วีรนันท์ ฮวดศรี อภิปรายรายงานผลการพิจารณาการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการ โดยเสนอแนวคิดการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะในประเทศไทยและขอให้ท่านประธานส่งความเห็นของสมาชิกสภาไปยังรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ท้องถิ่นมีเงินเพียงพอในการจัดการขยะ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี ผู้แทนประชาชนคนขอนแก่น เขต ๑ ตำบลในเมือง ตำบลเมืองเก่า ตำบลพระลับ ขอร่วมอภิปรายรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาการแก้ไข ปัญหาการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการ ดังนี้ครับ
ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการที่ทำงาน อย่างหนัก ในการศึกษาปัญหาการจัดการขยะ ซึ่งเปึนปัญหาที่ใหญ่ ซับซ้อน แก้ไขได้บ้าง แก้ไขไม่ได้บ้าง เปึนปัญหาที่หมักหมม ที่เรื้อรังมาอย่างยาวนานของประเทศไทย แม้รายงาน ฉบับนี้จะสั้น แต่มีเนื้อหา มีรายละเอียดอย่างครอบคลุม มีการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง รวมถึงมีข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาที่น่าสนใจ อย่างเช่น แนวคิด ความรับผิดชอบของผู้ผลิต หรือว่า EPR ที่ไทยควรเริ่มมีกฎหมายเรื่องนี้ออกมาบัญญัติ แล้วก็ออกเปึนข้อกฎหมายอย่างชัดเจนครับ เช่นเดียวกับหลายประเทศ เช่น ประเทศยุโรป ในรายงานที่มีการผลักดันแนวคิดเรื่องนี้อย่างชัดเจน จนมีกฎหมายหลายฉบับออกมา บังคับใช้ โดยเฉพาะในเรื่องของขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นับวันในบ้านเรายิ่งจะเพิ่มขึ้นตาม เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าครับ ท่านประธานครับ ผมยังมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อรายงานฉบับนี้ และอยากจะนำมาหารือร่วมกันในที่ประชุม โดยใช้ตัวอย่างปัญหาในเขตพื้นที่ของผม จากข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการในข้อที่ ๒ ที่เสนอว่า ควรมีในเรื่องของการจัดสรร เงินอุดหนุนเฉพาะกิจในการจัดการขยะให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเรื่องนี้ ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง เพราะการบริหารจัดการขยะเปึนภาระงานที่หนัก ที่ใช้ทรัพยากร เปึนจำนวนมาก ซึ่งไม่ใช่แค่เฉพาะเงินครับ ยังรวมถึงทรัพยากร เรื่องของบุคคล เรื่องของ เทคโนโลยี ไปจนถึงองค์ความรู้ต่าง ๆ จากข้อมูลของคณะทำงานในเขตพื้นที่ เทศบาล นครขอนแก่นมีปริมาณขยะเฉลี่ยอยู่ในพื้นที่ประมาณ ๑๘๐-๒๐๐ ตันต่อวัน และมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อดูในส่วนของโรงงานกำจัดขยะของเทศบาล มีความสามารถ กำจัดได้ประมาณ ๔๐๐ ตันต่อวัน โดยภาพรวมจะเห็นว่า การกำจัดขยะที่ปลายทางของ เทศบาลนครขอนแก่น ไม่ได้เปึนปัญหามากนักครับ แต่ปัญหาจะอยู่ที่การบริหารจัดการขยะที่ต้นทางและกลางทาง คือการจัดเก็บและรวบรวม ขนถ่ายที่ทำให้เทศบาลนครมีปัญหาเรื่องขยะล้นเมือง มีขยะตกค้างตามจุดเก็บต่าง ๆ ทั่วเมือง และมีจำนวนขยะมาตกค้างในสถานีขนถ่าย รวมกันจนกลายเปึนกองขยะภูเขา ก่อมลพิษ และส่งกลิ่นให้กับชุมชนรอบข้าง สาเหตุหลักมาจากรถขนขยะและบุคลากรไม่เพียงพอครับ ในส่วนรถขนขยะนั้นถ้ามีการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ หรือว่าในเรื่องของการจัดสรรรถ เทศบาลก็น่าจะมีหรือหาได้ไม่ยากนัก ซึ่งทราบว่าในขณะนี้ทางเทศบาลก็กำลังดำเนินการ จัดซื้ออยู่ครับ แต่ในเรื่องของรถขยะเพิ่ม บางครั้งก็ไม่อาจสามารถแก้ไขขยะที่ตกค้างได้ครับ เนื่องจากว่าปัญหาหลักเลยก็คือ เรื่องของการขาดแคลนกำลังพลและบุคลากรในเรื่องของ การจัดเก็บขยะ อย่างเช่น ที่ผู้ชี้แจงอาจารย์ธนพรได้ชี้แจงไปครับ ซึ่งในเทศบาลนครขอนแก่น มีพนักงานเก็บขยะ ๑ คน ต้องเก็บขยะกว่า ๑.๘ ตันต่อวัน ซึ่งเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ ก็คือ ๑ ตันต่อคนต่อวัน ซึ่งพนักงานเหล่านี้ถูกจ้างเปึนพนักงานรายวัน ทำงานหนัก แต่ไม่มีสวัสดิการ เนื่องจากติดกรอบเรื่องบุคลากรที่ทำให้ไม่สามารถจ้างคนเหล่านี้ เปึนพนักงานประจำได้ครับ หรือในหลายกรณีที่ท้องถิ่นจะนำเทคโนโลยีที่จะนำเข้ามาช่วยทุ่นแรง หรือลดพนักงานในการจัดเก็บขยะ หรือว่าทำให้ต้นทุนต่ำลงได้ แต่ก็ยังไม่สามารถจัดซื้อ เทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาได้ เนื่องจากไปติดกรอบเรื่องระเบียบครุภัณฑ์ครับ ผมจึงอยากเสนอ เพิ่มเติมจากรายงานฉบับนี้ว่า หากในอนาคตมีการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจในการจัดเก็บขยะ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรมาพร้อมกับกรอบงบประมาณที่เป่ดกว้างและยืดหยุ่น มากขึ้น ให้ท้องถิ่นสามารถเพิ่มคน หรือนำเทคโนโลยีในการเก็บขยะเข้ามาใช้ไปจนถึงว่า หากท้องถิ่นแห่งไหนเห็นว่า การจ้างเอกชนเข้ามาทำการบริหารจัดการขยะหรือจัดเก็บขยะ จะเปึนการประหยัด หรือมีประสิทธิภาพเหมาะสมกับบริบทพื้นที่มากกว่าก็ควรมีกรอบ ในเงินอุดหนุนก้อนนี้ให้สามารถดำเนินการได้ด้วยครับ
สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้และขอให้ ท่านประธาน ได้ส่งความเห็นของเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายต่อปัญหาเรื่องขยะในวันนี้นะครับ แนบไปพร้อมกับรายงานฉบับนี้ เพื่อส่งต่อทางรัฐบาล หรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณครับท่านประธานครับ