริงก็คือยังไม่ได้เริ่มการก่อสร้างจริง ๆ เลยด้วยซ้ำ ยังไม่ได้ปักเสา ยังไม่ได้ขึ้นตอม่อ แต่ก็จะแก้ไขสัญญาสัมปทานกันแล้วนะครับ เดี๋ยวห้องโสตช่วยขึ้น PowerPoint ด้วยนะครับ เรื่องนี้นะครับท่านประธาน ได้มีการประชุมของ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ครั้งที่ ๔/๒๕๖๗ ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ ๑๑ ตุลาคม โดยการเจรจา การประชุมนี่ก็บอกว่าให้ยืนหลักการแก้สัญญา มีใจความ ที่สรุปได้ว่าหลักการก็คือ ภาครัฐไม่เสียประโยชน์ และภาคเอกชนไม่ได้ประโยชน์เกินสมควร คือท่านก็เข้าใจเลือกคำนะครับ ภาคเอกชนไม่ได้ประโยชน์เกินสมควร แต่ผมแปลไทย เป็นไทยง่าย ๆ เลยนะครับว่า จะแก้ไขสัญญาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนเพิ่มเติมจาก สิ่งที่เขาประมูลได้คือตอนเขาประมูลมันก็มีเงื่อนไขอยู่แล้วนะครับว่าจะต้องทำอย่างนี้ จะต้องเป็นอย่างนี้ แต่นี่ยังไม่ได้เริ่มสร้างจริง แต่ท่านจะไปแก้ไขสัญญาสัมปทาน มาดู รายละเอียดกันนะครับ ตามข่าวถ้าประเด็นใดไม่จริงนะครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีชี้แจง ได้นะครับ แต่ตามข่าวก็คือ ๕ ประเด็นที่จะแก้ไขสัญญากัน
ประเด็นที่ ๑ วิธีการชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนนะครับ จากเดิมนี่ตกลงกันไว้ว่า สร้างให้เสร็จก่อน เอกชนต้องออกไปให้หมดก่อน แล้วพอเปิดให้บริการพูดง่าย ๆ สร้าง เสร็จแล้ว รัฐค่อยทยอยจ่ายคืน แต่สิ่งที่ท่านจะเปลี่ยนนะครับ ก็คือจะสร้างไปจ่ายไป ถ้าการ ประมูลเป็นอย่างนี้นะครับ แล้วบริษัทอื่นที่เขาไปประมูลแข่งแล้วได้เงื่อนไขอย่างนี้มันดีขึ้น แน่นอนครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านกำลังจะทำนี่มันเอื้อประโยชน์ชัด ๆ ครับ คือจะจ่ายคืน นายทุนให้ไวขึ้น ท่านรัฐมนตรีก็เป็นนักการเงินนะครับ คงเข้าใจในเรื่องของ Cash Flow ดีนะครับว่าอย่างนี้เอกชนได้ประโยชน์เห็น ๆ
ประเด็นที่ ๒ ที่จะทำการแก้กันก็คือ การกำหนดชำระค่าสิทธิให้ร่วมลงทุน ในโครงการ Airport Rail Link โดยให้เอกชนแบ่งชำระค่าสิทธิ จำนวน ๑๐,๖๗๑ ล้านบาท เป็น ๗ งวด แต่ข้อเท็จจริงตอนเซ็นสัญญาก็คือ เอกชนจะต้องจ่ายก้อนแรกตูมเดียว ครั้งเดียวตั้งแต่ปีแรก แต่นี่ท่านก็จะไปให้เขาผ่อนชำระ ๗ งวด ๗ ปี จริง ๆ แล้วนายทุน ค้างชำระตั้งแต่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ นะครับ แต่รัฐก็ยอมให้ผ่าน ท่านก็จะไปแก้ไขสัญญา เอื้อให้นายทุนอย่างนี้
ประเด็นที่ ๓ มีการกำหนดเรื่องของส่วนแบ่งผลประโยชน์ตอบแทน หรือว่า Revenue Sharing อันนี้ก็ตรงไปตรงมาครับว่าอาจจะดูเหมือนดีว่า ถ้าเอกชนมีรายได้ มากพอก็จะแบ่งคืนรัฐอะไรต่าง ๆ แต่ว่าโอกาสเกิดขึ้นมันไม่ง่ายครับ จะเกิดไม่เกิดเราไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ นะครับ ที่เกิดแน่ก็คือมันเป็นการเปิดช่องให้โกงได้ง่ายนะครับ เพราะท่าน เขียนไว้ว่า มีสิทธิเรียกให้เอกชนชำระส่วนแบ่งผลประโยชน์เพิ่มได้ตามจำนวนที่ตกลงกัน ย้ำนะครับเป็นตามจำนวนที่ตกลงกัน แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรครับว่าเอกชนเขาซ่อนตัวเลขทำ บัญชีอะไรต่าง ๆ มันโปร่งใสหรือไม่ แต่นี่ครับท่านก็ไปแก้ ดูเผิน ๆ มันก็ดูดีจริง ๆ ครับ ที่จะ แบ่งส่วนแบ่งอะไรต่าง ๆ แต่ว่ามันเป็นการเปิดช่องให้โกงได้ง่าย แล้วจะไปแก้ทำไมครับ จริง ๆ สัญญาก็เซ็นไปแล้วครับ
