นพพล เหลืองทองนารา แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อม โดยเรียกร้องให้ราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความรู้แก่ประชาชนวิธีการจัดการขยะอย่างเหมาะสม และเสนอแนวทางในการกำจัดขยะอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดจุดสำหรับการสร้างโรงขยะหรือโรงไฟฟ้า และเรียกร้องให้รัฐกำหนดจุดเหล่านี้ไว้เพื่อให้การกำจัดขยะมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังนำเสนอสถิติเกี่ยวกับการรณรงค์ในการกำจัดขยะในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการรณรงค์ที่ต่อเนื่องมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะมีส่วนร่วมในการรายงาน ผลการศึกษา เรื่อง ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม อย่างบูรณาการ เรื่องขยะเปึนสิ่งที่ทุกคนก็ทราบดีว่า มันเปึนปัญหาที่รุนแรงมากในปัจจุบันนี้ เพราะว่าในเมื่อเมืองมันขยายขึ้น ประชากรมากขึ้น แล้วทำให้ขยะต่าง ๆ มีมากขึ้น ผมเอง ก็ได้อ่านรายงานของทางคณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษามา ผมเองต้องขอบคุณท่านมากนะครับ ก็มีความละเอียดอยู่ในนั้น แต่ว่าผมก็ยังมีความแตกต่างในเรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องขยะอยู่ ผมเองขอเริ่มด้วยสิ่งที่ใกล้ตัวพี่น้องประชาชนมากที่สุด เราต้องการให้พี่น้องประชาชน ได้มีการจัดการแยกขยะออก แยกขยะว่าอันไหนคือ ขยะที่เปึนขยะเป้ยก ขยะแห้ง ขยะติดเชื้อ อะไรก็สุดแล้วแต่ ผมอยากให้ราชการ ให้หน่วยงานทั้งหลายได้ให้ความรู้ ท่านยอมรับ เหมือนผมไหมครับว่า ในสิ่งหนึ่งสิ่งบางทีประชาชนไม่รู้หรอกครับ ว่าใช้เสร็จแล้วจะทิ้งขยะ แบบไหน จะไปอยู่ในขยะทั่วไป อยู่ในขยะติดเชื้อ หรืออยู่ในขยะ Recycle น้ำอัดลม ๑ กระปิอง ถ้ากินหมดแล้วควรทิ้งขยะแบบไหน ขยะทั่วไปใช่ไหม แต่ถ้ามันยังมีน้ำอัดลม เหลืออยู่ในนั้นอีกครึ่งกระปิอง ท่านจะให้เขาทิ้งอย่างไร ผมว่าสิ่งนี้เปึนสิ่งที่ราชการ ควรจะต้องให้ความรู้ในหน่วยงานที่ดูแลเหล่านี้จะต้องให้ความรู้นะครับ
กรณีต่อมา ต้นทุนในการคัดแยกขยะ ผมไม่ได้พูดถึงต้นทุนการคัดแยกขยะ ของหน่วยราชการนะครับ แต่ผมพูดถึงต้นทุนของพี่น้องประชาชน หรือใครจะเถียงว่า การแยกขยะนั้นไม่มีต้นทุน ถ้าจะแยกขยะกันให้ถูกต้อง ผมไม่เชื่อ รัฐควรที่จะนำร่อง นั่นหมายความว่า ในระยะแรกจะต้องหมายถึง การเอาจริงเอาจังของภาครัฐที่จะแก้ไขปัญหา เรื่องขยะอย่างแท้จริง นั่นหมายความว่า ในระยะแรกรัฐควรจะเอาถุงเลย เหมือนจังหวัดน่านที่เคยทำ ผมบอกเลย ท่านอดีต สส. จากพรรคเพื่อไทย พี่น้อยครับ ท่านเองในตลาดนัดคนเดิน แยกเลยแม้กระทั่งว่า ไม้ปลาปุ่งที่เสียบลูกชิ้นถุงหนึ่ง น้ำอัดลมถุงหนึ่ง อันนี้ถุงหนึ่ง นั่นละครับ สมควรที่รัฐ ควรจะต้องลงทุน และ ๓. อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่เกิดการแยกขยะในตัวประชาชนอย่างเปึนจริงเปึนจัง ก็เพราะว่าความเชื่อมั่น ประชาชนแยกขยะไปแล้ว ๑ ๒ ๓ ๔ แต่สุดท้ายรถขยะมาหน้าบ้าน เอารวมกันหมดเลย แล้วอย่างนี้เขาจะทำไปทำไม เปึนผมคนหนึ่งละผมก็ไม่ทำ เพราะฉะนั้น รัฐควรจะแสดงให้เห็นเลย เอาตั้งแต่การไปเก็บขยะว่า มีการแยกให้ผู้ทิ้งขยะเห็น ๆ เลย สื่อทีวี สื่ออะไรทั้งหลาย พาไปถ่ายสิให้ประชาชนได้รับความเชื่อมั่นก่อน ถ้าประชาชน เขาเชื่อมั่นว่าขยะที่ฉันทิ้งไป ฉันแยกให้แล้ว จะมีการกำจัดอย่างถูกต้อง อย่างแยกไป เหมือนกัน ไม่ใช่เอามาแล้วไปรวมแล้วอย่างนี้ใครจะนั่นนะครับ อันนั้นในส่วนของครัวเรือน
ประการต่อมา ผังเมืองรวม ผังเมืองซึ่งเปึนกฎหมายที่ได้มีการบังคับใช้แล้ว สีเขียว สีโน่น สีนี่ว่าไป แยกกันตามลักษณะเฉพาะที่จะให้เกิดในพื้นที่เหล่านั้น ท่านครับ ท่านโปรดเลือกพื้นที่ที่มันเปึนจุดที่สำหรับจะสร้างโรงขยะ จะไฟฟัาหรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ แต่ให้มันไปอยู่จุด ๆ หนึ่ง อันนี้จะสร้างโรงไฟฟัาทีหนึ่งก็วิ่งวุ่นกัน อบต. นี้ไม่ให้ ก็วิ่งไปตรงนั้น ตรงนั้น ท่านกำหนดเลย มันต้องกำหนดจากส่วนกลางไม่อย่างนั้นไม่จบหรอกครับ ถามหน่อยว่า มีกี่แห่งกันในประเทศไทยที่หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นไปดำเนินการเอง อะไรเองแล้วจบ ในเรื่องของขยะ ไม่มีใครอยากเอาขยะไปใกล้บ้านหรอกครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องผังเมือง รัฐควรจะกำหนดจุดลงไปเลย นั่นละครับโอกาสที่จะจบมีมากขึ้น ๓. ทุกวันนี้การกำจัดขยะ ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ คือท่านมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเขาจะมีกำลังอะไรมามากมาย ผมได้คุยกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลาย ๆ แห่ง เขาตั้งใจที่อยากจะทำ แต่ว่างบประมาณเขาเองมีจำกัด แล้วเขาก็จะต้องเจียด ไปทำสิ่งอื่นด้วย เพราะฉะนั้นการทุ่มเทกับขยะก็มีไม่เท่าไรนะครับ
สุดท้ายจริง ๆ เรื่องของการรณรงค์ ท่านได้เห็นสถิติไหม ยกตัวอย่าง จังหวัดพิษณุโลก มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีการรณรงค์ในเรื่องของขยะ Recycle เทศบาล นครพิษณุโลก เทศบาลตำบลหัวรอ สมอแข ตั้งแต่ป้ ๒๕๖๓ ยกตัวอย่างเทศบาลนคร ป้แรก ที่มีการรณรงค์ขยะ Recycle ป้ ๒๕๖๓ ได้ ๑๔,๐๐๐ กว่าตัน พอมาป้ ๒๕๖๔ ไม่ค่อย ได้รณรงค์เท่าไร เหลือ ๖,๐๐๐ กว่าตัน ป้ ๒๕๖๕ เหลืออยู่ ๓,๐๐๐ กว่าตัน ป้ ๒๕๖๖ เหลืออยู่ ๑,๐๐๐ กว่าตัน และป้ ๒๕๖๗ ป้นี้ เก็บมาถึงตอนนี้ได้ ๑๒๐ ตัน ท่านครับ สถิติอันไหนที่มันพอทำแล้วได้ผลประโยชน์เกิดความสำเร็จก็กรุณาทำต่อเถอะครับ กราบขอบพระคุณมากครับ