ประเด็นที่ ๔ มีการยกเว้นเงื่อนไขการออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน หรือว่า NTP Notice To Procedure นะครับ อันนี้ก็ดูดีครับ เพราะว่าจะได้แก้ปัญหาแล้วก็เริ่มได้ สักทีนะครับ แต่มันเป็นการแก้ปัญหาที่ตัวเองก่อ จากการเขียนสัญญาไม่รัดกุม เปิดช่องให้ เกิดเงื่อนไขของ BOI ที่ผมเคยอภิปรายไปแล้วนะครับว่า เลื่อนแล้วเลื่อนอีก เพราะว่ามันเป็น ตามใจเอกชนว่าเขาอ้างว่ายื่นเอกสารไม่ครบ คือเขาก็ดึงเอกสารอะไรต่าง ๆ นะครับ แต่ BOI ก็ใจดีเกิน เลื่อนแล้วเลื่อนอีก เลื่อนไปนะครับ
ประเด็นสุดท้าย ประเด็นที่ ๕ ตามข่าวนะครับ ก็บอกว่าจะมีการป้องกัน ปัญหาในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสถานะทางการเงินของ โครงการ โดยปรับปรุงข้อสัญญาในส่วนของเหตุสุดวิสัย และเหตุผ่อนผัน แต่ท่านต้องไม่ลืม นะครับว่า สัญญาสัมปทานโครงการนี้เป็น PPP Net Cost ไม่ใช่ PPP Gross Cost ไม่ใช่ จ้างวิ่ง แต่เป็นรูปแบบ PPP Net Cost ที่เอกชนต้องรับความเสี่ยง ฉะนั้นการที่จะไปแก้อะไร อย่างนี้ คำถามแรกคือจะแก้ทำไมครับ เพราะว่าเซ็นสัญญาไปแล้ว ตอนประมูลเงื่อนไข สัญญาเป็นอย่างนี้ แล้วก็พอแก้อย่างนี้แล้วก็เกิดการตีความอีกว่าอะไรคือเหตุสุดวิสัย จะต้องแล้วแต่การเจรจา กับผู้มีอำนาจอีกแล้วหรือครับ คือท่านไปตีเช็คเปล่า ทั้ง ๆ ที่เป็น PPP Net Cost ซึ่งโดยความหมายของ PPP Net Cost คือนายทุนต้องรับความเสี่ยง ย้ำนะครับ นายทุนต้อง รับความเสี่ยง คือถ้าเป็นรูปแบบอื่นเขาก็อาจจะมีโอกาสได้ประโยชน์อะไรน้อยหน่อย แต่เสี่ยงน้อย High Risk High Return ท่านทราบกฎข้อนี้ดี แต่รูปแบบสัญญาที่เซ็นกัน ไปแล้ว มันเป็นแบบนี้ชอบ ไม่ชอบ PPP Net Cost อีกเรื่องหนึ่งแต่เซ็นไปแล้ว แต่ท่านก็จะ ไปแก้ให้เกิดการตีความว่าอะไรคือเหตุสุดวิสัยที่จะไปเอื้อประโยชน์ให้นายทุนได้อีกนะครับ
เพราะฉะนั้นจะเห็นได้เลยครับว่า ๕ ข้อหลัก ๆ ที่ท่านจะแก้กันตามข่าว ถ้าข้อใดไม่จริงท่านชี้แจงนะครับ แต่อันนี้ผมเอามาจากข่าวให้ Link ไปด้วยนะครับ ในข้อแรกคือท่านจะเร่งจ่ายนายทุนให้ไวขึ้น ในข้อที่ ๒ คือนายทุนค้างชำระตั้งแต่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ แต่ท่านก็จะยอมให้ผ่อนเป็นงวด ข้อที่ ๓ อาจจะดูเหมือนดี แต่เปิดช่อง ให้โกงได้ง่าย ข้อที่ ๔ ท่านมาแก้ปัญหาของตัวเองที่เป็นคนก่อ แล้วก็ข้อสุดท้ายเป็นการ ตีเช็คเปล่าทั้ง ๆ ที่โดยสัญญาเอกชนต้องรับความเสี่ยง ฉะนั้นผมถึงตั้งคำถามนะครับ
คำถามที่ ๑ ที่จะถามท่านรัฐมนตรี และจริง ๆ นะครับท่านประธาน ตอนแรกผมตั้งกระทู้ถามท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่จะต้องกำกับดูแลสัญญาของ รฟท. ซึ่งเป็นคู่สัญญานะครับ อย่างไรก็ตามก็มีการประสานว่า ท่านพิชัยจะมาตอบแต่ก็ยินดีนะครับ แล้วก็ขอบคุณที่ท่านจะมาตอบเพราะว่าท่านก็เป็น หัวโต๊ะของที่ประชุม กพอ. ที่อนุมัติเรื่องนี้นะครับ ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรก็อยากให้ท่านตอบ คำถามที่ ๑ ที่อยากให้ท่านตอบก็คือ จาก ๕ ประเด็นที่รัฐบาลส่อแววว่าจะแก้ไขสัญญา สัมปทานให้เอกชน โดยท่านพิชัยนั่งเป็นหัวโต๊ะเอง วางแผนจะขยายสัญญาสัมปทาน ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน จาก ๕ ประเด็นตามข่าวมีข้อไหนไม่จริงบ้าง โดยหากจริงท่านคิดว่าการแก้ไขสัญญาแบบนี้ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้นายทุนหรือไม่